เป็นเขาจริงๆ!
ยืนยันเป้าหมายแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงรีบเอ่ยปากเตือน "ซี่โครงซ้ายของเขาได้รับบาดเจ็บ เวลาโจมตีอย่าลืมโจมตีให้โดนจุดสำคัญ!" ได้ยินดังนั้น ซานเย่ว์จึงเข้าไปดู พบว่าที่ใต้ซี่โครงด้านซ้ายของโฉวป้ามีบาดแผลที่ถูกผ้าพันไว้อยู่จริงๆ
ในตอนนี้เอง เยี่ยเว่ยหมิงก็ชิงลงมือก่อนแล้ว ใช้กระบี่ชี้ไปยังหว่างคิ้วของโฉวป้า!
"เจ้าหมาลอบกัด ตายซะเถอะ!" ขณะกำลังคำรามโทสะ โฉวป้าฟาดหลังมือออกไปฉาดหนึ่ง เยี่ยเว่ยหมิงที่ยืนอยู่ไกลๆ ก็ยังรู้สึกได้ถึงเสียงลมจากแรงตบนั้น มันกดทับเอาไว้จนเขาหายใจไม่ออก
แม้ร่างกายจะได้รับบาดเจ็บ แต่เพียงแค่โจมตีออกไปก็มีพลังถึงขนาดนี้!
ผู้แข็งแกร่งเลเวล 25 แข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ!
เมื่อเผชิญหน้ากับฝ่ามือเสริมกำลังภายในของโฉวป้าแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงไฉนเลยจะกล้าต่อกร?
แต่การที่เลเวลเคล็ดกระบี่เพิ่มสูงขึ้น ก็ทำให้เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน ความว่องไวและความสามารถในการตอบสนองของร่างกายเขาเพิ่มขึ้นไปตามไปด้วยอย่างมาก
กระบี่ชิงเฟิงในมือสั่น เยี่ยเว่ยหมิงใช้ท่า 'แพะเคี้ยวโบตั๋น' จาก 'เคล็ดกระบี่วีรสตรี' เงากระบี่ตัดสลับไปมาทั้งในแนวตั้งและแนวนอน ทำให้โฉวป้าเองก็ไม่กล้าตามไปแบบไม่ยั้งคิด ในขณะเดียวกันเมื่อแตะปลายเท้าลงบนพื้นดินหนึ่งครั้ง ร่างกายก็เอนวูบเข้าไปด้านในก่อนถอยออกมา วาดท่าทางปลดคลายพลังฝ่ามืออันน่าสะพรึงของโฉวป้าได้อย่างสบายๆ
ในขณะที่ถอยออกมานั้น เยี่ยเว่ยหมิงก็ยังไม่ลืมเอ่ยปากเตือนซานเย่ว์ที่กำลังเตรียมจะพุ่งเข้าไปสู้ว่า "อย่าสู้ตรงๆ ใช้อาวุธลับ!"
หลังจบคำ ก็ยกมือขึ้นปามีดบินพุ่งไปยังโฉวป้าทันที
ฟึ่บ!
ทันทีที่มีดบินตวัดออกจากมือ ก็แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสีเย็น เพื่อเป็นการเพิ่มอานุภาพของมัน ในการโจมตีครั้งนี้ เยี่ยเว่ยหมิงเพิ่มกำลังภายในเข้าไปด้วยส่วนหนึ่ง ทำให้ทุกที่ที่ใบมีดตัดผ่าน จะมีเสียงแหลมเสียดหูปล่อยออกมาด้วย
หลังจากนั้น มีดบินนี้ก็พุ่งตรงไปยังด้านหลังในตำแหน่งที่ห่างจากไหล่ซ้ายของโฉวป้าประมาณครึ่งฉื่อ เสียบเข้าบนผาหินข้างถ้ำแร่ ลึกเกือบมิดด้าม!
เพราะไม่เคยได้เรียนรู้ทักษะการใช้อาวุธลับมาก่อน ความแม่นยำของสิ่งที่ปาออกไปนั้นก็ย่อมยากที่จะเกิดผลที่น่าพอใจ
ฝีมือการใช้อาวุธลับของเยี่ยเว่ยหมิงนั้นไม่ดีนัก แต่ฝีมือของซานเย่ว์กลับดีกว่าของเขามาก เห็นในมือของสาวน้อยที่ยกขึ้นเป็นหินตั๊กแตนบินหนึ่งก้อนพุ่งโจมตีไปยังบาดแผลใต้ซี่โครงของโฉวป้า แม่นยำยิ่งนัก เห็นเช่นนั้นแล้ว ชายร่างสูงเจ็ดฉื่ออย่างเยี่ยเว่ยหมิงก็อับอายเป็นอย่างมาก
ระดับการใช้อาวุธลับของซานเย่ว์แม้จะสูงกว่าเยี่ยเว่ยหมิง แต่กลับไม่อยู่ในสายตาของโฉวป้าผู้แข็งแกร่งเลเวล 25 เขาเพียงแค่ใช้ฝ่ามือปัดทิ้งไป หินตั๊กแตนบินเหล่านั้นก็ถูกแรงลมปัดออกไปแล้ว ไม่ทันได้แตะมาถึงตัวเขา
"ทำต่อไป!"
เยี่ยเว่ยหมิงออกคำสั่งอีกครั้ง แล้วตามด้วยปามีดบินออกไปใหม่อีกรอบ ทำงานสอดประสานกันกับหินตั๊กแตนบินของซานเย่ว์ โจมตีระยะไกลใส่โฉวป้าไม่หยุด แม้จะไม่ค่อยแม่นยำนัก แต่ยึดหลักแมวตาบอดเจอหนูตาย กอปรกับระยะทางที่ไม่ไกลนัก สิบเล่มจะมีเพียงเล่มสองเล่มเท่านั้นที่พลาดเป้า ทำให้โฉวป้ามิอาจไม่ปัดมือเพื่อโจมตีกลับได้
ทั้งสองอาศัยจังหวะที่การเคลื่อนไหวของโฉวป้ายังถูกจำกัดอยู่และไม่ทันระวังตัวโจมตีใส่ไม่ยั้ง ซึ่งก็ใช้เวลาไปห้านาทีเต็มๆ แต่โฉวป้ากลับใช้พลังชีวิตไปแค่ประมาณ 300 แต้มเท่านั้น การโจมตีส่วนใหญ่ล้วนถูกอีกฝ่ายใช้มือป้องกันเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว
ลองคิดดูว่าถ้าไม่มีกับดักจับสัตว์จำกัดการเคลื่อนไหวของเขาไว้ เกรงว่าทั้งเยี่ยเว่ยหมิงและซานเย่ว์คงจะถูกส่งกลับไปรายงานตัวที่จุดฟื้นชีพแล้ว
"บ้าชะมัด ไอ้หมอนี่ทำไมถึงได้เก่งขนาดนี้" ขณะที่มือก็ยังไม่หยุดปาอาวุธลับ ซานเย่ว์ก็บ่นออกมาอย่างอดไม่ไหว "ภารกิจที่ข้าได้รับเป็นแค่ภารกิจสามดาวเท่านั้นแท้ๆ นึกไม่ถึงว่าต้องมาสู้กับ BOSS ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ นี่มันเกินไปแล้วจริงๆ!"
