ศักยภาพของสะพานสวรรค์น้อยย่อมห่างไกลกับเยี่ยเว่ยหมิงมาก หลักการเดียวกัน นางยิ่งไม่อาจเทียบกับหวันเหยียนคังผู้ที่บดขยี้เยี่ยเว่ยหมิงได้ หากเทียบศักยภาพกันอย่างเดียว หวันเหยียนคังก็โจมตีสะพานสวรรค์น้อยได้ตามอำเภอใจโดยนางไร้หนทางโต้ตอบแน่นอน
แต่โปรดอย่าลืม
เจ้าตัวฝึก ‘เคล็ดกระบี่ดรุณีหยก’ ของสำนักสุสานโบราณ ซึ่งเป็นวิชาที่เกิดมาเพื่อสยบ ‘เคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’!
เมื่ออยู่ภายใต้การควบคุมโดยสมบูรณ์เช่นนี้ นอกเสียจากจะฝึก ‘เคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ จนถึงระดับเปลี่ยนขยะผุพังให้กลายเป็นเทพอย่างหวังฉงหยาง[1] หรือไม่ทั้งสองก็มีศักยภาพแตกต่างกันมากเกินไปจริงๆ
ไม่อย่างนั้นแล้ว เมื่อ ‘เคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ มาอยู่ต่อหน้า ‘เคล็ดกระบี่ดรุณีหยก’ ก็เป็นได้เพียงน้องชายคนหนึ่งเท่านั้น
ทว่า ระดับของหวันเหยียนคังนั้นเทียบกับหวังฉงหยางได้หรือ
แน่นอนว่าไม่ได้!
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเป้าหมายของหยางคัง[2]ย้ายกลับมาบนตัวสะพานสวรรค์น้อย สถานะต่อสู้ของเยี่ยเว่ยหมิงก็เปลี่ยนจาก ‘มังกร่อนล่อหงส์’ กลับมาเป็น ‘เคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ แล้วเช่นกัน ทำให้หวันเหยียนคังจำเป็นต้องแบ่งสมาธิส่วนใหญ่มารับมือ ทำให้เขายิ่งไม่มีทางรวบรวมสมาธิมารับมือกับการโจมตีอันดุดันของสะพานสวรรค์น้อยที่พุ่งเป้ามาที่เขาคนเดียวได้เลย
ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนจากน้องชายกลายเป็นน้องชายของน้องชายแล้ว
ผ่านไปสามกระบวนท่าเท่านั้น หวันเหยียนคังก็ถูกกดดันจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว หลังจากผ่านไปห้ากระบวนท่า เขาก็ยิ่งถูกฝ่ายตรงข้ามมองเห็นช่องโหว่ ถูกกระบี่ปาดใต้ชายโครงซ้ายจนเสียค่าพลังชีวิตไป 763 แต้ม
“ดีมาก โจมตีอย่างนี้แหละ!” เยี่ยเว่ยหมิงเองก็นึกไม่ถึงเช่นกัน ตัวเขากับสะพานสวรรค์น้อยร่วมต่อสู้เคียงข้างกันมา ไม่น่าเชื่อว่าจะมีวันนี้ วันที่เมื่อต่างคนต่างสู้แล้วประสิทธิภาพจะดีกว่าตอนใช้กระบี่คู่ผนึกรวม แต่เรื่องนี้ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อเขาในการเลือกวิธีที่ดีที่สุดยามสู้กับ BOSS
เยี่ยเว่ยหมิงกำลังใช้ท่าไม้ตายต่างๆ ของ ‘เคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ ทำลายสมาธิของหวันเหยียนคังให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จากนั้นก็ให้สะพานสวรรค์น้อยที่สยบเขาโดยธรรมชาติค่อยๆ พรากพลังชีวิตของ BOSS คนนี้
ผ่านไปอย่างนี้ประมาณสิบกระบวนท่า ภายใต้การโจมตีอย่างต่อเนื่องของสะพานสวรรค์น้อย สุดท้ายพลังชีวิตของหวันเหยียนคังก็หายไปแล้วหนึ่งในสิบส่วน
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ภาพรวมถูกกำหนดแล้ว หวันเหยียนคังกลับคำรามขึ้นมากะทันหัน จากนั้นก็โยนกระบี่วิเศษไปบนกำพงราวกับทิ้งขยะ ทำให้กระบี่หักจมหายไปในกำแพงทันที
ส่วนตัวหวันเหยียนคัง สองมือเขากลายเป็นกรงเล็บแล้ว ชั่วพริบตาเดียวก็โบกเงากรงเล็บออกมาสิบกว่าเงา ขณะที่กดดันเยี่ยเว่ยหมิง ก็ฉีกกระบวนท่ากระบี่ของสะพานสวรรค์น้อยจนเกิดช่องโหว่ จากนั้นกรงเล็บก็ขยุ้มคอหอยของสะพานสวรรค์น้อย!
เป็นอาวุธที่ดี!
หลังจากโยนกระบี่ทิ้งแล้ว ที่แท้นี่ต่างหากคือสภาพที่แข็งแกร่งที่สุดของหวันเหยียนคัง!
ดูจากประสิทธิภาพวิชากรงเล็บของเขา เมื่อเทียบกับ ‘เคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ ของเขาแล้วก็มีแต่จะแข็งแกร่งกว่า ไม่ด้อยกว่าแน่นอน
ก่อนหน้านี้เยี่ยเว่ยหมิงยังสงสัย ศักยภาพที่หวันเหยียนคังคนนี้แสดงออกมาไม่สอดคล้องกับเลเวลของเขาเลย เหมือนเป็น BOSS ปลอมคนหนึ่ง ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเขาจะเก่งกว่านี้เมื่ออยู่ในโหมดปกติ ถึงขนาดว่าแม้แต่เทียบกับ BOSS เลเวลเดียวกันในโหมดภารกิจที่ถูกตอนอวัยวะเพศแล้ว ก็ยังห่างชั้นกันไกลมาก
สถานการณ์แบบนี้ค่อนข้างไม่สมเหตุสมผล
เมื่อรู้ว่าเจ้าหมอนี่ทิ้งกระบี่แล้วใช้กรงเล็บ เยี่ยเว่ยหมิงถึงได้เข้าใจกระจ่างโดยพลัน ที่แท้สาเหตุที่เจ้าหมอนี่แสดงความสามารถได้ไม่ดี ก็ไม่ใช่เพราะมีศักยภาพไม่พอ แต่เป็นเพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้ใช้ความสามารถที่แท้จริงมาสู้กับพวกเขาต่างหาก!
วิชากรงเล็บของหวันเหยียนคัง เมื่อเทียบกับเคล็ดกระบี่แล้วไม่ได้แข็งแกร่งกว่าแค่หนึ่งเท่าแน่นอน
เมื่อเห็นกรงเล็บอันดุดันของหวันเหยียนคังเข้ามาใกล้ตรงหน้า ด้วยความสามารถของสะพานสวรรค์น้อยนั้นไม่มีทางหลบหลีกได้เลย กอปรกับวิชากรงเล็บก็เป็นทักษะประเภทคว้าจับโดยตัวมันเองอยู่แล้ว หากถูกคว้าจับได้ก็เท่ากับถูกควบคุม จากนั้นก็จะถูกอีกฝ่ายก็จะโจมตีต่อเนื่องอย่างงดงาม
ด้วยค่าพลังชีวิตของสะพานสวรรค์น้อย เกรงว่าจะทนคริติคอลดาเมจจากกรงเล็บนี้ของเขาไม่ไหวด้วยซ้ำ อาจจะถูกปลิดชีพในชั่วพริบตาก็ได้
กระบวนท่ากระบี่ของสะพานสวรรค์น้อยถูกโจมตีพัง นางอยู่ในช่วงไร้ความสามารถปกป้องตัวเอง กำลังจะกลายเป็นเครื่องสังเวยให้กรงเล็บ BOSS คนนี้แล้ว กลิ่นหอมจางหาย หยกพลันสลาย[3]
ขณะกำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน ในที่สุดความช่วยเหลือของเยี่ยเว่ยหมิงก็มาถึงแล้ว!
ที่จริงเยี่ยเว่ยหมิงเพิ่งจะถูกวิชากรงเล็บของหวันเหยียนคังบีบให้ถอยไปสามก้าว หากคิดจะเลี้ยวกลับมาช่วย ก็เห็นได้ชัดว่าสายไปแล้ว ทว่าเมื่อเห็นฉากที่หวันเหยียนคังกำลังจะปลิดชีพสะพานสวรรค์น้อย สีหน้าของเขากลับราบเรียบ
เขาพลันยื่นมือซ้ายไปข้างหน้า นิ้วหัวแม่มือและนิ้วกลางกักลูกดีดเหล็กขนาดเท่าเล็บมือถูกหนึ่งไว้ จากนั้นก็ดีดออกไป
ฟิ้ว! ลูกเหล็กวาดผ่านอากาศ ส่งเสียงแหลมเล็กแสบแก้วหู มันเคลื่อนตัวทีหลังแต่ไปถึงก่อนที่สะพานสวรรค์น้อยจะถูกปลิดชีพ ทะลุฝ่ามือของหยางคังทันที จากนั้นก็กระดอนโจมตีอย่างแรงบนบ่าเขาอีกครั้ง ก่อนจะจมหายเข้าไปในกล้ามเนื้อ!
-2560!
-2685!
วิชาพังทลาย!
กระดูกแตก!
โจมตีครั้งเดียว แต่กลับสร้างดาเมจสูงมาก ทั้งยังติดสถานะด้านลบที่ร้ายแรงถึงชีวิตสองครั้งอีก
นี่ก็คือ ‘ดรรชนีศักดิ์สิทธิ์’!
แม้จะเป็นวิทยายุทธ์ขั้นสูง แต่กลับมีกระบวนท่าเดียว แต่กระบวนท่านี้ขอเพียงใช้ได้อย่างยอดเยี่ยม ก็จะเกิดผลลัพธ์ที่พลิกสถานการณ์ได้แน่นอน!
ขณะที่หวันเหยียนคังได้รับบาดเจ็บ เสียงแจ้งเตือนอันไพเราะของระบบก็ดังขึ้นข้างหูเยี่ยเว่ยหมิง
[ติ๊ง! ยินดีด้วย คุณเอาชนะหวันเหยียนคัง อ๋องน้อยแคว้นจินได้สำเร็จ ได้รับไอเทมภารกิจ: รองเท้าปักลาย×1]
เยี่ยเว่ยหมิง “?”
หมายความว่ายังไง?!
เมื่อเห็นว่าจู่ๆ เยี่ยเว่ยหมิงก็แสดงสุดยอดทักษะนี้ออกมา กลุ่มมนุษย์ขี้เผือกรอบข้างก็ส่งเสียงเกรียวกราวสนั่นหู
“ดี!”
“เจ๋งสุดๆ!”
“ข้าต้องการความรู้สึกเช่นนี้แหละ!”
แน่นอน เสียงให้กำลังใจที่ดังเกรียวกราวนี้ นอกจากเป็นเพราะทึ่งในสุดยอดทักษะของเยี่ยเว่ยหมิงแล้ว ที่มากนั้นคือความสะใจที่มาจากส่วนลึกในหัวใจ
เจ้าทึ่มเอ๊ย!