"วางใจเถอะ ระบบไม่มีทางให้เราทำภารกิจที่ไม่มีทางสำเร็จ ในเมื่อปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว ก็แปลว่าเจ้าหมอนี่ยังมีจุดอ่อนบนตัวอยู่แน่นอน เราจะเอาชนะได้" ปากพูดไปแบบนั้น แต่เยี่ยเว่ยหมิงก็ยังยกมือปามีดบินออกไปอีกเล่ม แถมบินผ่านเหนือศีรษะของโฉวป้าออกไปมากกว่าครึ่งฉื่อ[1]อีกต่างหาก
อาจจะเป็นเพราะดูออกแล้วว่าการโจมตีของทั้งสองคนนั้นไม่ได้ร้ายกาจเท่าไรนัก และอาจเป็นเพราะใช้กำลังภายในของตนไปอย่างหนักแล้วเหมือนกัน หลังจากสู้กันได้สักพัก โฉวป้าก็ปัดป้องอาวุธลับโดยไม่ใส่กำลังภายในแล้ว แต่อาวุธลับพื้นๆ ของทั้งสองก็ยังทำอะไรเขาไม่ได้มากเหมือนเดิม
หลังจากมองออกแล้ว โฉวป้ายิ่งกัดฟันกรอด ในเมื่อมีพลังป้องกันและเลือดสูง จึงเลือกไม่สนใจการโจมตีด้วยอาวุธลับของทั้งสองคนอีก เขากลับหลังหันและก้มตัวลง สองมือจับที่ฟันเลื่อยทั้งสองของกับดักจับสัตว์ แล้วดึงแยกมันออกอย่างสุดกำลัง...
แย่แล้ว!
เยี่ยเว่ยหมิงรู้ดี ขอเพียงโฉวป้าดึงกับดักจับสัตว์ออก แม้จะยังเคลื่อนไหวตามปกติไม่ได้ แต่พวกเขาก็อย่าได้คิดว่าจะโจมตีสบายๆ ได้แบบตอนนี้อีกเลย
ด้วยความสามารถของพวกเขา เมื่อเผชิญหน้าตรงๆ กับโฉวป้า ก็มีแต่จะถูกฆ่าในพริบตาอย่างแน่นอน!
จะต้องขัดขวางเขา!
ทันทีที่คิดได้ เยี่ยเว่ยหมิงเร่งรวบรวมอาวุธลับ แล้วดึงกระบี่ชิงเฟิงออกมา ชี้ดาบไปยังจุดไป่หุ่ยตรงกึ่งกลางศีรษะล้านของโฉวป้า
จุดไป่หุ่ยเป็นจุดที่อันตรายต่อร่างกายมนุษย์ ต่อให้ความสามารถของเยี่ยเว่ยหมิงจะห่างชั้นกับโฉวป้า แต่โฉวป้าก็ยังไม่กล้าโจมตีทันทีโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง อย่างไรเสียกระบี่ชิงเฟิงในมือเยี่ยเว่ยหมิงมองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่อาวุธธรรมดา อีกอย่างโฉวป้าเองก็ไม่เคยฝึกวิชาเศียรโลหะมาก่อน
ในสถานการณ์ที่คับขัน โฉวป้าไม่ทันได้สนใจกับดักจับสัตว์เพราะกำลังวุ่นอยู่กับการเดินกำลังภายใน จึงรวบรวมพลังซัดออกไปหนึ่งฝ่ามือเพื่อผลักเยี่ยเว่ยหมิงให้ถอยไป
ทว่าเมื่อเขาปล่อยมือ กับดักจับสัตว์ที่เพิ่งดึงออกมาได้ครึ่งเดียวก็กลับไปหนีบเข้าหากันใหม่อีกครั้ง
ฉับ!
"อ๊าก!"
เพียงครู่เดียว ก็หนีบเอาพลังชีวิตของโฉวป้าไป 500 แต้มเต็มๆ เห็นผลชัดเจนยิ่งกว่าที่ทั้งสองคนพยายามมาตั้งนานเสียอีก เพราะว่าเดี๋ยวคลายเดี๋ยวหนีบอยู่แบบนั้น ส่วนโฉวป้าในตอนนี้ ขาของเขาสูญเสียความสามารถในการรับความรู้สึกไปเป็นที่เรียบร้อย ต่อให้ดึงกับดักจับสัตว์ออก รออีกชั่วครู่ก็อย่าหวังว่าจะกลับมาใช้ขยับได้อย่างอิสระ!
ในเวลาเดียวกันนั้น ซานเย่ว์ที่อยู่อีกด้านหนึ่งพุ่งไปประชิดตัวแล้ว อาศัยจังหวะที่โฉวป้าซัดฝ่ามือกดดันให้เยี่ยเว่ยหมิงถอย และจังหวะที่กับดักจับสัตว์สร้างดาเมจเป็นครั้งที่สองจนทำให้โฉวป้าเจ็บจนเห็นดาว ซานเย่ว์ยกมือขึ้นฟาดเข้าไปที่จุดไท่หยางที่ขมับซ้ายของโฉวป้าหนึ่งที
ผัวะ!
หนึ่งฝ่ามือที่ฟาดมาอย่างแข็งแรงพร้อมเสริมกำลังภายใน ทำให้การโจมตีนี้เกิดคริติคอล ฟาดเอาพลังชีวิตของโฉวป้าลดลงไป 300 แต้ม อีกทั้งยังตบเขาล้มลงได้อีกด้วย
แต่ในตอนนั้นเอง โฉวป้าพลันแสดงด้านที่ป่าเถื่อนของมหาโจรลำน้ำออกมา แม้จะโดนโจมตีต่อเนื่องจนบาดเจ็บสาหัส แต่ในขณะที่ร่างของเขาล้มลงไปด้านหลัง เขายังใช้ขาขวาที่ยังคงไว้ซึ่งความปราดเปรียวเพียงหนึ่งเดียวถีบเข้าที่หน้าอกของซานเย่ว์ไปหนึ่งที
ตุ้บ! หนึ่งฝ่าเท้าแข็งแกร่งที่อัดแน่นไปด้วยความเจ็บใจ ถีบซานเย่ว์จนลอยถอยไปด้านหลัง พอตกถึงพื้นก็ยังกลิ้งต่อไปอีกหลายตลบกว่าจะหยุดลง
หากคู่ต่อสู้ของโฉวป้ามีแค่ซานเย่ว์คนเดียว เขาคงใช้การโจมตีครั้งนี้พลิกสถานการณ์ได้
แต่ทว่า คู่ต่อสู้ของเขายังมีเยี่ยเว่ยหมิงที่น่ากลัวยิ่งกว่าอยู่อีกคน!
ในตอนที่ทั้งโฉวป้าและซานเย่ว์ได้รับบาดเจ็บ เยี่ยเว่ยหมิงขยับดาบอีกครั้ง กระบี่ชิงเฟิงแผ่ซ่านจิตสังหารเข้มข้นออกมา แล้วเสียบเข้ากลางอกของโฉวป้าด้วยความเร็วปานสายฟ้า โดยใช้ท่าไม้ตาย 'ไซซีกุมดวงใจ' จาก 'เคล็ดกระบี่วีรสตรี'
โฉวป้าเพิ่งจะถูกโจมตีจากซานเย่ว์ไปหยกๆ ยังมึนงงอยู่ อีกอย่างที่ถีบซานเย่ว์ไปนั้น ก็ใช้ปราณแท้ไปจนหมดแล้ว ในตอนนี้ พลังเก่าที่มีก็ใช้ไปหมดแล้ว พลังใหม่ก็ยังไม่ทันเพิ่มขึ้น แน่นอนว่ามิอาจต้านทานท่าไม้ตายของเยี่ยเว่ยหมิงได้ จึงได้แต่กลิ้งตัวอยู่บนพื้นหนึ่งตลบเพื่อหลีกหนีการโจมตีตรงหัวใจ แต่บนแขนขวากลับถูกกระบี่ชิงเฟิงกรีดเป็นบาดแผลแนวลึกจนเห็นกระดูก
เพียงชั่วขณะหนึ่ง โฉวป้ารู้สึกว่าแขนขวาสูญเสียการรับความรู้สึกไปแล้ว
แขนขาทั้งสี่ข้าง ใช้การไม่ได้ไปแล้วสอง แต่โฉวป้ายังคงใช้พลังชีวิตที่แข็งแกร่งของเขาเพื่อลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
BOSS ไม่ได้ฆ่ากันง่ายๆ จริงๆ ด้วย!