ผู้เล่นอย่างพวกเราลำบากลำบน อยู่ในเกมนี้ทำไม่ได้แม้กระทั่งถอดกางเกง แต่ดูเจ้าทำสิ นอกจากได้อยู่ดีกินดีทั้งวัน ยังได้ทำเรื่องอย่างว่าอีก
ที่น่าโมโหกว่านั้นก็คือ ตอนที่เจ้าแสดงความรักตั้งนานสองนานอยู่ต่อหน้าพวกเรา เจ้ากลับบอกว่าเจ้าแค่มาดูการประลองยุทธ์เลือกคู่เท่านั้น แค่จะขึ้นไปเล่นบนสังเวียนสนุกๆ นอกจากจะทิ้งสาวงามอย่างนั้นไปแล้ว ยังจะทำตัวเป็นชายเสเพล กลับบ้านไปรับช่วงต่อกิจการร่ำรวยอีกหรือ
คนเช่นนี้ สมน้ำหน้าแล้วที่ถูกฆ่าตาย!
ดังนั้น การโจมตีจาก ‘ดรรชนีศักดิ์สิทธิ์’ ครั้งนี้ของเยี่ยเว่ยหมิง ก็เท่ากับช่วยพวกเขาระบายความโกรธได้อีกแบบหนึ่ง ทำให้พวกผู้เล่นที่อิจฉาริษยาเคียดแค้นหยางคังรู้สึกสบายใจขึ้นมาสุดๆ
เยี่ยเว่ยหมิงกลายเป็นวีรบุรุษอีกหนึ่งคนในใจผู้เล่นทุกคนที่อยู่ตรงนี้แล้ว
ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นใคร
ยังต้องถามอีกหรือ
แน่นอนว่าเป็นอันดับสองของการประลองยุทธ์ครั้งนี้ หญิงงามที่เคลื่อนไหวได้ดุดันเยี่ยงเสือ หนึ่งดาบสามเฉือน
เมื่อเห็น ‘ดรรชนีศักดิ์สิทธิ์’ ของเยี่ยเว่ยหมิง ในที่สุดน้องสาวคนนี้ก็รู้แล้วว่าก่อนหน้านี้ตัวเองตายได้อย่างไร!
โง่เง่านัก!
ก่อนหน้านี้ท่าทางของข้าออกจะบ้องแบ๊วน่ารัก แต่ชายชาตรีอย่างเจ้ายังใช้ ‘ดรรชนีศักดิ์สิทธิ์’ ดีดหน้าผากข้าอีกหรือ
ทั้งยังดีดตรงหว่างคิ้วที่เป็นจุดสำคัญของข้าอีก!
กะดีดให้ถึงตาย!
เยี่ยเว่ยหมิง เจ้าทำอย่างนี้ มโนธรรมของเจ้าคงเจ็บปวดแย่แล้ว
พึ่บพั่บ พึ่บพั่บ
ตอนที่หนึ่งดาบสามเฉือนกำลังเคียดแค้นกับท่าทางลำพองใจของเยี่ยเว่ยหมิง กลับมีพิราบขาวตัวหนึ่งบินมาเกาะบ่าพอดี หนึ่งดาบสามเฉือนรีบเปิดแถบข้อความอ่าน ที่แท้ก็เป็นข้อความตอบกลับจากพี่ชายของนางนี่เอง
[เมื่อครู่ข้าเพิ่งแข่งหมากล้อม ไม่ทันสังเกตเห็นข้อความของเจ้า
เรื่องตำราลับอาวุธลับ ในมือข้ามีอยู่หลายเบาะแส ไหนลองบอกมาให้ละเอียดว่าเจ้าต้องการแบบไหน
ประเภทกลไก หรือประเภทธรรมดา
มีดบิน เข็มบิน หินบิน หรืออย่างอื่น
พูดให้ละเอียดหน่อย ข้าจะได้ช่วยเจ้าค้นหาได้]…เจ้าอ้วนชนะฟ้า
เมื่อได้เห็นข้อความนี้ หนึ่งดาบสามเฉือนก็กลอกตามองบน จากนั้นก็ตอบกลับทันที
[พี่ใหญ่ของข้าดีที่สุด แต่ไม่ต้องแล้วละ]…หนึ่งดาบสามเฉือน
[ทำไมล่ะ] …เจ้าอ้วนชนะฟ้า
[เพราะตอนนี้ข้าเพิ่งรู้ว่าเจ้าหมอนั่นใช้ ‘ดรรชนีศักดิ์สิทธิ์’!]…หนึ่งดาบสามเฉือน
ตอนที่สาวน้อยชุดแดงหนึ่งดาบสามเฉือนกำลังใช้พิราบสื่อสารคุยกับพี่ชายตัวเอง บนสังเวียนก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้คนตกตะลึงอีกครั้ง
หลังจากหวันเหยียนคังถูก ‘ดรรชนีศักดิ์สิทธิ์’ เยี่ยเว่ยหมิงทำดาเมจซ้ำ กอปรกับติดสถานะด้านลบที่อันตรายถึงชีวิต พลังต่อสู้ของ BOSS เลเวลสี่สิบห้าคนนี้ก็อ่อนแอลงเกินครึ่ง
ที่จริง การบอกว่าอ่อนแอลงเกินครึ่ง ก็ถือเป็นวิธีการพูดที่ไว้หน้าเขามากแล้ว
[วิชาพังทลาย: ‘กรงเล็บกระดูกขาวเก้าอิม’ ของหวันเหยียนคังถูกตีพัง พลังภายในถูกตีรวน รวบรวมพลังกรงเล็บภายในเวลาอันสั้นไม่ได้ ‘กรงเล็บกระดูกขาวเก้าอิม’ เข้าสู่สถานะผนึก!]
[กระดูกแตก: กระดูกบ่าข้างขวาของหวันเหยียนคังถูกโจมตีแตก ทำให้ทั้งแขนขวาออกแรงไม่ได้!]
เมื่อติดสถานะด้านลบ ‘วิชาพังทลาย’ ก็ทำให้ ‘กรงเล็บกระดูกขาวเก้าอิม’ ของหวันเหยียนคังใช้งานไม่ได้ ส่วนสถานะ ‘กระดูกแตก’ ก็ยิ่งเป็นสถานะเส้นเอ็นขาดเวอร์ชันเพิ่มประสิทธิภาพ ภายในเวลาอันสั้นนี้ไม่มีทางฟื้นฟูร่างกายให้กลับมามีสภาพเดิมได้ ยิ่งไปกว่านั้น จุดที่หวันเหยียนคังถูกโจมตีจนกระดูกแตก ก็ยังเป็นกระดูกบ่าที่เป็นจุดสำคัญอีกด้วย!
กระดูกบ่าแตก มือขวาใช้การไม่ได้!
สิ่งนี้ทำให้เขากุมกระบี่ไม่ได้ มิหนำซ้ำเขายังไม่เคยฝึกกระบี่ด้วยมือซ้ายมาก่อน หรือพูดได้อีกอย่างว่า ‘เคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ ของเขาก็ถูกเยี่ยเว่ยหมิงโจมตีพังแล้วเช่นกัน
สองสุดยอดทักษะถูกโจมตีพังในอึดใจเดียว ตอนนี้หวันเหยียนคังตกต่ำกลายเป็นเหมือนกระเป๋า EXPเลเวลสี่สิบห้าที่ไร้ความสามารถโต้ตอบโดยสิ้นเชิงแล้ว
ทว่า ยังไม่ทันรอให้เยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยถือโอกาสกำจัดการกระเป๋า EXP ตัวนี้ทิ้ง ก็มีเงาร่างห้าร่างขึ้นมาบนสังเวียนพร้อมกัน แล้วมาคุ้มครองอยู่ข้างหลังหยางคัง
จากนั้น หนุ่มน้อยหน้าตาใสซื่ออีกคนก็กระโดดขึ้นสังเวียนเช่นกัน เขาบอกกับเยี่ยเว่ยหมิงและสะพานสวรรค์น้อยว่า “พวกเจ้าระวังตัวหน่อยนะ ลูกสมุนของคนแคว้นจินผู้นี้เก่งกาจมาก รับมือลำบาก!”
แทบจะเป็นเวลาเดียวกับที่หนุ่มน้อยหน้าซื่อกระโดดขึ้นมา เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหูของผู้เล่นทุกคนที่อยู่ในขอบเขตผืนนี้
[ประกาศจากระบบ: อาณาเขตนี้เข้าสู่ช่วงศึกเลือดตอนท้ายของเนื้อเรื่องพิเศษ ‘ประลองยุทธ์เลือกคู่’ คนแคว้นจินใช้อำนาจรังแกคน ทุกคนฆ่าเขาได้]
[ผู้เล่นที่อยู่ในขอบเขตนี้เลือกตั้งกลุ่ม หรือบุกเดี่ยวเพื่อท้าสู้ลูกสมุนที่หวันเหยียนคังพามาได้ ทุกครั้งที่เอาชนะคู่ต่อสู้ได้หนึ่งคน จะได้รับคะแนนสะสมที่สอดคล้องกัน หลังจากภารกิจจบลง ระบบจะแบ่งรางวัลให้ตามคะแนนสะสม]
ภารกิจเนื้อเรื่องขนาดใหญ่ สำหรับผู้เล่นแล้วเรียกได้ว่าเป็นสวัสดิการพิเศษอย่างหนึ่ง
หลังจากเสียงประกาศจากระบบ ผู้เล่นทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็ส่งเสียงแสดงความดีใจทันที จากนั้นก็หาคนรู้จักที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อตั้งทีมและท้าสู้องครักษ์กลุ่มใหญ่ที่หวันเหยียนคังพามา
ในฐานะผู้ที่ปลดล็อกภารกิจใหญ่ครั้งนี้ ตอนนี้เยี่ยเว่ยหมิงกลับรู้สึกหนังศีรษะชาวาบ
ขณะมองชื่อและเลเวลของชายห้าคนที่ขวางอยู่ตรงหน้าหวันเหยียนคัง เขาก็รู้สึกอย่างลึกซึ้งว่าตัวเองไร้ความสามารถ
ชายห้าคนนี้ หากอาศัยเพียงเขากับสะพานสวรรค์น้อย ก็เหมือนจะสู้ด้วยไม่ไหวสักคน!
[1] หวังฉงหยาง 王重阳 หรือที่รู้จักกันในชื่อเฮ้งเตงเอี้ยงจากนิยายมังกรหยก
[2] หยางคัง หรือเอี้ยคัง อีกชื่อหนึ่งของ หวันเหยียนคัง
[3] กลิ่นหอมจางหาย หยกพลันสลาย 香消玉殒 อุปมาถึงความตายของหญิงงาม
บทที่ 172
ชายห้าคนที่ขวางอยู่ตรงหน้าเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อย คนหนึ่งเหมือนมาจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คนหนึ่งเป็นพระลามะ คนหนึ่งไว้หนวดเหมือนชาวหู[1]จากตะวันตก คนหนึ่งหัวล้าน ยังมีอีกคนที่บนศีรษะมีเนื้อปูดขึ้นมาสามจุด เหมือนเป็นผีร้ายกลับชาติมาเกิด คล้ายกับ NPC ที่เข้าร่วมประลองยุทธ์เลือกคู่ก่อนหน้านี้ไม่มีผิด แต่ละคนหน้าตาประหลาดพิลึก
แต่ห้าคนที่อยู่ตรงหน้านี้ เมื่อเทียบกับผู้เล่นในปัจจุบัน ศักยภาพก็แข็งแกร่งกว่าจนทำให้คนสิ้นหวังแน่นอน!
[เหลียงจื่อเวิง]
หนึ่งในห้ายอดฝีมือของจวนอ๋องจ้าว ฉายาเฒ่าประหลาดเซียนโสม ก่อกรรมทำชั่วไว้มากมาย
เลเวล: 56
พลังชีวิต: 130000/130000
กำลังภายใน: 32000/32000
……
[หลวงจีนหลิงจื้อ]
หนึ่งในห้ายอดฝีมือของจวนอ๋องจ้าว ยอดฝีมือแห่งนิกายลับทิเบต ก่อกรรมทำชั่วไว้มากมาย
เลเวล: 58
พลังชีวิต: 150000/150000
กำลังภายใน: 33000/33000
……
[เผิงเหลียนหู่]
หนึ่งในห้ายอดฝีมือของจวนอ๋องจ้าว ฉายาเพชฌฆาตพันมือ ก่อกรรมทำชั่วไว้มากมาย
เลเวล: 59
พลังชีวิต: 140000/140000
กำลังภายใน: 35000/35000
……
[ซาทงเทียน]
หนึ่งในห้ายอดฝีมือของจวนอ๋องจ้าว ฉายาพญามังกรประตูปีศาจ ก่อกรรมทำชั่วไว้มากมาย
เลเวล: 55
พลังชีวิต: 135000/135000
กำลังภายใน: 31000/31000
……
[โหวทงไห่]
ยอดฝีมือพรรคหวงเหอ ศิษย์น้องของซาทงเทียน พญามังกรประตูปีศาจ ก่อกรรมทำชั่วไว้มากมาย
เลเวล: 55
พลังชีวิต: 150000/150000
กำลังภายใน: 30000/30000
……
กวาดสายตามองบนตัวชายประหลาดทั้งห้าทีละคน เยี่ยเว่ยหมิงได้แต่ปวดหัว
ศักยภาพของห้าคนที่อยู่ตรงหน้านี้ แต่ละครมีความสามารถโดยรวมเหนือกว่าหวันเหยียนคังมาก ด้วยศักยภาพในปัจจุบันของเยี่ยเว่ยหมิงและสะพานสวรรค์น้อย ต่อให้ใช้กระบี่คู่ผนึกรวมก็อาจเอาชนะคนใดคนหนึ่งในบรรดาพวกเขาไม่ไหวก็ได้ นับประสาอะไรกับการสู้แบบสองต่อห้า
พอมอง NPC หนุ่มน้อยหน้าซื่อที่กระโดดขึ้นมาอยู่ข้างกายตัวเองอีกครั้ง ก็พบว่าเหนือศีรษะของเขาแสดงค่าสเตตัสเช่นเดียวกัน เพียงแต่เมื่อเทียบกับขบวนต่อสู้อันงดงามของอีกฝ่าย ค่าสเตตัสของเจ้าหนุ่มนี่ก็…
[กัวจิ้ง[2]]
ศิษย์ของเจ็ดประหลาดแห่งเจียงหนาน[3] นิสัยซื่อตรงเปิดเผย
เลเวล: 40
พลังชีวิต: 51000/51000
กำลังภายใน: 8800/8800
……
คำแนะนำคร่าวๆ กล่าวไว้ด้านบนหมดแล้ว น้องชายคนนี้เป็นเด็กซื่อสัตย์ ทุกคนรีบมารังแกเขา!
เมื่อเทียบกับเจ้าพวกอมนุษย์ที่อยู่ตรงข้าม นอกจากหน้าตาแล้วก็เหมือนจะไม่มีจุดไหนน่ายกย่องเลยสักนิด
ถึงขั้นต่อให้เป็นหน้าตา เขาก็ได้เปรียบเพียงเพราะห้าคนที่อยู่ตรงข้ามหน้าตาไม่เหมือนผู้เหมือนคนก็เท่านั้นเอง แต่หากจะให้เทียบกับหวันเหยียนคัง บางทีพื้นฐานหน้าตาอาจต่างกันไม่มาก แต่สง่าราศีเหนือกว่าเยอะมาก
ลูกสมุนที่มีความสามารถอย่างนี้ หากลงไม้ลงมือกันขึ้นมาจริงๆ เยี่ยเว่ยหมิงก็หวังอะไรไม่ได้เลย
ก่อนเยี่ยเว่ยหมิงจะขึ้นยานอวกาศ แม้จะเล่นเกมมาไม่มาก แต่ก็ยังเข้าใจแนวคิดโดยทั่วไปของเกมชัดเจนดี
แต่ไหนแต่ไรมาก็มีแต่ผู้เล่นตั้งกลุ่มกันฆ่า BOSS อาศัยความได้เปรียบด้านจำนวนคน อาศัยความร่วมมือต่อสู้อย่างรู้ใจกัน หรือไม่ก็ใช้จำนวนคนเยอะๆ ไปเอาชนะ BOSS มีอย่างที่ไหนกัน ให้ผู้เล่นสองคนจับคู่กันสู้กับ BOSS ห้าคนที่เลเวลเหนือกว่า
นี่เป็นการฆ่า BOSS เสียที่ไหนกัน เห็นอยู่ชัดๆ ว่าถูก BOSS ตั้งทีมล้อมฆ่า!
แม้จะรู้นานแล้วว่านักออกแบบระบบชอบวางกับดัก แต่ก็ไม่น่าจะวางกับดักกันถึงขั้นนี้หรอกมั้ง
นี่ไม่ธรรมดาเหมือนยกระดับความยากของภารกิจแล้ว แบบนี้วางแผนฆ่ากันชัดๆ!
ตอนนี้เอง รอบข้างก็มีเสียงตะโกนฆ่าดังขึ้นแล้ว กลุ่ม NPC จอมแส่ก็หนีออกจากพื้นที่ขัดแย้งนี้ไปหาที่ปลอดภัยเพื่อหลบหายนะตั้งนานแล้ว
ส่วนบรรดาผู้เล่นในฉากที่เดิมทีมาดูเอาสนุก ตอนนี้ทยอยกันเปิดโหมดสร้างหายนะ จับกลุ่มกันสามคนบ้างห้าคนบ้าง แล้วไปท้าสู้บรรดาองครักษ์แคว้นจินที่หวันเหยียนคังพามาอย่างกล้าหาญ
เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น BOSS ทั้งห้าคนที่เดิมทีจับจ้องเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยอย่างดุร้าย จิตสังหารในแววตาเปลี่ยนเป็นวิตกกังวลททันที พวกเขาทยอยกันถอยหลัง เริ่มล้อมคุ้มกันคนสำคัญอย่างหวันเหยียนคังพร้อมกัน
หากเทียบกับการสังหารศัตรูอะไรนั่น ตัดสินใจปกป้องเจ้านายของตัวเองดีกว่า
สำหรับยอดฝีมือที่ถูกจ้างมาอย่างพวกเขา การสังหารศัตรูจะสร้างผลงานได้มากเท่าไรนั้นส่งผลกระทบต่ออนาคตและเกียรติยศความร่ำรวยของพวกเขาโดยตรง เหมือนกับเลขศูนย์ที่ยาวเป็นพรวนข้างหลังเลขหนึ่ง แต่การปกป้องเจ้านายของตัวเองได้หรือไม่ กลับเหมือนเลขศูนย์หลายตัวที่อยู่หน้าเลขหนึ่ง
หากไม่มีเลขหนึ่งนั้นอยู่ ไม่ว่าจะสะสมเลขศูนย์ได้กี่ตัว ผลสุดท้ายก็เหลือเพียงศูนย์อยู่ดี!
ปัญหาทางคณิตศาตร์นี้แม้จะลึกล้ำยากคาดเดาเช่นเดียวกัน แต่ในบรรดา BOSS ที่อยู่ตรงนี้ก็เห็นได้ชัดว่าเคยให้พวกผู้เชี่ยวชาญมาคำนวณไว้แล้ว เข้าใจหลักการอันล้ำลึกนี้กระจ่างมาก
ดังนั้น ยามเผชิญหน้ากับทางเลือกระหว่างสังหารเยี่ยเว่ยหมิงและสะพานสวรรค์น้อยเพื่อระบายความแค้นให้หวันเหยียนคัง กับคุ้มครองความปลอดภัยให้หวันเหยียนคัง พวกเขาจึงไม่ลังเลแม้แต่น้อย เลือกอย่างหลังพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
ผู้เล่นที่อยู่ตรงนี้มีมากเกินไปจริงๆ อีกทั้งดูจากท่าทางแล้ว ท่าทีของผู้เล่นทุกคนก็ไม่เป็นมิตรต่อพวกเขาเลย หวันเหยียนคังเจ้านายของพวกเขาก็ดันถูกเยี่ยเว่ยหมิงโจมตีจนพิการแล้วด้วย
หากหวันเหยียนคังถูกผู้เล่นดุร้ายเหมือนเสือเหมือนหมาป่าพวกนี้โจมตีอีก พวกเขาทุกคนจะต้องแบกรับผลที่ตามมาแน่นอน!
อย่างไรเสีย เมื่ออยู่ในโหมดต่อสู้ บนชื่อของหวันเหยียนคังก็เขียนไว้ชัดเจนแล้ว ว่าเขาคือบุตรชายคนเดียวของหวันเหยียนหง อ๋องหกแห่งแคว้นจิน!
ส่วนเจ้าลูกวัวตัวนี้ เอ๊ย ไม่ใช่ ส่วนบุตรชายคนเดียวของหวันเหยียนหงคนนี้ ก่อนหน้านี้ได้รับความรักมากมายเท่าไร แม้เยี่ยเว่ยหมิงจะไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง แต่ได้เห็นเพียงจุดเดียวก็มองเห็นภาพรวมทุกอย่างแล้ว
อาศัยแค่เจ้าหมอนี่ออกจากจวนมา แล้วมียอดฝีมือสี่ห้าคนของจวนติดตามออกมาด้วย ก็มองออกแล้วว่าหวันเหยียนหงให้ความสำคัญกับเขาขนาดไหน!
ชั่วพริบตาเดียวเยี่ยเว่ยหมิงก็เข้าใจถึงประเด็นสำคัญแล้ว ในที่สุดเขาก็หายกังวล
แต่ในเมื่อ BOSS ห้าคนนี้ไม่รีบลงมือกับพวกเขา เยี่ยเว่ยหมิงก็ย่อมไม่เป็นฝ่ายเอาชีวิตไปทิ้งก่อนอยู่แล้ว ถึงอย่างไร เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่ไม่จำเป็นต้องเลือก BOSS ห้าคนนั้นก็ไม่พลาดโอกาสสังหารเขาเพื่อสร้างผลงานแน่นอน
เยี่ยเว่ยหมิงเลิกตามโจมตีหวันเหยียนคัง รีบส่งข้อความให้สะพานสวรรค์น้อยผ่านช่องทีม [เห็นกระบี่วิเศษกับฝักกระบี่ที่หวันเหยียนคังทิ้งก่อนหน้านี้หรือเปล่า ข้าเดาว่าอุปกรณ์สองชิ้นนั้นคุณภาพดีแน่นอน ข้าจะดูสถานการณ์ฝั่งนี้ก่อน เจ้าไปนำของมาไว้ในมือเดี๋ยวนี้ หากสายไปกลัวจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง!]