ในตอนนี้ ซานเย่ว์ปีนป่ายขึ้นมาจากพื้นดินแล้ว พร้อมกับยัดยาฟื้นฟูค่าพลังชีวิตเข้าปากไปหนึ่งเม็ด แล้วกล่าวขึ้นด้วยความกลัวที่ยังตกค้างอยู่ในใจ "การโจมตีของหมอนี่รุนแรงมาก ที่เพิ่งโดนเข้าไปนี่ลดพลังชีวิตข้าลงไปถึงสองในสามส่วนเลย ถ้าโดนอีกรอบข้าคงได้ตายอยู่ที่นี่แน่นอน"
"สถานการณ์ทรงตัวแล้ว โจมตีต่อ!" เยี่ยเว่ยหมิงพยักหน้า
พูดจบทั้งคู่ก็เริ่มโจมตีด้วยอาวุธลับใหม่อีกครั้ง
มีดบิน หินตั๊กแตนบิน...ในนั้นยังมีห่อกระดาษติดอยู่ด้วย พอถูกโฉวป้าปัดแตก เกล็ดสีขาวก็ฟุ้งกระจายไปทั่ว โฉวป้าไหวตัวทันจึงรีบหลับตา ทว่าเกล็ดสีขาวร่วงหล่นลงบนบาดแผลของเขาแล้ว เพียงครู่เดียวเขาก็เจ็บจนต้องกรีดร้องอย่างใจจะขาดขึ้นมาอีกครั้ง
ซานเย่ว์ยังคงใช้หินตั๊กแตนบินโจมตีต่อไป พร้อมกับถาม "เจ้าใช้อาวุธลับอะไรน่ะ"
"เกลือไงล่ะ"
…………………………
[1] 1 ฉื่อ ประมาณ 33 เซนติเมตร
ตอนที่ 7
"เกลือ!"
ปากก็ตอบคำถามของซานเย่ว์ไป แต่เยี่ยเว่ยหมิงกลับอาศัยโอกาสตอนที่โฉวป้าหลับตาเพื่อเลี่ยงอันตรายจากเกลือ ปาห่อกระดาษออกไปอีกครั้ง โฉวป้าที่หลับตาอยู่ จึงทำได้เพียงฟังเสียงเพื่อจับทิศทาง แล้วจึงปัดห่อกระดาษแตกอีกครั้ง ผงสีแดงลอยฟุ้งเต็มท้องฟ้า
ไม่รอให้ซานเย่ว์ถาม เยี่ยเว่ยหมิงเอ่ยปากอธิบายเอง "รอบนี้เป็นผงพริกป่น"
ตอนที่เป็นเกลือ โฉวป้าไม่กล้าลืมตา แน่นอนว่าพอเป็นพริกก็ยิ่งไม่กล้า และในตอนนี้ ซานเย่ว์ก็เลียนแบบเยี่ยเว่ยหมิง ปาห่อกระดาษไปยังโฉวป้า หลังจากมันถูกปัดจนแตก กลับเป็นเกล็ดสีดำลอยฟุ้งขึ้นมา พอตกลงบนบาดแผลของเขา กลับไม่ได้สร้างดาเมจเพิ่มเติมแก่โฉวป้า
เยี่ยเว่ยหมิงเห็นดังนั้นก็อดถามขึ้นอย่างสงสัยไม่ได้ "ห่อนี้ของเจ้าคืออะไร"
"ผงยี่หร่า..." ซานเย่ว์แลบลิ้น
น้องสาว นี่เธออยากกินเนื้อแพะย่างสินะ?
ขาซ้ายแขนขวาใช้การไม่ได้ เหลือเพียงมือขวาเท่านั้นที่จะช่วยป้องกันการโจมตี อีกทั้งแผลใต้ซี่โครงก็ส่งผลให้โฉวป้าเชื่องช้าลง ในสถานการณ์เช่นนี้ โฉวป้าไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต้านทานอาวุธลับของทั้งสองคนแล้ว หินตั๊กแตนบินและมีดบินร่วงหล่นลงใส่ตัวเขา แถบค่าพลังชีวิตเหนือศีรษะก็เห็นได้ชัดว่าลดลงอย่างรวดเร็ว
มองดูพลังชีวิตของโฉวป้าเหลือยู่ไม่ถึง 100 แต้ม เยี่ยเว่ยหมิงกลับโบกมือห้ามซานเย่ว์ที่จะโจมตีต่อ แล้วเอ่ยปากถามโฉวป้าที่เหลือเลือดอยู่เพียงน้อยนิด "เจ้าเป็นคนฆ่าผู้เฒ่าหลี่ใช่หรือไม่"
"ที่แท้การตายของผู้เฒ่าหลี่มีร่องรอยของข้าอยู่อย่างนั้นหรือ" โฉวป้าที่เตรียมใจตายไว้แล้วยิ้มอย่างเศร้าสร้อย "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว มีอยู่จริงด้วย โดนกรรมสนองนี่ไม่สนุกเลย!"
ไม่รอให้เยี่ยเว่ยหมิงถามต่อ โฉวป้าก็พูดขึ้น "เดิมทีข้าก็เป็นจอมยุทธในยุทธภพคนหนึ่ง แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อคนชั่วบนโลกนี้มีมากนัก ทั้งเด็กและคนแก่ในตระกูลข้าถูกพวกโจรภูเขาฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม หลังจากตามสืบอยู่หลายครั้งจึงได้รู้ว่า ที่แท้คนร้ายที่ฆ่าครอบครัวของข้าคือหัวหน้าค่ายดอกบัวผู้ลือนามแปดทิศหลินจื้อเพ่ย คนผู้นี้พลังยุทธ์สูงส่ง เคล็ดกระบี่ไร้เทียมทาน ตัวข้านั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ทำได้เพียงปลีกตัวออกมาเป็นฝ่ายศัตรู แฝงตัวเข้าไปในเขาดอกบัว เพื่อค้นหาโอกาสในการแก้แค้น...
ดีที่หลินจื้อเพ่ยนั่นทำชั่วไว้มาก เลยจำไม่ได้ว่าตัวเองสังหารใครไปบ้าง ครั้นเมื่อข้าขึ้นไปบนภูเขาก็ไม่ได้เคลือบแคลงสงสัย ข้าเข้าปวารณาตนที่ค่ายดอกบัว สังหารผู้บริสุทธิ์ ไม่รู้เลยว่าได้กระทำชั่วไปมากมายเพียงใด ในที่สุดก็ได้เข้าร่วมในตำแหน่งเจ้าบ้านสามของค่ายภูเขา
ครั้งหนึ่งในงานฉลอง ข้าคิดว่าโอกาสคงมาถึงแล้ว จึงได้ลงมือลอบโจมตี แต่คิดไม่ถึงว่าโจรชั่วนั่นจะมีฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนี้ แม้ข้าจะใช้การลอบโจมตี แต่ก็ยังต่อกรกับเขาไม่ได้อยู่ดี
โชคดีที่ตอนนั้นเขาได้รับบาดเจ็บ ข้าจึงฆ่าคนมาตลอดทาง หลังจากหนีออกมาจากภูเขา ข้าได้พบกับท่านผู้เฒ่าอวี้เซียวจื่อสหายเก่า หรือที่พวกเจ้าเรียกกันว่าผู้เฒ่าหลี่ จึงไปขอความช่วยเหลือ ผู้เฒ่าอวี้เซียวจื่อดีกับข้ามาก ไม่เพียงหายามารักษาข้า แต่ยังช่วยข้าหาที่ซ่อนตัว ทั้งยังคอยส่งข้าวให้ข้ากินอีกด้วย
...แต่พอข้าได้รู้ว่าเขามีตำราลับเคล็ดกระบี่บู๊ลิ้มนอกรีตอยู่เล่มหนึ่ง ก็เกิดความคิดชั่วร้ายขึ้น! ข้ารู้ว่านี่เป็นความหวังเดียวในการแก้แค้นของข้า ข้าจึงแอบกลับไปที่หมู่บ้านตู้คัง โกหกว่าบาดแผลดูเหมือนจะแย่ลง และอาศัยตอนที่ผู้เฒ่าอวี้เซียวจื่อกำลังเดินปราณช่วยรักษาข้าอยู่นั้น ลอบทำร้ายเขาจนถึงแก่ความตาย พร้อมจัดฉากให้เหมือนเป็นการฆ่าตัวตาย"
[ติ๊ง! คุณสืบหาความจริงเรื่องการตายของผู้เฒ่าหลี่สำเร็จ
สำเร็จภารกิจ 'ผู้เฒ่าหลี่ที่ฆ่าตัวตาย'
ได้รับรางวัลภารกิจ:
ค่าประสบการณ์ 1000 แต้ม
ค่าตบะ 100 แต้ม
เงิน 50 เหรียญเงิน]
เมื่อได้รับแจ้งเตือนจากระบบ เยี่ยเว่ยหมิงถามซานเย่ว์ในช่องทีมด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "ภารกิจสำเร็จแล้วหรือ"
"สำเร็จแล้ว เจ้าเก่งจริงๆ!"