เมื่อเห็นข้อความ สะพานสวรรค์น้อยก็ตอบกลับในช่องทีมทันที [สายไปแล้ว มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว!]
เยี่ยเว่ยหมิงเห็นข้อความนี้แล้วก็อึ้งนิดหน่อย พอหันกลับไปมอง ก็เห็นว่ามีเจ้าคนไหวพริบดีชิงเก็บไปก่อนแล้ว เก็บกระบี่และฝักกระบี่ที่เยี่ยเว่ยหมิงเล็งไว้ในใจหนีไปแล้ว
อีกทั้งคนที่เก็บกระบี่และฝักกระบี่ก็ยังไม่ใช่คนเดียวกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นกระบี่ หรือฝักกระบี่ อย่างน้อยก็มีคนจำนวนสามถึงห้าคนพยายามแย่งกัน
เยี่ยเว่ยหมิงทอดสายตามองไป ก็ถึงขั้นแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าของสองชิ้นนั้นถูกใครเก็บไป
เป็นอย่างที่คาดไว้ แต่ไหนแต่ไรคนฉลาดก็ไม่ได้มีแค่เยี่ยเว่ยหมิงอยู่แล้ว ยามที่ผู้เล่นเผชิญกับสถานการณ์ที่แย่งชิงอุปกรณ์ได้ พวกเขาก็มีความกระตือรือร้นที่จะเป็นฝ่ายรุกมาก
กระตือรือร้นจนน่ากลัว!
เยี่ยเว่ยหมิงถูก BOSS ห้าคนนี้ทำให้เสียสมาธิไปเพียงครู่เดียว ก็พลาดอุปกรณ์ที่ดูเหมือนเป็นของดีไปแล้วหนึ่งชิ้น
ถ้าอย่างนั้น ต่อไปพวกเราจะทำเหมือนผู้เล่นคนอื่นได้หรือเปล่า ไปฆ่า BOSS เล็กๆ ของระบบเพื่อสะสมคะแนนสักหน่อย
ชายห้าคนที่อยู่ตรงหน้า แม้จะเอาชนะไม่ได้ แต่ทางนั้นยังมีสี่ผีแห่งแม่น้ำหวงเหออยู่อีกไม่ใช่หรือ แม้ตอนนี้ค่าสเตตัสของเจ้าสี่คนนั้นจะจะสูงกว่าตอนประลองบนสังเวียน แต่เยี่ยเว่ยหมิงก็มั่นใจว่าฆ่าได้ไม่ยาก เมื่อมีสะพานสวรรค์น้อยเพิ่มขึ้นมาอีกคน อยากจะกำจัดทิ้งเร็วๆ ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร
ตอนที่สายตาของเขากวาดมองบนตัวสี่ผีแห่งแม่น้ำหวงเหอ กำลังพิจารณาว่าจะเริ่มลงมือจากตรงไหนดี หนุ่มน้อยหน้าซื่อที่ชื่อกัวจิ้งนั่นก็พลันเอ่ยขึ้น ชี้ไปยังหวันเหยียนคังที่ถูกห้ายอดฝีมือคุ้มกันพร้อมกล่าวเสียงดังว่า “คุณชาย แม้เจ้าได้รับบาดเจ็บไปแล้ว แต่เจ้าก็ควรขอโทษท่านลุงมู่กับแม่นางมู่ที่เจ้าทำตัวเสียมารยาทกับพวกเขาก่อนหน้านี้”
“ขอเพียงเจ้าขอโทษ พวกเราก็จะไม่ทำให้เจ้าลำบาก”
หึหึ อยู่ดีๆ ก็มีคนมาพูดแทนฉันแล้วหรือ
เยี่ยเว่ยหมิงยหัวเราะเยาะในใจ ส่วนทางฝั่งหวันเหยียนคังก็พลันเอ่ยว่า “น่ารังเกียจเกินไปแล้ว ช่วยข้ากำจัดพวกเขา!”
สมน้ำหน้า!
เยี่ยเว่ยหมิงแค่ได้ยินอย่างนั้นก็รู้ว่าแย่แล้ว
เป็นอย่างที่คาดไว้ ไม่กลัวว่าคู่ต่อสู้จะเก่งขั้นเทพ กลัวก็แต่เพื่อนร่วมทีมจะโง่เหมือนหมู
ในเวลาแบบนี้ ฆ่ามอนสเตอร์เล็กๆ สะสมคะแนนไม่ดีกว่าหรอกหรือ แต่เจ้าดันไปหาเรื่อง BOSS ใหญ่ ทั้งยังหาเรื่อง BOSS ห้าคนพร้อมกันในคราเดียวอีก!
หลังจากหวันเหยียนคังออกคำสั่ง ห้าคนที่ยืนเรียงกันก็เผยเจตนาสังหารอันเยียบเย็นออกมาจากดวงตาแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงส่งสายตาให้สะพานสวรรค์น้อยทันที
กัวจิ้งเอ๋ย กัวจิ้ง ในเมื่อเจ้าไร้ศีลธรรมก่อน ก็อย่าหาว่าข้าขาดคุณธรรมก็แล้วกัน
ในเมื่อเจ้าทำเรื่องไร้ศีลธรรมอย่างการวางกับดักเพื่อนร่วมทีม เช่นนั้นหากข้าจะขายเพื่อนร่วมทีมสักครั้ง ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลเหมือนกันไม่ใช่หรือ
เมื่อในใจหาข้ออ้างอันสง่าผ่าเผยให้ตัวเองได้แล้ว เยี่ยเว่ยหมิงก็เตรียมจะทิ้งกัวจิ้งแล้วพาสะพานสวรรค์น้อยหนีไป แต่กลับคาดไม่ถึงว่าจู่ๆ จะมีเงาร่างสีเทาเหาะลงมากลางสนาม มายืนขวางอยู่ระหว่างคนทั้งสองกลุ่ม
“ประเสริฐยิ่งนัก!”
[1] กลุ่มชาติพันธุ์ทางตะวันตกของจีนในสมัยโบราณ
[2] กัวจิ้ง 郭靖 หรือรู้จักในชื่อก๊วยเจ๋ง
[3] เจ็ดประหลาดแห่งเจียงหนาน 江南七怪 หรือรู้จักกันในชื่อเจ็ดประหลาดแห่งกังหนำ
บทที่ 173
[หวังชู่อี]
หนึ่งในเจ็ดศิษย์แห่งสำนักฉวนเจิน ฉายาพระอาทิตย์หยก นักพรตขาเหล็ก
เลเวล: 77
พลังชีวิต: 230000/230000
กำลังภายใน: 82000/82000
……
บัดซบ นี่ต่างหากตัวซัพพอร์ตสุดแกร่ง!
ส่วนสาเหตุว่าทำไมเขาถึงแน่ใจว่าหวังชู่อีคนนี้คือตัวซัพพอร์ตสุดแกร่ง แต่ไม่ใช่ศัตรูที่แข็งแกร่งน่ะหรือ
ก็เพราะวิธีการขึ้นเวทีของนักพรตเต๋าหวังก็คือหันหลังให้พวกเยี่ยเว่ยหมิง มาขวางการล้อมโจมตีจากซุปเปอร์ BOSS ห้าคนให้พวกเขา
ไม่เพียงเท่านี้ ถึงขนาดตอนที่หกยอดฝีมือเพิ่งประมือกัน เยี่ยเว่ยหมิงก็แน่ใจจุดยืนของนักพรตเต๋าหวังชู่อีคนนี้ตามต้นฉบับเดิมแล้ว ดูจากอายุของเขาก็รู้แล้วว่าไม่มีทางเป็นตัวละครหลัก แต่เป็นตัวประกอบสำคัญคนหนึ่งแน่นอน อย่างน้อยก็เป็นตัวประกอบของเนื้อเรื่องในเกมนี้!
สาเหตุก็ไม่ใช่เพราะอะไร เนื่องจากหวังชู่อีมีคุณสมบัติยอดเยี่ยมอย่างหนึ่งที่ตัวประกอบสำคัญต้องมี
เขาสู้กับศัตรูด้วยความสามารถที่สูสีกันได้!
มีเพียงตัวประกอบแบบนี้ ถึงจะตรึงศัตรูที่แข็งแกร่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ตัวละครหลักเต็มไปด้วยพื้นที่ในการสร้างตัวตน ไม่ถึงขั้นต้องให้ตัวละครหลักเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งเพียงลำพังเร็วเกินไปจนทำลายกำลังของระบบ
ทั้งเนื้อเรื่องนี้ ทุกคนล้วนแสดงบทบาทสำคัญได้
แต่ปัญหาก็คือ หากหวังชู่อีเป็นตัวละครประกอบของเนื้อเรื่อง เช่นนั้นใครกันแน่ที่เป็นตัวละครหลัก
ตอนนี้ฝั่งพวกเขาเหลืออยู่เพียงสามคน เยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ฐานะผู้เล่นอย่างพวกเขาเป็นตัวละครหลักไม่ได้อยู่แล้ว
เช่นนั้นในบรรดาสูตรคณิตศาสตร์ขั้นสูง หากใช้สูตรการตัดออกในตำนานที่เลิกใช้กันไปนานแล้วมาคำนวณ…
อย่าบอกนะว่าเป็นเจ้าคนซื่อบื้อที่ยืนอยู่ข้างกายพวกเขา กัวจิ้ง?
ดูจากสติปัญญาแล้ว เหมือนไม่ใช่นะ!
หรือว่าเขายังมีวิชาคาถาอะไรที่เก็บงำไว้ ไม่ได้เปิดเผยออกมา
ตอนที่เยี่ยเว่ยหมิงจินตนาการไปต่างๆ นานานี้เอง กัวจิ้งก็เร่งเท้าเดินมาถึงตรงหน้าหวันเหยียนคังแล้ว ขณะที่เดินยังพูดว่า “คุณชาย รีบบอกให้คนของเจ้าหยุดเถอะ แล้วก็คืนรองเท้าปักลายให้แม่นางมู่ แค่นี้ทุกคนก็จะไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่อย่างนั้น ไม่ว่าคนของเจ้าจะทำร้ายนักพรตเต๋าท่านนี้บาดเจ็บ หรือนักพรตเต๋าท่านนี้จะทำร้ายคนของเจ้าจนบาดเจ็บ สุดท้ายก็ไม่ดีทั้งนั้น”
เยี่ยเว่ยหมิงได้ยินแล้วขีดดำขึ้นหน้า นี่จะใช้วาจาท่องคาถาจริงๆ หรือ
สำหรับคำพูดโน้มน้าวของกัวจิ้ง หวันเหยียนคังตอบเพียงคำว่า “ไสหัวไป!”
สกิลที่ใช้หลบเลี่ยงคาถาปากได้อย่างนี้ หรือว่านี่จะเป็นวิชาตอแหลในตำนาน
กัวจิ้งยังคงใช้คาถาปากต่อไป…เอ่อ พูดคุยกับเขาด้วยเหตุผลต่อไป แต่ผู้เล่นที่อยู่รอบๆ กลับค้นพบแล้วว่าฝั่งนี้มีปลาตัวใหญ่ที่สู้กับคนอื่นไม่ไหว
เมื่อเจอ BOSS ที่อยู่ในโหมดบาดเจ็บสาหัส ควรจะทำอย่างไรดีล่ะ
คำตอบ: ฆ่าให้ตาย! รีบฆ่าให้ตาย! ใครไปก่อนก็ได้ก่อน!
โดยเฉพาะบรรดาผู้เล่นหลายทีมที่ตอนนี้ยังไม่เข้าสู่โหมดต่อสู้ ตอนนี้ทยอยกันล้อมเข้ามาแล้ว เตรียมจะฉวยโอกาสตอนที่ห้ายอดฝีมือถูกหวังชู่อีตรึงไว้ ชิงเอาศีรษะของหวันเหยียนคังมาไว้ในมือก่อนแล้วค่อยว่ากัน
ถึงขนาดไม่ได้มีแค่พวกเขาเท่านั้น
แม้แต่เยี่ยเว่ยหมิงก็แอบเตรียมพร้อมอย่างแนบเนียนแล้วเช่นกัน นิ้วหัวแม้มือและนิ้วกลางข้างขวาของเขากักไว้ด้วยกัน ระหว่างสองนิ้วนั้นมีลูกดีดเหล็กขนาดเท่าลูกแก้วอยู่ลูกหนึ่ง
ส่วนมือซ้ายก็ไม่ได้ว่าง กำลังงอนิ้วนับอย่างรวดเร็วเหมือนซินแสกำลังตรวจดวงชะตา
เปิดใช้งานไท้ซัวเป็นไฉน!
ลูกพลับ[1]น่ะ ต้องเลือกผลนิ่มๆ มาบีบ!
ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าพวกที่ฉวยโอกาสตักตวงผลประโยชน์ต่างหาก ถึงจะนับว่าฉวยโอกาสตอนคนอื่นลำบาก แต่เยี่ยเว่ยหมิงไม่นับ เพราะสถานะด้านลบที่เกือบพิการของหวันเหยียนคังตอนนี้ ก็เป็นเขาที่โจมตีเองกับมือ
ดังนั้นจากมุมมองของเขา ศีรษะของหวันเหยียนคังควรจะเป็นของเขามากกว่า
วิชา ‘กรงเล็บกระดูกขาวเก้าอิม’ ที่หวันเหยียนคังใช้ก่อนหน้านี้ดูเหมือนร้ายกาจไร้ที่เปรียบ หากเจ้าทำให้อีกฝ่ายดรอปสิ่งนี้ออกมาได้ ไม่ว่าจะเรียนเอง หรือนำไปแลกเป็นของอย่างอื่นก็คุ้มค่าทั้งนั้น
และการสังหารหวันเหยียนคังในโหมดธรรมดาคนนี้ อีกฝ่ายจะต้องดรอปวิชากรงเล็บนั่นแน่นอน!
เพื่อรับประกันไม่ให้แผนการชิงศีรษะผิดพลาด เยี่ยเว่ยหมิงถึงขั้นอัปสุดยอดทักษะไม้ตายอย่าง ‘ดรรชนีศักดิ์สิทธิ์’ หนึ่งเลเวลก่อนที่จะลงมือต่อสู้
[ดรรชนีศักดิ์สิทธิ์ (ระดับสูง)]
หนึ่งในสุดยอดวิชาอันเลื่องชื่อของมารบูรพาหวงเย่าซือ
เลเวล: 6
ค่าประสบการณ์: 0/50000
โจมตี +300%
แม่นยำ +300%
กำลังภายในที่ใช้: 300 แต้ม
ไม่ว่าจะพูดอย่างไร เมื่อเทียบระหว่างวิทยายุทธ์เลเวลเดียวกัน ค่าสเตตัสก็ต่างกันสุดๆ
เป็นวิทยายุทธ์ขั้นสูงที่มีเพียงกระบวนท่าเดียวเหมือนกัน แต่ประสิทธิภาพของ ‘วิชาดรรชนีศักดิ์สิทธิ์’ เลเวลหกนั้น ไม่ได้ด้อยไปกว่า ‘คนผีร่วมวิถี’ ที่อัปจนเลเวลเต็มแล้ว
อีกทั้งมันยังแข็งแกร่งขึ้นตามเลเวลที่สูงขึ้นด้วย!
คิดไปคิดมา หากไม่ใช่เพราะเคล็ดวิชานี้มีเพียงกระบวนท่าเดียว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากกว่านี้ให้สู้ตัวต่อตัวกับศัตรูได้ เยี่ยเว่ยหมิงก็ถึงขั้นรู้สึกว่ามันมีคุณสมบัติที่จะถูกเรียกว่าเป็นสุดยอดวิชาของยุทธภพเลย!
ขณะที่เยี่ยเว่ยหมิงงอนิ้วคำนวณ หวันเหยียนคังก็รู้สึกขนลุกซู่ทันที
เขาลุกขึ้นจากพื้น คิดจะใช้แผนหลบหนี แต่กลับเจอทีมของผู้เล่นที่ดุร้ายราวกับเสือเข้ามาขวางหน้า
“สหายทั้งหลาย ฆ่าเขาซะ”
“พวกเราไม่ต้องโจมตี ทุกคนอาศัยความสามารถไปช่วงชิง ใครเก่งกว่าก็ถือเป็นของคนนั้น!”
“ดี!”
เมื่อผู้เล่นแต่ละทีมปรึกษากัน ก็ถือว่าตัดสินชะตาชีวิตของหวันเหยียนคังแล้ว จากนั้นพวกเขาก็ต่างคนต่างหยิบอาวุธขึ้นมา แย่งกันเข้าไปล้อมโจมตีหวันเหยียนคัง
หวันเหยียนคัง เจ้าหนีไปก่อนเถอะ เดี๋ยวพวกเราไล่ตามเจ้าเอง พอตามทันแล้ว พวกเราก็จะ…
สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ เยี่ยเว่ยหมิงกลับไม่รีบร้อนเลยสักนิด
เดิมทีหวันเหยียนคังก็ถูกเขาโจมตีจนเกือบพิการไปแล้ว ขณะที่ระบบตัดสินว่าเขามีสิทธิพิเศษมากกว่า ตราบใดที่โจมตีหวันเหยียนคังเป็นคนสุดท้ายได้ ไอเทมดรอปพวกนั้นก็มีโอกาสเป็นของเขาร้อยเปอร์เซนต์ คนอื่นแย่งไปไม่ได้เลย
ด้วยพลังโจมตีจาก ‘ดรรชนีศักดิ์สิทธิ์’ เลเวลหกของเขา หากคิดจะแย่งผู้เล่นทั่วไปกลุ่มนี้โจมตีหวันเหยียนคังเป็นครั้งสุดท้าย ก็ไม่มีความยากลำบากอะไรเลย
ตอนที่เห็นหวันเหยียนคังจนตรอกไร้หนทาง เยี่ยเว่ยหมิงกลับพลันขมวดคิ้ว เพราะในระหว่างที่เขางอนิ้วคำนวณ จู่ๆ ก็มีโจทย์คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนกว่าเมื่อก่อนสิบเท่าโผล่มา!
ในขณะเดียวกันนี้เอง ทุกคนพลันเห็นเงาสีขาวแวบผ่านตรงหน้า จากนั้นผู้เล่นกลุ่มที่หมายจะล้อมสังหารหวันเหยียนคังก็ทยอยกันถูกโจมตีกระเด็นออกไปราวกับเปิดโหมดไร้เทียมทาน
หลังจากตกลงพื้น ค่าพลังชีวิตเหนือศีรษะของคนพวกนี้ก็กลายเป็นสีเขียวเข้มพร้อมกัน ยังไม่ทันรอให้พวกเขารู้ตัวว่าอะไรเป็นอะไร ก็ทยอยกันตายเพราะถูกพิษ ไปรายงานตัวตรงจุดคืนชีพแล้ว
เยี่ยเว่ยหมิงที่อยู่ค่อนข้างไกลแม้จะรอดหายนะนี้ไปได้ แต่กลับตื่นตระหนกกับการปรากฏตัวที่กะทันหันของเจ้าหมอนี่แล้ว
[โอวหยางเค่อ]
ประมุขน้อยแห่งเขาอูฐขาว หัวหน้าของห้ายอดฝีมือในจวนอ๋องจ้าว
เลเวล: 75
พลังชีวิต: 215000/215000
กำลังภายใน: 80000/80000
……
เมื่อเห็นโอวหยางเค่อปรากฏตัวกะทันหัน เยี่ยเว่ยหมิงที่สองมือกำลังรวบรวมวิชา ‘ดรรชนีศักดิ์สิทธิ์’ กับ ‘ไท้ซัวเป็นไฉน’ ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
การประลองยุทธ์เลือกคู่สังเวียน ในสายตาเขาเดิมทีเป็นเพียงกิจกรรมรูปแบบใหม่ของระบบเท่านั้น มาดูเอาสนุกเฉยๆ โดยคิดว่า ‘ดีกว่าอยู่ว่างๆ’ ยังได้เลย
ต่อให้เป็นหลังจากที่หวันเหยียนคังปรากฏตัวแล้ว ก็คิดว่าเป็นภารกิจเนื้อเรื่องขนาดเล็กที่น่าสนใจเท่านั้น มาเล่นขำๆ ก็พอ ดังนั้นเนื้อเรื่องที่หักมุมล้วนเป็นสิ่งที่ตัวเขาคาดเดาได้ จึงไม่เคยคิดจะไปถามอินปู้คุยเลย
อย่างไรเสีย สองสิ่งที่เรียกว่าศักดิ์ศรีกับน้ำใจมนุษย์ ขอเพียงยามปกติใช้น้อยๆ เมื่อถึงเวลาสำคัญถึงจะใช้ได้ดี ไม่จำเป็นต้องนำปัญหาที่ตัวเองแก้ไขได้อย่างง่ายดายไปถามอินปู้คุยเสียทุกอย่าง
จนกระทั่งหวันเหยียนคังถูกเขาทำให้บาดเจ็บสาหัสอีกครั้ง แล้วห้ายอดฝีมือปรากฏตัว เขาถึงตระหนักได้ว่าความสำคัญของภารกิจประลองยุทธ์เลือกคู่ครั้งนี้เหมือนจะผิดไปจากที่เขาคาดไว้แล้ว
ทว่าเมื่อคิดจะถามอีกครั้ง ฉากใหญ่ของเนื้อเรื่องก็เปิดม่านอย่างเป็นทางการแล้ว ทั้งอาณาเขตกลายเป็นแผนที่พิเศษ พิราบสื่อสารของพวกเขาส่งออกไปไม่ได้แล้ว
เพียงแต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ เขาก็ยังมั่นใจว่าตัวเองจะผ่านภารกิจครั้งนี้ไปได้อย่างราบรื่น ทั้งยังตักตวงผลประโยชน์จากภารกิจนี้ได้เต็มที่ด้วย
แต่เมื่อบอสที่เลเวลแบบหวังชู่อี โอวหยางเค่อปรากฏตัวออกมาคนแล้วคนเล่า ในที่สุดเยี่ยเว่ยหมิงก็ค้นพบอย่างจนใจว่า สถานการณ์ยิ่งไม่อยู่ในการควบคุมของเขาแล้ว
อย่างไรเสีย ยิ่งเลเวล NPC ของทั้งสองฝั่งยิ่งสูง พื้นที่ที่เหลือไว้ให้ผู้เล่นควบคุมก็ยิ่งน้อย
ตอนนี้มี BOSS เลเวลเจ็ดสิบกว่ากระโดดออกมาแสดงตัวแล้ว ต่อไปไม่ใช่ว่าจะมี BOSS ใหญ่เลเวลร้อยกว่ากระโดดออกมาคุมทุกอย่างหรอกนะ
หากเป็นอย่างนี้จริงๆ ตอนอยู่ในสนามต่อสู้ นอกจากเขาจะแวะมาซื้อซีอิ๊ว[2]เหมือนผู้เล่นคนอื่นแล้ว เกรงว่าคงยากที่จะทำอะไรได้มากกว่านี้
ตอนนี้เอง ตรงจุดที่อยู่ไม่ไกลจากข้างกายก็มีเสียงคุ้นหูดังขึ้น “เฮ้! เจ้ามือปราบหน้าด้านใจดำ สนใจร่วมงานกันไหม ไปปล้นทรัพย์ด้วยกันสักครั้ง”
เมื่อมองไปตามเสียง ก็พบว่าผู้พูดไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นสาวน้อยชุดแดงที่ตายเพราะแผนชั่วของเขาก่อนหน้านี้ หนึ่งดาบสามเฉือน!