เยี่ยเว่ยหมิงยิ้มเล็กน้อย แล้วฟังโฉวป้าพูดต่อ "คนเลวที่ตอบแทนบุณคุณด้วยความโหดเหี้ยมเช่นข้า มีจุดจบเช่นนี้ก็นับว่ากรรมตามสนองแล้ว เพียงแค่ยังเคียดแค้นไอ้โจรชั่วหลินจื้อเพ่ยที่ยัง...เอื้อก!"
ไม่รอให้โฉวป้าพูดจบ กระบี่ชิงเฟิงในมือเยี่ยเว่ยหมิงก็เสียบทะลุลำคอของเขา
[ติ๊ง! สังหาร BOSS โฉวป้า เลเวล 25 สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 3000 แต้ม ค่าตบะ 300 แต้ม]
[ติ๊ง! คุณสังหารมหาโจรลำน้ำโฉวป้าสำเร็จ ทำภารกิจ "ตามจับโฉวป้า" สำเร็จเกินเป้าหมาย
ได้รับรางวัลภารกิจ: ค่าประสบการณ์ 5000 แต้ม ค่าตบะ 400 แต้ม เงิน 50 เหรียญเงิน]
[ประกาศจากระบบ: ผู้เล่นศิษย์สำนักมือปราบเทพเยี่ยเว่ยหมิง ผู้เล่นมือใหม่ซานเย่ว์ สังหาร BOSS โฉวป้าเลเวล 25 สำเร็จในครั้งแรก
ได้รับรางวัลสังหารครั้งแรก: ชื่อเสียงยุทธภพ 400 แต้ม ค่าผลงานสำนัก 400 แต้ม]
[ประกาศจากระบบ: ผู้เล่นศิษย์สำนักมือปราบเทพเยี่ยเว่ยหมิง...]
......
ประกาศจากระบบแสดงรวดเดียวสามรอบ ได้ยินเพียงความตื่นเต้นของสาวน้อยซานเย่ว์
ในที่สุดก็ได้ออกทีวีแล้ว!
แต่ยิ่งไปกว่าการได้ออกทีวีอะไรนั่นแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงกลับสนใจการเปลี่ยนแปลงความสามารถของตัวเขามากกว่า
เพียงครู่เดียว ค่าประสบการณ์ก็เพิ่มสูงถึง 9000 แต้ม ทำให้เลเวลของเยี่ยเว่ยหมิงเพิ่มขึ้นเป็นเลเวล 13 แถมยังรู้สึกได้ทันทีเลยว่า ความสามารถของตัวเองดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นมาอีกหลายส่วน
รางวัลสำเร็จภารกิจเกินเป้าหมายมีโบนัสเพิ่มให้อีก พอเพิ่มก็ให้เยอะขนาดนี้เลย? แต่ว่ารางวัลอื่นๆ ทั้งหมดล้วนแต่ได้เป็นสองเท่า ทำไมถึงมีเพียงรางวัลเงินเท่านั้นที่ลดลงครึ่งหนึ่งล่ะ
แต่ว่าหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ปล่อยวางได้
ประกาศจับโฉวป้า นอกจากภายในสำนักมือปราบเทพแล้ว ก็ยังปิดประกาศไว้อีกหลายที่ ผู้เล่นทุกคนรับภารกิจได้ ในสถานการณ์นี้ เมื่อรวมกลุ่มกันสองคนสังหารโฉวป้า เงินรางวัลย่อมต้องหารเท่ากัน ไม่ใช่จะได้เต็มจำนวนเหมือนกันทั้งคู่
ระบบงกสุดๆ ไปเลย ไม่ยอมให้ผู้เล่นมีโอกาสกอบโกยโดยเด็ดขาด
แต่ด้วยความตื่นเต้นที่ได้ออกทีวีเป็นครั้งแรก ซานเย่ว์ก็พลันคิดอะไรขึ้นมาได้ จึงถามขึ้นมาด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเล็กน้อย "จะว่าไป เมื่อกี้ทำไมเจ้าต้องรีบฆ่าเขาด้วย คนเขาเล่าเรื่องให้ฟังอยู่ดีๆ ออกจะสนุก"
เยี่ยเว่ยหมิงได้ยินก็ยิ้มอย่างไม่ใส่ใจนัก "ในเมื่อเขายอมรับความผิดทั้งหมดที่ตัวเองก่อแล้ว คำพูดหลังจากนั้นก็ไม่มีค่าอะไรอีก รีบฆ่าเขาให้เสร็จ เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจจะเกิดขึ้นได้"
"เขาพูดไม่ผิดสักนิด" จู่ๆ ก็มีเสียงแหบพร่าไม่ชวนฟังดังขึ้น จากนั้นทั้งสองก็เห็นเงาคนวูบหนึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งพลันปรากฏตัวอยู่หน้าพวกเขาทั้งสอง
ชายคนนี้กลับสวมใส่ชุดเฟยอวี๋ แต่ดูจากการตัดเย็บแล้วเห็นได้ชัดว่าระดับขั้นสูงกว่าชุดที่เยี่ยเว่ยหมิงใส่อยู่ หมวกคลุมศีรษะ หน้ากากเหล็กปิดหน้า ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายน่าสะพรึงกลัว ราวกับเป็นผีร้ายที่ผุดขึ้นมาจากขุมนรก ทำให้ผู้คนอดรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้!
มองดูชายหน้ากากเหล็กที่จู่ๆ ก็มาปรากฏตัวตรงหน้าด้วยความระแวดระวัง เยี่ยเว่ยหมิงเอ่ยถาม "ใต้เท้าคือ?"
"อดีตผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร ปัจจุบันรองหัวหน้าสำนักมือปราบเทพโหยวจิ้น"
เยี่ยเว่ยหมิงได้ยินถึงกับตาเป็นประกาย รีบเอ่ยต่อด้วยความกระตือรือร้น "ที่แท้ก็เป็นใต้เท้าโหยว ที่จู่ๆ ท่านมาปรากฏตัวเช่นนี้ คงเป็นเพราะข้าทำภารกิจในครั้งนี้ได้ดีมาก เลยตั้งใจมาแจกรางวัลให้เป็นพิเศษใช่หรือไม่"
โหยวจิ้นแค่นหัวเราะแล้วถามกลับ "ปากมันลิ้นลื่น รางวัลของเจ้าไม่ใช่ว่าถูกคูณสองไปหมดแล้วหรือ"
เยี่ยเว่ยหมิงยิ้มแห้ง ไม่กล้าพูดต่อ
ในตอนนี้เอง โหยวจิ้นก็เปิดปากเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "เดิมทีด้วยความสามารถของโฉวป้านั้น ถือว่ายังไม่ใช่คนที่พวกเจ้าจะมากำราบได้ ข้ารีบมาที่หมู่บ้านตู้คังเพื่อมาจับโจรชั่วนี่ด้วยตัวเอง เพียงแต่ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มเช่นเจ้าจะใช้วิธีสกปรกสำเร็จภารกิจที่เดิมทีไม่น่าจะทำได้ ก็ไม่เลว พวกเราสำนักมือปราบเทพต้องการคนมีความสามารถเช่นเจ้านี่แหละ"
เดิมทีวิธีที่ถูกต้องที่ใช้ทำภารกิจนี้ก็คือ การเรียกโฉวป้าออกมาสอบถามกันต่อหน้า ทำให้เขาหลุดพูดว่าตัวเองเป็นคนสังหารผู้เฒ่าหลี่ จากนั้นค่อยให้โหยวจิ้นมาปิดฉาก?