ส่วนข้างหลังนาง ก็เป็นสองใบหน้าที่คุ้นเคย
คนหนึ่งคือคู่ต่อสู้คนแรกที่เยี่ยเว่ยหมิงเจอในแข่งรอบน็อกเอาท์ ศิษย์พรรคกระยาจก เซียวเหยาถอนใจ
ส่วนอีกคนก็เป็นคนรู้จักเก่าของเยี่ยเว่ยหมิงเช่นกัน จอมยุทธ์ไก่อ่อนแห่งอู่ตัง เสวียนเสี่ยวปี่
ไม่น่าเชื่อว่าตอนที่ผู้เล่นทุกคนกำลังตีมอนสเตอร์สะสมคะแนน หนึ่งดาบสามเฉือนก็หาผู้ล่นสองในแปดผู้แข็งแกร่งที่มีสุดยอดทักษะเจอในอึดใจเดียว แล้วตอนนี้ก็จะมาร่วมมือกับเยี่ยเว่ยหมิงและสะพานสวรรค์น้อยอีก
ดูท่าแล้ว สงสัยวันนี้น้องดาบคงเตรียมจะทำเรื่องยิ่งใหญ่!
[1] ลูกพลับนิ่ม 软柿子 เปรียบเปรยถึงคนอ่อนแอ รังแกง่าย
[2] แวะมาซื้อซีอิ๊ว 打酱油 หมายถึง คนที่ผ่านมาแล้วผ่านไป ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง
บทที่ 174
ถ้าเป็นการก่อเรื่องอะไรทำนองนั้น ตราบใดที่มีผลประโยชน์ เยี่ยเว่ยหมิงชื่นชอบที่สุด!
ที่จริงแล้ว ตั้งแต่การประลองยุทธ์เลือกคู่เข้าสู่ช่วงเนื้อเรื่องที่เป็นฉากตะลุมบอน เขาก็คิดแล้วว่าควรจะก่อเรื่องอะไรสักหน่อย
เดิมทีเขายังกลุ้มใจว่ามีแค่ตัวเองกับสะพานสวรรค์น้อยสองคนแล้วกำลังไม่พอ นึกเสียใจทีหลังที่ไม่ได้เรียกเฟยอวี๋ ซานเย่ว์ ถังซานไฉ่กับโหยวโหยวมาด้วยกัน
แต่ตอนนี้มีน้องดาบกับพวกอีกสองคนมาร่วมด้วยแล้ว ก็น่าจะมีกำลังเพียงพอให้พวกเขาปล่อยตัวปล่อยใจโจมตีแล้ว
เยี่ยเว่ยหมิงยิ้มแห้ง แล้วขยิบตาให้สะพานสวรรค์น้อย จากนั้นยกเลิกการตั้งทีม ไปเข้าร่วมทีมกับน้องดาบแทน
ดูที่โหมดแบ่งไอเทมของทีมแวบหนึ่ง หลังจากแน่ใจแล้วว่าเป็นการแบ่งไอเทมตามค่าผลงาน เยี่ยเว่ยหมิงถึงได้เอ่ยว่า “ลองบอกสิ่งที่เจ้าคิดมาสิ”
น้องดาบตอบอย่างสมเหตุสมผลตามที่ควรจะเป็น “แน่นอนว่าฆ่า BOSS สี่ผีแห่งแม่น้ำหวงเหออะไรนั่นน่าเบื่อเกินไป ให้คนอื่นไปแย่งกันเอาเองเถอะ พวกเราล้วนเป็นยอดฝีมือ ถ้าจะฆ่าก็เลือกฆ่าตัวใหญ่ๆ หน่อย”
“โอวหยางเค่อ?” สะพานสวรรค์น้อยถาม
“เอ่อ…” น้องดาบโบกมือ “นั่นใหญ่เกินไป ฆ่าไม่ไหว ที่พวกเราพูดหมายถึงอีกห้าคน เป็นเจ้าห้าคนนั้นที่กำลังสู้กับกับหวังชู่อี”
เยี่ยเว่ยหมิงได้ยินแล้วยิ้ม “วีรบุรุษมักมีความคิดอ่านตรงกัน”
สำหรับเจ้าสัตว์ร้ายในคราบมนุษย์ห้าคนนั้น เดิมทีเยี่ยเว่ยหมิงก็ไม่กล้าคิดลงมือพวกเขา อย่าว่าแต่เขากับสะพานสวรรค์น้อย ต่อให้ดึงสมาชิกทั้งหมดของสำนักมือปราบมาตั้งทีมด้วย ก็อาจสู้ไม่ชนะใครสักคนในบรรดาพวกเขาเลยก็ได้
ถึงอย่างไร ศักยภาพของทั้งสองฝ่ายก็แตกต่างกันเกินไป ไม่ใช่ว่าอาศัยจำนวนคนอย่างเดียวแล้วจะเติมเต็มช่องโหว่นี้ได้
แต่ถ้าเพื่อนในทีมกลายเป็นน้องดาบ เสวียนเสี่ยวปี่ที่เรียนรู้ ‘วิชากระบี่อิงฟ้าดาบฆ่ามังกร’ ได้แล้วส่วนหนึ่ง เซียวเหยาถอนใจที่มีปราณยุทธ์มังกร แล้วมาร่วมมือกับเขาและสะพานสวรรค์น้อย ก็จะเกิดภาพเหตุการณ์อีกแบบหนึ่งเลย
ความสามารถของน้องดาบนั้นไม่ต้องมาก ต่อให้เยี่ยเว่ยหมิงตอนนี้ไม่ใช้เคล็ดกระบี่ ‘คนผีร่วมวิถี’ ก็ไม่กล้าปะทะกับนางซึ่งๆ หน้าอยู่ดี
ส่วนความสามารถของเสวียนเสี่ยวปี่กับเซียวเหยาถอนใจ ที่จริงอาจเทียบกับเฟยอวี๋และถังซานไฉ่ไม่ติด แต่พวกเขาที่ใช้อัลติเมทสกิลเป็น ความสามารถในการทำคริติคอลดาเมจด้วยเวลาอันสั้นจะต้องเหนือกว่าคนอื่นๆ ของทีมสำนักมือปราบเทพแน่นอน
เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญ พวกเขาก็จะแสดงประสิทธิภาพที่คาดไม่ถึงออกมาแน่นอน!
หลังจากกวาดสายตามองบนตัวชายหน้าตาประหลาดทั้งห้าทีละคน เยี่ยเว่ยหมิงก็กล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า “หากจะทำอย่างนั้น ก็ต้องพยายามทำให้เกิดผลตอบแทนสูงสุด ข้าแนะนำว่าให้พวกเราเริ่มจากโหวทงไห่นั่นก่อน”
“สายตาเจ้านี่เป็นอย่างไรกันแน่” พอน้องดาบได้ยินการตัดสินใจเลือกของเขาก็เย้ยหยันทันที “เจ้าไม่เห็นคำอธิบายที่อยู่ใต้ชื่อของพวกเขาหรือ โหวทงไห่นั่นไม่ได้จัดอยู่ประเภทเดียวกับห้ายอดฝีมือของจวนอ๋องจ้าวเลย เขาเป็นเพียงศิษย์น้องของซาทงเทียนซึ่งเป็นหนึ่งในห้ายอดฝีมือนั่นก็เท่านั้นเอง เมื่อเทียบความสามารถกับคนที่เหลือก็ยังด้อยกว่าเยอะมาก คนเช่นนี้แม้จะฆ่าง่าย แต่ผลตอบแทนที่ได้จากการฆ่าเขา เกรงว่าจะน้อยสุดในบรรดาห้าคนนั้น”
“อย่างนั้นหรือ”
เยี่ยเว่ยหมิงได้ยินแล้วส่ายหน้าเบาๆ “สิ่งที่เจ้าบอกน่ะ ข้าย่อมให้ความสนใจอยู่แล้ว ก็เพราะข้าสนใจจุดนี้ ข้าถึงได้บอกว่าลงมือกับเขาคือทางเลือกที่ดีที่สุด”
หลังจากชะงักไปครู่เดียว เขาก็กล่าวเสริมอีกว่า “แน่นอน ทางเลือกที่ดีที่สุดที่ข้าบอกก็มีข้อดีข้อเสียเช่นกัน ข้อดีที่ได้จากการฆ่าเขาก็คือจะได้ผลตอบแทนสูงสุด ส่วนข้อเสีย…แน่นอนว่าเป็นเพราะเขาคือหนึ่งในคนที่รับมือได้ยากที่สุดท่ามกลางห้าคนนั้น”
เบาะแสอย่างเดียวกัน แต่เยี่ยเว่ยหมิงกับหนึ่งดาบสามเฉือนกลับได้ข้อสรุปที่ตรงข้ามกัน
เพียงแต่หลังจากได้ยินเยี่ยเว่ยหมิงอธิบาย น้องดาบก็เข้าใจทันที กล่าวด้วยตาเป็นประกายว่า “เจ้าหมายความว่า…”
เยี่ยเว่ยหมิงแบมือยักไหล่ “นี่ยังไม่ชัดเจนอีกหรือ ดูข้อมูลของโหวทงไห่สิ เห็นได้ชัดว่าโอ้อวดน้อยกว่าคนที่เหลือ โดยเฉพาะคำว่า ‘ศิษย์น้องของซาทงเทียน’ นั่นยิ่งอธิบายว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซาทงเทียน แต่เขากลับเป็น BOSS เลเวล 55 เหมือนซาทงเทียน อีกทั้งพลังชีวิตกับกำลังภายในก็ไม่เท่ากัน เจ้าว่าน่าสนใจไหมล่ะ”
เมื่อฟังถึงตรงนี้ แม้แต่เสวียนเสี่ยวปี่กับเซียวเหยาถอนใจที่ทำตัวเหมือนเป็นคนนอกมาตลอดยังตาเป็นประกาย เสวียนเสี่ยวปี่ที่สนิทกับเยี่ยเว่ยหมิงมากกว่าก็ยิ่งหลุดปากว่า “ดังนั้น คำอธิบายเดียวที่สมเหตุสมผลก็คือ โหวทงไห่คนนี้ไม่ใช่เวอร์ชั่นถูกตอนแล้วในโหมดภารกิจ แต่เป็น BOSS ร่างแท้ในโหมดทั่วไป!”