หากเป็นเช่นนี้ล่ะก็ ภารกิจสามดาวทั้งสองนี้ก็ถือว่าตั้งค่ามาได้สมเหตุสมผล
โหยวจิ้นเบนสายตาไปที่ซานเย่ว์ที่อยู่อีกทางหนึ่ง "สาวน้อย ก่อนหน้านี้ข้าเคยแอบสังเกตการณ์อยู่ จึงพบว่า แม้ผลงานของเจ้าจะยังเทียบเยี่ยเว่ยหมิงไม่ได้ แต่ก็ถือว่าใช้ได้ทีเดียว นี่คือรางวัลเพิ่มเติมที่เจ้าทำภารกิจสำเร็จ หากสนใจล่ะก็ ไปรายงานตัวที่สำนักมือปราบเทพ ณ นครหลวงตะวันออก เมืองเปี้ยนเหลียงได้นะ" ขณะที่พูดอยู่นั้น โหยวจิ้นพลันนำป้ายอาญาสิทธิ์สำหรับเข้าสำนักมือปราบเทพหนึ่งแผ่นวางไว้บนมือซานเย่ว์ด้วย
ตอนที่ 8
พี่ใหญ่ แบบนี้มันหลอกลวงกันนะ!
จะดีจะร้ายก็ทำภารกิจสำเร็จไปหนึ่งอย่างแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงทำใจไม่ได้ที่จะมองดูซานเย่ว์กับตัวเองกระโดดลงหลุมกับดักไฟอย่างจวนมือปราบเทพด้วยกัน
กำลังคิดจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง โหยวจิ้นกลับชิงเอ่ยปากก่อนแล้วว่า "สำนักมือปราบเทพแม้จะไม่มีวิทยายุทธ์ของสำนัก แต่กลับมีทักษะเฉพาะของสำนักอย่างอื่นที่ชดเชยกันได้ ในจุดนี้เยี่ยเว่ยหมิงน่าจะเข้าใจแจ่มแจ้งที่สุดนะ?"
เยี่ยเว่ยหมิงยิ้มอย่างเก้อเขิน เวทชันสูตรศพกับเวทบรรจุศพเป็นสกิลเทพจริงๆ จุดนี้จำต้องยอมรับ แต่ถ้าเทียบกับการไม่มีวิทยายุทธ์ของสำนัก แบบนี้นับว่าได้อย่างเสียอย่างหรือเปล่าล่ะ
"สำนักมือปราบเทพ ในฐานะที่เป็นสำนักลับ ย่อมต้องแตกต่างกับสำนักในยุทธภพพวกนั้นอยู่แล้ว โอกาสก็อยู่ตรงหน้านี้แล้ว แม่นางน้อย เจ้าต้องเกาะกุมเอาไว้ให้มั่นสิ ผู้แซ่โหยวขอตัว!" พอพูดจบ ทั้งสองก็เห็นเพียงเงาดำถลันวูบ พอเสียงดัง ฟิ้ว! โหยวจิ้นก็หายไปแล้ว
พอโหยวจิ้นปรากฏตัวครั้งแรก ก็แสดงสุดยอดท่าร่างที่เดินทางไปมาได้อย่างไร้ร่องรอยแล้ว แสดงให้ผู้เล่นทั้งสองเห็น ทำให้อดทะเยอทะยานบ้างไม่ได้
หล่อเท่เกินไปแล้ว!
ต้องรอเมื่อไรกัน ตัวเองถึงจะมีความสามารถแข็งแกร่งขนาดนี้ได้
"ในที่สุดก็ถึงเวลาตรวจสอบคุณสมบัติประจำตัวแล้ว!" ซานเย่ว์ยังกำป้ายอาญาสิทธิ์เข้าจวนมือปราบเทพไว้ในมือ กำลังมองจุดที่โหยวจิ้นหายตัวไปอย่างเหม่อลอย เยี่ยเว่ยหมิงดึงสติกลับมาจากความตกตะลึงก่อนแล้ว กำหมัดถูฝ่ามือพร้อมถามว่า "เจ้าจะคลำหรือจะให้ข้าคลำ"
ซานเย่ว์อึ้งไปชั่วขณะ ถามโดยสัญชาตญาณว่า "คลำอะไร" แต่ตอนที่พูดออกไป นางก็ตระหนักได้ทันที ว่าเหมือนตัวเองจะถามคำถามที่ปัญญาอ่อนมากออกไป จึงรีบพูดเสริมว่า "ที่จริงเมื่อก่อนข้าก็ไม่เคยเจอ BOSS มาก่อน ไม่รู้โชควาสนาของตัวเองเป็นอย่างไรด้วย แต่เมื่อก่อนตอนเล่นเกมอื่น ข้าก็ดวงไม่แย่เลยนะ"
เยี่ยเว่ยหมิงรู้ว่านางพูดอย่างนี้ก็เพราะอยากจะลองเสี่ยงโชคตรวจคลำศพดูสักหน่อย จึงแสดงความใจกว้าง "สุภาพสตรีเชิญก่อน"
นึกไม่ถึงว่าเขาจะไม่สนใจเก็บของแบบนี้ ทำให้ภาพพจน์ของเขาในก้นบึ้งหัวใจซานเย่ว์สูงขึ้นอีกหลายส่วน คำว่าจิตใจกว้างขวาง กล้าได้กล้าเสีย และศัพท์ต่างๆ ถูกผลักไปที่ตัวเยี่ยเว่ยหมิงแล้ว
ต้องทราบไว้ว่าจนกระทั่งตอนนี้ ทั้งสองยังรู้จักกันได้ไม่ถึงหนึ่งวัน ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะวางใจตัวเองขนาดนี้ ไม่กังวลเลยสักนิดว่าตัวเองจะแอบเก็บของดรอปจากตัว BOSS ไว้เองคนเดียว นี่เขามีความสามารถในการมองคนมองออกว่าตนไม่ใช่คนที่แย่ขนาดนั้น หรือว่า...
ขณะบนใบหน้าสื่ออารมณ์หลากหลายปนกัน ซานเย่ว์ก็ยื่นมือไปคลำศพของโฉวป้า
เยี่ยเว่ยหมิงจะกลัวซานเย่ว์แอบดรอปของบนตัว BOSS ไว้คนเดียวหรือเปล่า
แน่นอนว่าไม่กลัวอยู่แล้ว!
เพราะก่อนที่เขาจะตีมอนครั้งแรก ก็ได้ปรับโหมดดรอปไอเทมแบ่งของบนตัว BOSS ไว้แล้ว ปรับให้แบ่งให้หัวหน้าทีม...
ตามที่มือของซานเย่ว์สัมผัสโดนศพของโฉวป้า ตรงหน้าทั้งสองก็มีรายการไอเทมเด้งออกมาทันที
[ฝ่ามืออัสนีบาต (เคล็ดฝ่ามือระดับกลาง): เคล็ดฝ่ามือที่ดังกึกก้องเหมือนฟ้าร้อง รวดเร็วเหมือนฟ้าแลบ ลงมือว่องไว พลังน่าตกใจ
การฝึกที่จำเป็น: พละกำลัง 60 ท่าร่าง 80]
[แปดก้าวไล่ทันคางคก (วิชาตัวเบาระดับต้น): วิชาตัวเบาที่เผยแพร่อย่างกว้างขวางในยุทธภพ เมื่อฝึกจนลึกซึ้งจะพบจุดมหัศจรรย์
การฝึกที่จำเป็น: แกนกระดูก 30 ท่าร่าง 50]
[สนับมือเหล็ก: สนับมือที่มีความรู้สึกหนาวเย็น โจมตี +60 ดาเมจเย็น +1]
[ลูกเต๋าไม้ประหลาด: ลูกเต๋าไม้ทรงสี่เหลี่ยมประหลาดก้อนหนึ่ง พื้นผิวสร้างด้วยก้อนสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก 54 ชิ้น บนก้อนสี่เหลี่ยมเล็กทุกก้อนล้วนมีภาพประหลาด]
[เงิน: 2เหรียญทอง 34 ตำลึง]
......