เซียวเหยาถอนใจพยักหน้าเช่นกัน “เมื่อได้ฟังเจ้าพูดเช่นนี้ ข้าว่าก็เหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ”
น้องดาบยิ้มบางๆ “โหวทงไห่คนนี้ฐานะต่ำสุดในบรรดาเจ็ด BOSS ของฝ่ายศัตรู ต่อให้ตายไปก็ส่งผลกระทบต่อเนื้อเรื่องตอนหลังไม่มาก จะมอบไข่อีสเตอร์[1]ของเรื่องนี้เป็นเป็นรางวัลให้คนวิเคราะห์เก่งอย่างเจ้าและผู้เล่นที่มีศักยภาพยอดเยี่ยมอย่างข้า ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลเช่นกัน”
ขณะที่พูด หนึ่งดาบสามเฉือนก็กะพริบดวงตาโตฉ่ำวาวของนาง แล้วหันมาบอกเยี่ยเว่ยหมิงว่า “ว่าแล้วเชียว คนเจ้าแผนการ ใช้สารพัดกลอุบาย หน้าด้านใจดำ ซ่อนดาบในรอยยิ้มอย่างเจ้า ต้องค้นพบสิ่งที่พวกเรามองไม่ออกตั้งมากมาย มาร่วมงานกับเจ้านับเป็นทางเลือกที่ดีจริงๆ ด้วย!”
“ขอบคุณที่ชม!”
สองคนที่เหม็นขี้หน้ากันพูดเหน็บแนมกันสองสามประโยค แล้วก็หยุดอยู่เพียงเท่านั้น ถึงอย่างไรทุกคนก็เป็นยอดฝีมือ ย่อมไม่ยอมให้การถกเถียงเล็กน้อยมาทำให้เสียงานใหญ่อยู่แล้ว
หลังจากสื่อสารกันง่ายๆ ไม่กี่ประโยค เยี่ยเว่ยหมิงก็เอ่ยก่อนว่า “แบ่งงานต่อสู้กันอย่างง่ายๆ เถอะ เกรงว่าภารกิจนี้คงไม่ต่อเนื่องนานเกินไป ต้องรีบฆ่า BOSS”
ตอนนี้หนึ่งดาบสามเฉือนหยุดความคิดที่จะตีฝีปากกับเยี่ยเว่ยหมิงไว้ก่อน นางกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “วิธีการที่เร็วที่สุด ก็ต้องอาศัยกระบี่คู่ผนึกรวมของพวกเจ้าอยู่แล้ว อย่างไรเสียเมื่ออยู่ภายใต้สถานการณ์อย่างนั้น พวกเจ้าสองคนก็ได้พลังโจมตีเพิ่มอยู่แล้ว จะกำจัด BOSS คนนี้ได้เร็วที่สุด ถึงขนาดว่าถ้ามีเวลาเหลือ พวกเรายังหยั่งเชิงบอสคนที่สองได้ด้วย”
เมื่อได้ยินคำว่ากระบี่คู่ผนึกรวม เยี่ยเว่ยหมิงก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ หลังจากลังเลครู่หนึ่งก็ตัดสินใจพูดความจริง “ถ้าให้รับมือกับ BOSS ในโหมดเลเวลปกติแบบนี้ เกรงว่ากระบี่คู่ผนึกรวมของพวกเราอาจแสดงประสิทธิภาพได้ไม่มากนัก”
คาดไม่ถึงว่าเมื่อหนึ่งดาบสามเฉือนได้ฟังแล้ว นางกลับตบหน้าอกอย่างไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย “หากพวกเจ้ากังวลว่าจะถูกอีกฝ่ายทำลายกระบวนท่า ก็ไม่ต้องกังวลเลย ข้าจะเป็นผู้พิทักษ์ให้พวกเจ้าเอง เซียวเหยา เสี่ยวปี่ พอถึงตอนนั้นพวกเจ้าสองคนฟังคำบัญชาการของข้า คงจะไม่มีปัญหาใช่ไหม”
ทั้งสองรีบพยักหน้าซ้ำๆ ทันที แสดงว่าไม่มีปัญหา
ในเมื่อน้องดาบพูดขนาดนี้แล้ว เยี่ยเว่ยหมิงก็บอกทันทีว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทุกคนก็เตรียมตัวให้ดี ข้าจะฆ่ามอนสเตอร์แล้ว”
“โหวทงไห่! เจ้าหลานจัญไร แน่จริงก็มานี่สิ!”
สุดยอดทักษะในยุทธภพที่ผนึกมานาน ‘ฆ่ามอนสเตอร์สูตรเยี่ยเว่ยหมิง’ ปรากฏขึ้นในยุทธภพอีกครั้ง ทำให้เพื่อนร่วมทีมตกตะลึงอ้าปากค้างทันที
นอกจากน้องสะพานสวรรค์น้อยที่ได้เห็นวิธีการเฉพาะตัวของเขามาตั้งนานแล้ว คนที่เหลือไม่ว่าจะเป็นเซียวเหยาถอนใจที่ไม่รู้จักเคล็ดจิต ‘ไท้ซัวเป็นไฉน’ หรือเสวียนเสี่ยวปี่ที่เคยได้ยินเพียงอินปู้คุยบรรยาย แม้แต่น้องดาบที่ได้สัมผัสประสิทธิภาพของเคล็ดจิตนี้กับตัวเอง ทั้งสามล้วนตกใจราวกับถูกฟ้าผ่าจนกรอบนอกนุ่มใน
โดยเฉพาะหนึ่งดาบสามเฉือน ไม่ว่าอย่างไรนางก็จินตนาการไม่ถึง ไม่น่าเชื่อว่า ‘ไท้ซัวเป็นไฉน’ จะใช้งานอย่างนี้ได้ด้วย!
และสิ่งที่ยิ่งทำให้พวกเขาพูดไม่ออกก็คือ หลังจากสิ้นเสียงคำสั่งของเยี่ยเว่ยหมิง โหวทงไห่เจ้าหลานนั่นก็เชื่อฟังจริงๆ เลิกล้อมโจมตีหวังชู่อีแล้ว ถือสามง่ามฝากฟ้าของเขาพุ่งมาทางนี้แล้ว
“ลงมือ!”
เมื่อเห็นโหวทงไห่หลุดออกจากสนามต่อสู้ฝั่งหวังชู่อีโดยสมบูรณ์และโจมตีมาทางพวกเขา น้องดาบก็ตะคอกเสียงแหลม ถือดาบก้าวนำไปรับศึกก่อนแล้ว
[1] ไข่อีสเตอร์ 彩蛋 เปรียบเปรยถึง บางส่วนของเนื้อเรื่องที่เสริมขึ้นมาในภาพยนต์ หรือละครซึ่งทำให้ผู้ชมประหลาดใจและคาดไม่ถึง
บทที่ 175
สำหรับการร่วมทีมครั้งนี้ น้องดาบแสดงออกอย่างกระตือรือร้นเป็นพิเศษ ไม่เพียงแค่นำหน้าไปรับมือกับโหวทงไห่เท่านั้น ก่อนที่คนอื่นจะตามไปถึง นางก็โจมตี BOSS เลเวลห้าสิบห้าคนนี้ไปแล้วสามกระบวนท่าเต็มๆ!
หลังจากหยั่งเชิงกันไปสองกระบวนท่า เมื่อถึงกระบวนท่าที่สาม น้องดาบก็อาศัยการเคลื่อนไหวอันงดงามระดับชาเลนเจอร์ของนางกรีดบนต้นขาของโหวทงไห่หนึ่งดาบ แต่ต่อมาโหวทงไห่กวาดสามง่ามเหล็กเข้ามาในแนวขวาง นางหลบไม่พ้น ทำได้เพียงเลือกกวาดดาบออกไปค้ำไว้
-886!
แกร๊ง!
-523!
ตั้งแต่ครั้งแรก การโจมตีของน้องดาบพรากพลังชีวิตของโหวทงไห่ไปแล้วเล็กน้อย
ครั้งที่สอง ก็เป็นโหวทงไห่ที่อาศัยความได้เปรียบด้านค่าสเตตัสและเลเวลของตัวเองโจมตีหนึ่งกระบวนท่าจนน้องดาบต้องถอย ขณะเดียวกันก็โจมตีจนเกิดตัวเลขดาเมจรุนแรงที่ไม่ต่ำเลย!
ดาเมจแบบนี้สมจริงมาก ขณะเดียวกันก็เป็นการควบคุมผู้เล่นไม่ให้อาศัยการเคลื่อนไหวโจมตีมอนสเตอร์ที่เลเวลสูงกว่าตัวเอง ทั้งยังสอดคล้องกับสไตล์กำลังภายในด้วย ขอเพียงเลเวลและค่าสเตตัสสูงมากพอ ต่อให้เจ้าป้องกันได้หนึ่งกระบวนท่า แต่ก็ต้องเสียค่าพลังชีวิตอยู่ดี
การแสดงออกอันห้าวหาญของน้องดาบ แม้จะไม่ได้ตักตวงผลประโยชน์ใดๆ แต่ก็ทำให้เพื่อนร่วมทีมได้เห็นแล้วว่า BOSS เลเวลห้าสิบห้าตรงหน้าก้าวร้าวขนาดไหน เมื่อเห็นนางเสียเปรียบ เสวียนเสี่ยวปี่กับเซียวเหยาถอนใจก็ก้าวขึ้นมาทางฝั่งซ้ายและขวาพร้อมกัน เตรียมจะเข้าช่วยเหลือ แต่น้องดาบกลับตะโกนห้ามไว้
“พวกเจ้าสองคนรอฟังข้าบัญชาการ อย่าผลีผลาม!”
เพียงชั่วพบหน้ากัน หนึ่งดาบสามเฉือนก็เสียเปรียบหนักมาก มิหนำซ้ำโหวทงไห่ก็ยิ่งตามติดมาโจมตี แต่เพื่อนร่วมทีมสองคนที่อยากจะพุ่งเข้ามาช่วยกลับถูกนางสั่งให้ถอยไปแล้ว
เมื่ออยู่ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ ยังจะมีใครช่วยนางได้อีก
คำตอบก็คือเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อย!
หนึ่งดาบสามเฉือนเพียงบอกว่าไม่ให้เสวียนเสี่ยวปี่กับเซียวเหยาถอนใจทำอะไรผลีผลาม แต่กลับไม่ได้บอกว่าเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยต้องทำอย่างไร ตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้า พวกเขาย่อมต้องออกตัวในเวลานี้อยู่แล้ว ทั้งสองก้าวเท้าพร้อมกัน ไปรับมือกับโหวทงไห่ที่กำลังไล่ฆ่าน้องดาบ แทบจะแยกไม่ออกว่าใครไปถึงก่อนไปถึงทีหลัง คนหนึ่งฟันกระบี่ในแนวเฉียง อีกคนฟันตั้งฉากลงมา นี่คือหนึ่งในกระบวนท่าของ ‘เคล็ดกระบี่ดรุณีหยกใจพิสุทธิ์’…
“พเนจรสุดขอบฟ้า!”
นี่คือหนึ่งในกระบวนท่าอันยอดเยี่ยมของ ‘เคล็ดกระบี่ดรุณีหยกใจพิสุทธิ์’ ไม่ใช่กระบวนท่าที่มีประสิทธิภาพสูงสุดหรือทำดาเมจได้สูงสุด แต่เป็นท่าที่ลงมือได้เร็วที่สุดและมีช่องโหว่น้อยที่สุดแน่นอน
กอปรกับทั้งสองเคยชินกับการใช้กระบวนท่านี้ลงมือด้วยกัน เวลาร่วมมือกันจะรู้ใจกันมากกว่า พอลงมือก็ครอบคลุมทุกจุดสำคัญบนตัวโหวทงไห่แล้ว
ทว่า เมื่อเห็นได้การร่วมมืออันเลิศล้ำของทั้งสองคน โหวทงไห่กลับเผยรอยยิ้มเย้ยหยันดูถูกออกมา
เป็น BOSS แท้ในโหมดปกติเหมือนกัน แต่เลเวลของโหวทงไห่สูงกว่าหวันเหยียนคังถึงสิบเลเวล!
กระบี่คู่ผนึกรวมของเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยที่มีช่องโหว่ชัดเจนจนแม้แต่หวันเหยียนคังก็ยังมองออกได้ง่ายๆ แล้วนับประสาอะไรกับโหวทงไห่ที่เลเวลสูงกว่าและมีศัยภาพมากกว่าล่ะ
เมื่อเห็นกระบี่คู่โจมตีมาถึง มังกรสามหัว[1]ผู้นี้ก็เพียงหมุนสามง่ามฝากฟ้าในมือเบาๆ แล้วแทงออกมา ปลายง่ามชี้ไปบนจุดอ่อนของกระบี่คู่ผนึกรวมอย่างแม่นยำพอดี
เมื่อเห็นท่าของกระบี่คู่ผนึกรวมกำลังจะพังในชั่วพริบตาด้วยฝีมือ BOSS คนนี้ ข้างกายโหวทงไห่กลับมีเงาคนคนหนึ่งแฉลบออกมา เป็นหนึ่งดาบสามเฉือนที่อาศัยท่าร่างอันสุดยอดของนางแฉลบผ่านข้างหลังโหวทงไห่ในช่วงเวลาสำคัญ
นางส่งดาบยาวในมือออกมาข้างหน้าช้าๆ เพียงแต่เมื่ออยู่ภายใต้การขับเคลื่อนโดยท่าร่างอันสุดยอด ความเชื่องช้านี้ก็เปลี่ยนเป็นรวดเร็วสุดขีด ตอนที่โหวทงไห่ยังไหวตัวไม่ทัน คมดาบก็กรีดผ่านด้านหลังกระดูกข้อศอกข้างขวาของเขาแล้ว
-893!
การโจมตีนี้ของหนึ่งดาบสามเฉือนไม่ได้สร้างดาเมจสูงมากให้โหวทงไห่ แต่กลับสร้างผลลัพธ์ที่คนอื่นคาดไม่ถึงแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้อาวุธด้ามยาวคนไหน ก็ล้วนให้ความสำคัญกับความสมดุลของหยินหยางระว่างสองมือ มือซ้ายอยู่ข้างหน้า มือขวาอยู่ข้างหลัง มือซ้ายเป็นหยิน มือขวาเป็นหยาง ขอเพียงมือสองข้างให้ความร่วมมือกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถึงจะใช้กระบวนท่าได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทว่าการโจมตีนี้ของน้องดาบ กลับฟันบนเส้นประสาทอัลน่าร์หลังกระดูกข้อศอกของโหวทงไห่ได้อย่างแม่นยำ
เส้นประสาทอัลน่าร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อเส้นชา ปกติหากคนทั่วไปเผลอสัมผัสตรงจุดนั้นก็จะทั้งชาทั้งเจ็บ โหวทงไห่ในฐานะ BOSS เลเวลห้าสิบห้า มีเกราะกำลังภายใน แต่กลับยังต้านทานการโจมตีจากดาบที่เตรียมพร้อมไว้นานแล้วของนางไม่ไหว
ภายใต้การโจมตีนี้ ค่าพลังชีวิตที่เสียหายของเขายังเป็นเรื่องรอง แต่เมื่อเส้นประสาทอัลน่าร์บาดเจ็บ การเคลื่อนไหวของมือซ้ายในฐานะที่เป็นมือหยินก็ต้องเปลี่ยนไปในชั่วพริบตาแน่นอน
เมื่อหยินหยางเสียสมดุล กระบวนท่าก็ย่อมปั่นป่วน กระบวนท่าที่เดิมทีจะแทงไปยังจุดอ่อนของกระบี่คู่ผนึกรวม ตอนนี้เบี่ยงออกจากเป้าหมายไปแล้วประมาณสิบเซนติเมตร
เนื่องจากระยะห่างสิบเซนติเมตรนี้ ทำให้เขาโจมตีไม่ถูกจุดสำคัญที่เชื่อมต่อปราณแท้ระหว่างเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อย เพียงชนกับกระบี่จินสยาในมือสะพานสวรรค์น้อยเท่านั้น ทำให้น้องสาวร่างบางคนนี้สะเทือนจนกระเด็นออกไปพร้อมกระบี่
ส่วนเยี่ยเว่ยหมิงก็ฉวยโอกาสพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ใช้กระบี่อาญาสิทธิ์แทงบนคอหอยของโหวทงไห่อย่างแม่นยำ
-6608!
ตัวเลขคริติคอลดาเมจอันน่าตกใจลอยขึ้นเหนือศีรษะของโหวทงไห่ ขณะเดียวกันก็ทำให้ BOSS ร่างแท้สุดก้าวร้าวคนนี้ติดสถานะแช่แข็งในเวลาสั้นๆ ด้วย
จากนั้น เยี่ยเว่ยหมิง น้องดาบและสะพานสวรรค์น้อย สามกำลังโจมตีหลักก็ฉวยโอกาสกรูเข้าไปพร้อมกัน ต่างคนต่างโจมตีบนตัวโหวทงไห่อย่างรุนแรง
หลังจากผ่านการโจมตีอันดุดันไปหนึ่งยก ค่าพลังชีวิตเหนือศีรษะโหวทงไห่ก็ถูกพรากไปแล้วเกือบสองหมื่นแต้ม
สะพานสวรรค์น้อยยังโจมตีต่อ แต่เยี่ยเว่ยหมิงและน้องดาบกลับตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า “ถอย!”
ทว่าสะพานสวรรค์น้อยแทงโจมตีออกไปแล้ว จะเลิกตอนนี้ก็ช้าไปหน่อย ยังดีที่เยี่ยเว่ยหมิงช่วยใช้กระบี่ต้านการโจมตีอันรุนแรงจากบอสให้นางทันเวลา ขนาดว่าอาศัยความได้เปรียบด้านค่าสเตตัสของกระบี่คู่ผนึกรวม ก็ยังโจมตีให้เกิดดาเมจบดขยี้ไม่ได้ ทำได้เพียงใช้ความเร็วที่เทียบเท่ากับสะพานสวรรค์น้อยถอยหลังต่อเนื่องหลายก้าว เท่านี้ก็ลดทอนพลังโจมตีจากสามง่ามของฝ่ายตรงข้ามได้แล้ว
ตั้งแต่ต้นจนจบ เซียวเหยาถอนใจกับเสวียนเสี่ยวปี่ได้แต่มองอยู่ข้างๆ ถึงขั้นว่าขนาดโหวทงไห่ถูกโจมตีจนติดสถานะแช่แข็งแล้วก็ยังไม่ก้าวขึ้นมาแย่งโจมตี
เพราะพวกเขารู้ดีว่าอีกประเดี๋ยวต้องมีที่ให้พวกเขาออกแรงแน่ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาก็เท่านั้นเอง
ไม่เช่นนั้นแล้ว หนึ่งดาบสามเฉือนแค่ไปร่วมงานกับเยี่ยเว่ยหมิงและสะพานสวรรค์น้อยสองคนก็สิ้นเรื่อง ไม่จำเป็นต้องตั้งทีมให้พวกเขามาได้ส่วนแบ่งค่าประสบการณ์กับค่าตบะที่เป็นรางวัลจากการฆ่าบอสหรอก
ถ้าจะบอกว่าน้องดาบจงใจไม่ให้พวกเขาได้ ‘ค่าผลงาน’ มากกว่านี้ ตอนแบ่งไอเทมดรอปกัน ตัวเองจะได้ได้เยอะกว่าเพื่อน?
นั่นก็ยังดีมากไม่ใช่หรือ
อย่างไรเสีย เดิมทีพวกเขาก็ไม่กล้าคิดถึง BOSS ประเภทนี้อยู่แล้ว หากได้ปะปนเข้ามารับค่าประสบการณ์ ค่าตบะโดยไม่เปลืองแรง ทั้งยังได้ถือโอกาสออกทีวีหนึ่งครั้ง ได้รางวัลเป็นค่าชื่อเสียงยุทธภพกับค่าผลงานสำนัก นั่นไม่ใช่เรื่องอันงดงามหรอกหรือ
คนเรามีค่าก็ตอนที่รู้จักข้อบกพร่องของตนเองนี่แหละ!
พวกเขาสองคนเข้าใจถึงจุดนี้
ความจริงก็เป็นอย่างที่พวกเขาเดาไว้เช่นกัน แม้หนึ่งดาบสามเฉือนจะอาศัยการเคลื่อนไหวและพลังสายตาของนางหยุดการโจมตีของโหวทงไห่ได้ แต่กลับไม่อาจหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
ส่วนใหญ่นางต้องใช้ความรุนแรงปะทะด้วยความรุนแรง ใช้ดาบยาวในมือโจมตีสามง่ามในมือโหวทงไห่ให้เบี่ยงทิศทางไป
แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ นางจะต้องถูกบอสสุดแกร่งโจมตีสร้างดาเมจบดขยี้เหมือนก่อนหน้านี้แน่นอน
หลังจากทำแบบนี้ซ้ำสามครั้ง น้องสาวผู้แข็งแกร่งก็เสียค่าพลังชีวิตไปแล้วเกินครึ่ง
ตอนนี้ ในที่สุดนางก็จำเป็นต้องถอยออกจากการต่อสู้เพื่อฟื้นฟูค่าพลังชีวิตของตัวเอง
ตอนนี้เอง ก็ถึงเวลาที่เสวียนเสี่ยวปี่กับเซียวเหยาถอนใจจะได้แสดงบทบาทแล้ว!
ขณะมองเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยโจมตีกระบี่คู่ออกมาอีกครั้ง โหวทงไห่ก็ยังมองจุดอ่อนในกระบวนท่าของพวกเขาออก ตอนที่โหวทงไห่ชูสามง่ามเตรียมแทงออกไป หนึ่งดาบสามเฉือนข้างๆ กลับตะโกนเสียงแหลมว่า “เซียวเหยาถอนใจ!”
“รับทราบ!” เซียวเหยาถอนใจใช้หมัดถูฝ่ามือรอมานานแล้ว พอได้ยินน้องดาบเรียกก็ฮึกเหิมทันที จากนั้นพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ใช้ฝ่ามือฟันปราณยุทธ์มังกรไปทางโหวทงไห่แล้ว
“โอยย!”
[1] มังกรสามหัว 三首蛟 ฉายาของโหวทงไห่ เนื่องจากบนศีรษะมีรอยปูดสามรอย