โฉวป้าดรอปตำราลับออกมาสองเล่มในรวดเดียว หนึ่งในนั้นยังรวมถึงเคล็ดฝ่ามือระดับกลางด้วย ดูจากอัตราดรอปของแล้ว เหมือนซานเย่ว์จะดวงดีใช้ได้เลย
แม่นางน้อยก็ห้าวหาญใจกว้างเช่นกัน หลังจากตรวจคลำศพแล้ว ก็หันไปบอกเยี่ยเว่ยหมิงว่า "ครั้งนี้ไม่ว่าจะหาฆาตกรตัวจริงที่สังหารผู้เฒ่าหลี่เจอหรือว่าสังหารโฉวป้าได้ ผลงานของท่านก็สูงกว่าข้า ให้เจ้าเป็นคนเลือกของก่อนแล้วกัน"
เยี่ยเว่ยหมิงบอกว่า "พวกเราเลือกคนละหนึ่งชิ้นตามธรรมเนียมแล้วกัน" ขณะที่พูด เขาก็เก็บ 'ลูกเต๋าไม้ประหลาด' เข้ากระเป๋าอย่างไม่เกรงใจแล้ว
แม้จะไม่รู้ว่าลูกเต๋าไม้ชิ้นนี้ใช้ทำอะไรกันแน่ แต่พอนึกเชื่อมโยงกับข้อมูลบางอย่างตอนทำภารกิจก่อนหน้า เขาก็รู้สึกว่าลูกเต๋าไม้นี้ต่างหากที่มีมูลค่ามากที่สุดในบรรดาของทั้งหมดที่ดรอปได้จากตัวโฉวป้า
เห็นได้ชัดว่าซานเย่ว์นึกไม่ถึงว่าเขาจะสนใจลูกเต๋าไม้ชิ้นนั้น แต่นางก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เลือกเคล็ดฝ่ามือระดับกลางที่ชื่อว่าฝ่ามืออัสนีบาตนั่นเสียเลย
จากนั้นเยี่ยเว่ยหมิงก็เก็บ 'แปดก้าวไล่ทันคางคก' ไปอีก แม่นางน้อยเก็บสนับมือเหล็กไป เข้าชุดกับเคล็ดฝ่ามือพอดี ส่วนเงินที่เหลือก็แบ่งเป็นสองส่วนเท่ากัน ทุกคนล้วนปลาบปลื้มยินดี
เมื่อแบ่งของกันเสร็จแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงนำม้วนเสื่อผืนหนึ่งออกมาทันที เริ่มม้วนศพของโฉวป้าห่อไว้
แม้การยัดศพที่ตัวใหญ่ขนาดนี้เข้าไปในห่อจะไม่สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ แต่นี่ก็คือเกมเท่านั้น ไม่เพียงแค่นำศพไปห่อไว้ได้ ทั้งยังกินพื้นที่กระเป๋าเป้ไปแค่ส่วนเดียวด้วย
เมื่อซานเย่ว์ถามถึงสถานการณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เยี่ยเว่ยหมิงก็ย่อมไม่เผยความลับเรื่องเวทบรรจุศพที่จะทำให้โดนอิจฉาอยู่แล้ว แค่ตอบไปส่งเดชว่า "นี่ก็เป็นหนึ่งในทักษะที่ข้าเรียนรู้มาจากสำนักมือปราบเทพ ใช้เก็บศพได้ และรับประกันความสมบูรณ์ของศพได้ในระดับสูงสุดด้วย สะดวกในการใช้เป็นหลักฐานตอนไขคดี"
แน่นอน ที่จริงเยี่ยเว่ยหมิงก็ไม่ได้โกหก สิ่งที่เขาพูดออกไปก็คือหนึ่งในบทบาทสำคัญของเวทบรรจุศพ
"ศพของโฉวป้ายังมีค่าอะไรให้ตรวจสอบอีกเหรอ" ซานเย่ว์ถาม
"ทักษะก็ยังต้องฝึกฝน อีกเดี๋ยวค่อยฝังก็ได้" เยี่ยเว่ยหมิงตอบ
ซานเย่ว์เข้าใจกระจ่างในฉับพลัน เยี่ยเว่ยหมิงกลับเก็บ 'ตระหนักรู้กำลังภายใน' เล่มหนึ่งเอาไว้อย่างแนบเนียนไร้ร่องรอยแล้ว
[ตระหนักรู้กำลังภายใน: บันทึกการฝึกกำลังภายในของแร้งตาเดียวโฉวป้า ใช้งานกำลังภายในที่กำหนด เพิ่มค่าประสบการณ์ 1500 แต้ม!]
"ให้ข้าช่วยด้วยเถอะ" ซานเย่ว์กลอกตามอง "ท่านรอให้ข้าไปซื้อพลั่วสักเล่มก่อนแล้วกัน"
"ไปด้วย ที่จริงข้าก็ต้องซื้อสักเล่มเหมือนกัน" เยี่ยเว่ยหมิงตอบรับความปรารถนาดีของซานเย่ว์อย่างไม่เกรงใจสักนิด
จากนั้น เขาก็นึกเสียใจทีหลังแล้ว
ตามราคาป้ายในร้านค้าเบ็ดเตล็ด จะซื้อพลั่วหนึ่งเล่มต้องใช้เงินห้าสิบเหรียญทองแดง ถ้าซื้อสองเล่มก็ต้องจ่ายทั้งหมดหนึ่งเหรียญเงิน ส่วนแม่สาวน้อยอย่างซานเย่ว์ก็ใช้เวลาไปครึ่งค่อนชั่วโมงเพื่อต่อรองราคากับช่างเหล็ก สุดท้ายก็ตกลงซื้อขายพลั่วหนึ่งเล่มได้ในราคาสี่สิบเหรียญทองแดง
หรือพูดได้อีกอย่างว่า เยี่ยเว่ยหมิงโง่รอไปครึ่งชั่วโมงเต็มๆ สิ่งที่ได้ก็แค่ประหยัดไปสิบเหรียญทองแดงเท่านั้น!
แม้สิบเหรียญทองแดงก็ซื้อหมั่นโถวได้สองลูกเช่นกัน แต่เวลาครึ่งค่อนชั่วโมงนี้ ต่อให้ออกไปหาตีมอนตัวใหม่เล่นๆ สักหน่อย ก็ย่อมได้เงินมากกว่านี้สิบเท่าแน่นอน!
ขณะที่ขุดหลุมตรงภูเขาหลังหมู่บ้านตู้คัง เยี่ยเว่ยหมิงก็แอบสาบานว่า หลังจากนี้ต่อให้ตีให้ตายก็จะไม่ไปซื้อของพร้อมกับนางหนูนี่เด็ดขาด
"อาหมิง บอกให้ข้าฟังสักหน่อยสิว่าทักษะเฉพาะของจวนมือปราบเทพมีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร"
นี่ก็คือความคิดเจ้าเล่ห์ของซานเย่ว์ ถ้าเกี่ยวข้องกับทักษะเฉพาะของสำนัก จะต้องปิดความลับเรื่องเอฟเฟกต์สกิลแน่นอน แต่ตอนนี้นางกำลังใจร้อนอยากรู้ว่าเอฟเฟกต์สกิลที่ได้นั้นคุ้มค่าที่จะให้นางทิ้งวิทยายุทธ์ของสำนักพวกนั้นที่มีอยู่แล้วหรือไม่ นางก็เลยเกิดความคิดจะช่วยฝังคน ฉันกระตือรือร้นช่วยทำงานขนาดนี้ นายคงไม่หน้าด้านพอที่จะไม่แสดงความเห็นอะไรสักนิดเลยหรอกมั้ง?
หลังจากครุ่นคิดอย่างจริงจังครู่เดียว เยี่ยเว่ยหมิงก็ยอมเปิดปาก "ทักษะของข้าก็นับว่ายอดเยี่ยมเหมือนกัน ตามความเห็นของข้า น่าจะชดเชยความเสียใจจากการไม่มีวิทยายุทธ์ของสำนักได้ หลังจากเข้าสำนักมือปราบเทพแล้ว ก็จะมีสี่ทักษะให้เลือก แบ่งเป็น 'ฟ้า' 'ดิน' 'คน' 'ผี' ที่ข้าเลือกก็คือทักษะตัวอักษรฟ้า"
เยี่ยเว่ยหมิงไม่ได้บอกเอฟเฟกต์สกิลให้อีกฝ่ายรู้ แต่อธิบายผลดีผลเสียไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดว่าจะเลือกอย่างไร ก็ต้องให้นางหนูนี่เลือกเองแล้ว
ซานเย่ว์แสดงออกว่าพอใจกับคำตอบนี้มาก จึงเผยรอยยิ้มออกมา "ขุดแบบนี้น่าเบื่อแย่เลย ให้ข้าร้องเพลงเปลี่ยนบรรยากาศสักหน่อยเป็นไง"
"แบนนั้นก็ดีสุดๆ ไปเลย"
"ตะวันส่องแสง ฮูเร่ ฮูเร่ ฟ้าดินกว้างใหญ่ ฮูเร่ ฮูเร่ ใต้เขาเขียวน้ำไหล คดเคี้ยวเลี้ยวสิบแปดโค้ง..."
ตอนที่ 9
นั่งรถม้ากับซานเย่ว์กลับนครหลวงตะวันออก เมืองเปี้ยนเหลียง ระหว่างทางถือโอกาสซื้อพู่กัน หมึก กระดาษและจานฝนหมึกกับกระปุกแป้งเปียกและกรรไกรเล่มหนึ่ง หลังจากซานเย่ว์เข้าสำนักมือปราบเทพ เยี่ยเว่ยหมิงก็กลับมาที่ห้องของตัวเองแล้ว
ที่จริงแล้วสวัสดิการของสำนักมือปราบเทพก็ไม่เลวเลย นอกจากแจกเครื่องแบบทำงานฟรีแล้ว ก็ยังแบ่งห้องชุดให้เขาห้องหนึ่งด้วย แม้พื้นที่ห้องจะไม่ใหญ่มาก วางได้เพียงโต๊ะเก้าอี้และเตียงอย่างละหนึ่งตัว แต่ก็ดีตรงที่เป็นห้องเดี่ยว เมื่อทำภารกิจตีมอนเหนื่อยแล้วก็กลับมาพักผ่อนได้ทุกเมื่อ
เมื่อเข้ามาในห้อง เปิดหน้าต่างออก เยี่ยเว่ยหมิงก็ใช้ 'ตระหนักรู้กำลังภายใน' ที่ดรอปได้จากตัวโฉวป้า อัปเลเวลเคล็ดชำระปราณเพิ่มขึ้นหนึ่งระดับพอดี
จากนั้น เยี่ยเว่ยหมิงก็นำวิชาตัวเบาระดับต้นที่ชื่อว่า 'แปดก้าวไล่ทันคางคก' ขึ้นมาอีก หลังจากใช้งานจนตำราลับกลายเป็นแสงสีขาวหายไป คอลัมน์สกิลของเยี่ยเว่ยหมิงก็มีรายการใหม่เพิ่มขึ้นมาแล้ว
[แปดก้าวไล่ทันคางคก (ระดับต้น)
เลเวล: 1
ค่าประสบการณ์: 0/250
เป็นวิชาตัวเบาเฉพาะสำนักที่แพร่หลายในยุทธภพ ใช้เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนย้ายร่างกายได้เยอะมาก
ท่าร่าง +20]
ไม่ลังเลอะไรทั้งนั้น เยี่ยเว่ยหมิงใช้ค่าตบะที่ได้จากการฆ่าโฉวป้าและทำภารกิจสำเร็จก่อนหน้านี้อัป 'แปดก้าวไล่ทันคางคก' ให้ถึงเลเวล 3
ค่าตบะคือของดี มันเปลี่ยนเป็นค่าประสบการณ์ของทักษะยุทธ์ใดๆ ก็ได้ เท่ากับเป็นค่าประสบการณ์สารพัดประโยชน์ เพียงแต่ได้มายากมาก ก่อนหน้านี้เยี่ยเว่ยหมิงทำภารกิจสำเร็จเกินเป้าหมาย ทั้งยังข้ามขั้นไปฆ่า BOSS เลเวล 25 แต่ก็ได้ค่าตบะมาเพียง 800 แต้มเท่านั้น
หลังจากทำสิ่งเหล่านี้อยู่สักพัก สเตตัสของเยี่ยเว่ยหมิงก็เกิดการเปลี่ยนแปลงจำนวนมหาศาลอีกครั้ง
[เยี่ยเว่ยหมิง เลเวล: 13]
......
พลังชีวิต: 680/680
กำลังภายใน: 530/530
ความแข็งแกร่ง: 66
พละกำลัง: 66
ท่าร่าง: 131
ความว่องไว: 66
สติปัญญา: 25
ค่าตระหนักรู้: 28
......
[ทักษะยุทธ์]
[เคล็ดชำระปราณ (ไม่เข้าขั้น)]
เลเวล: 6
ค่าประสบการณ์: 32/3200พลังชีวิต +300
กำลังภายใน +300
ความแข็งแกร่ง +30
พละกำลัง +30
ท่าร่าง +30
ความว่องไว +30
......
[เคล็ดกระบี่วีรสตรี (ไม่เข้าขั้น)]
เลเวล: 6
......
[แปดก้าวไล่ทันคางคก (ระดับต้น)]
เลเวล: 3ค่าประสบการณ์: 0/1000
ท่าร่าง +60
......
เคล็ดวิชาระดับต้นก็เจ๋งแบบนี้ ตอนนี้ในช่องสเตตัสสี่มิติของเยี่ยเว่ยหมิงก็เกินหนึ่งร้อยแล้ว
หลังจากเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ได้มาวันนี้ให้เป็นพลังของตัวเองแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงก็นำ ‘ลูกเต๋าไม้ประหลาด’ ที่เป็นผลผลิตใหญ่ที่สุดของวันนี้ออกมาอีก
โครงสร้างของไอเทมนี้เหมือนกับรูบิก แต่รูบิกยังมีสีแตกต่างกันให้แยกว่าด้านไหนเป็นด้านไหน แต่บน ‘ลูกเต๋าไม้ประหลาด’ นี้กลับไม่มีสีให้แยกแยะ มีเพียงภาพสลักที่ทำให้คนเห็นแล้วไม่ค่อยเข้าใจ
แต่สิ่งนี้ก็ไม่ยากเกินความสามารถเยี่ยเว่ยหมิงเช่นกัน
หลังจากนำพู่กัน หมึก กระดาษ และจานฝนหมึกที่ซื้อไว้ก่อนหน้านี้ออกมา เยี่ยเว่ยหมิงคัดลอกภาพทั้งหมดหกด้านบนลูกเต๋านี้ จากนั้นค่อยใช้กรรไกรตัดเป็นภาพชิ้นเล็กแยกไว้ แล้วก็ใช้วิธีการต่อจิ๊กซอว์นำภาพชิ้นเล็กมาต่อในแนวราบใหม่และติดไว้บนกระดาษแผ่นเดียวกัน ตอนนี้ถึงได้พบว่า ที่แท้บนลูกเต๋าไม้ประหลาดนี้ สลักภาพทิวทัศน์ไว้ห้าภาพ และเขียนบทกลอนไว้หนึ่งบท
สิ่งที่บรรยายไว้บนภาพทิวทัศน์ห้าภาพนี้ก็คือ:
ดวงตะวันโผล่พ้นไท่ซาน
ทะเลเมฆขาวโพลนดุจจานหยก
แสงยามสายัณห์สาดส่อง
ทะเลเหลืองสายพานทอง
สี่ปรากฏการณ์อัศจรรย์เขาไท่ซาน พลันปรากฏเป็นสิบแปดทิวทัศน์บนกระดาน
บนด้านสุดท้ายก็สลัก 'แลขุนเขา' ของปราชญ์กวีเอาไว้ว่า
ไท้ซัวเป็นไฉน เขียวชอุ่มกว้างไกลไร้ขอบเขต
ธรรมชาติสรรค์สร้างอัศจรรย์ ร่มเงาแห่งสายัณห์รุ่งอรุณ
เมฆขาวชะล้างซอกใจ ข้าเพ่งวิหคบินกลับรัง
ยืนอยู่บนยอดภู ขุนเขาแลดูเล็ก
จากภาพและกวีนี้ก็เดาได้ไม่ยากว่าภารกิจที่ซ่อนอยู่ในลูกเต๋านี้ต้องเกี่ยวข้องกับเขาไท่ซานแน่นอน
เยี่ยเว่ยหมิงไม่ละพยายาม ทำเครื่องหมายที่กระดาษ 54 ชิ้นบนลูกเต๋าตามบทกวีและภาพวาด
การเตรียมงานตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้เขาเสียเวลาไปแล้วหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ
ขณะมองผลงานหนึ่งชั่วโมงของตัวเอง ในที่สุดบนใบหน้าเยี่ยเว่ยหมิงก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจ จากนั้นก็สังเกตโครงสร้างลูกเต๋าที่ตัวเองทำเครื่องหมายไว้อย่างคร่าวๆ ต่อด้วยเริ่มบิดหมุนอย่างรวดเร็ว
ในปีนั้น ตอนที่เยี่ยเว่ยหมิงยังเรียนหนังสือ ในโรงเรียนจะมีเกมน่าสนใจที่เป็นกระแสอยู่เรื่อยๆ นอกจากทักษะหมุนปากกาหมุนหนังสือที่ไร้ประโยชน์แล้ว เกมประเภทรูบิก กลเก้าห่วงก็รวมอยู่ในนั้นด้วย
แกร๊กๆๆ!
เสียงดังแกร๊กๆ อย่างต่อเนื่อง หกด้านของรูบิกก็เริ่มกลับมาอยู่ตำแหน่งเดิม
หลังจากนั้นประมาณสามสิบวินาที...
แปะ!
ตอนที่เยี่ยเว่ยหมิงบิดด้านบนสุดของลูกเต๋าครั้งสุดท้าย จัดให้หกด้านตรงกันทั้งหมด กลางลูกเต๋าก็มีเสียงที่แตกต่างจากก่อนหน้านี้ดังขึ้นทันที ด้านที่เขียนว่า 'แลขุนเขา' เด้งออกมาจากกลางลูกเต๋าทั้งหกด้าน เผยช่องลับที่เล็กมากด้านใน มีก้อนกระดาษเล็กๆ ขนาดเท่าเม็ดไข่มุกเด้งออกมา
จะว่าไปแล้ว ในเมื่อใช้วิธีการแบบนี้ซ่อนของ ถ้าฉันทุ่มลูกเต๋านี่ให้พังก็จะได้ของเหมือนกันหรือเปล่า
เยี่ยเว่ยหมิงส่ายหน้า ยังรู้สึกว่าความคิดแบบนี้ค่อนข้างอันตราย ไม่น่าเชื่อว่าผู้เฒ่าหลี่จะกล้านำมันมาใช้ซ่อนความลับ แสดงว่าจะต้องเหลือทางหนีทีไล่ไว้แน่นอน ถ้าเขาทำอย่างนั้นจริงๆ ก็มีความเป็นไปได้เก้าในสิบว่าก้อนกระดาษเล็กๆ นี้จะถูกทำลายไปพร้อมกับลูกเต๋าด้วย
เยี่ยเว่ยหมิงเก็บก้อนกระดาษขึ้นมาจากบนโต๊ะ คลี่ออกอย่างระมัดระวัง แต่กลับเห็นบนนั้นเขียนตัวอักษรเล็กๆ ไว้หนึ่งแถว ผู้เฒ่าหลี่สมกับเป็นผู้อาวุโสฝีมือสูงส่งในยุทธภพ ตัวหนังสือของเขาเขียนไว้ไม่เลวเลยจริงๆ แต่เยี่ยเว่ยหมิงกลับอ่านออกแค่ไม่กี่ตัว
ตัวหนังสือเขียนชุ่ยเกินไปจริงๆ!
ขณะที่เยี่ยเว่ยหมิงกำลังพิจารณาว่าจะไปให้จ่านเจาช่วยแปลดีไหม หน้าอินเตอร์เฟสระบบกลับเด้งคำแนะนำออกมา
[ติ๊ง! คุณไขความลับ 'ลูกเต๋าไม้ประหลาด' สำเร็จ ได้รับคำชี้แนะสมบัติลับ:
‘ข้าได้รับวิชากระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักไท่ซาน ฝึกหนักสิบปียังไม่สำเร็จ หลังจากปลีกวิเวกแล้วตัดใจทิ้งไม่ลง จึงซ่อนไว้ในห้องใต้ดินของเจดีย์เหลยเฟิง’
รายละเอียดที่อยู่ของสมบัติลับและข้อควรระวังดังนี้...]
พลิกกระดาษเปิดมาด้านหลัง ก็เป็นแผนที่อย่างง่ายๆ ภาพหนึ่ง ระบุตำแหน่งโดยละเอียดของตำราลับ
เจดีย์เหลยเฟิง?
หรือพูดได้อีกอย่างว่า ผู้เฒ่าหลี่คนนี้เรียนทักษะที่สำนักไท่ซานก่อน ตอนหลังมาปลีกวิเวกที่หมู่บ้านตู้คัง หลังจากปลีกวิเวกก็ยังหาทางบรรลุวิชากระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักไท่ซานที่ตัวเองยังฝึกไม่สำเร็จต่อไป จากนั้นถ่อเอามันไปซ่อนไว้ที่หังโจวแล้ว?
สมกับเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ชอบทำอะไรให้มันยุ่งยากแบบนี้แหละ!
แม้ในใจจะเหยียดหยามสไตล์การทำเรื่องให้ยุ่งยากของผู้เฒ่าหลี่ แต่ด้วยความเย้ายวนใจของตำราลับทักษะยุทธ์ เยี่ยเว่ยหมิงก็ยังตัดสินใจจะไปด้วยตัวเองสักรอบ เพียงแต่ก่อนจะไป เขายังต้องไปหาจ่านเจาเพื่อรับภารกิจเลเวลเดียวกันบริเวณใกล้เคียงหังโจวสักหน่อย
สิ่งที่ทำให้เยี่ยเว่ยหมิงคิดไม่ถึงก็คือ ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้จ่านเจาจะไม่อยู่ NPC ที่แจกภารกิจกลายเป็นชายหน้ากากเหล็กอย่างโหยวจิ้น
"หากเจ้าต้องการจะไปหังโจว ข้าก็มีหนึ่งภารกิจที่ไม่เลวจะแนะนำให้เจ้า" หลังจากรู้เจตนาที่มาของเยี่ยเว่ยหมิง โหยวจิ้นก็เป็นฝ่ายแนะนำภารกิจให้เขาก่อน
[สำนักคุ้มภัยหลงเหมิน ระดับภารกิจ: 5 ดาว]
[สำนักคุ้มภัยหลงเหมินที่หังโจวมีความเสี่ยงจะถูกฆ่าล้างสำนัก ในฐานะที่เป็นฝ่ายอำนาจในยุทธภพที่ชอบด้วยกฎหมายและชำระภาษีตามระเบียบ สำนักมือปราบเทพมีหน้าที่ให้การคุ้มครองพวกเขา จงไปสืบหาความจริงที่สำนักคุ้มภัยหลงเหมิน ใช้นกพิราบรายงานความจริงขึ้นมาที่สำนักมือปราบเทพ คุ้มครองเด็กและคนชราในสำนักคุ้มภัยหลงเหมิน]
[รางวัลภารกิจ: ค่าประสบการณ์ 5000 แต้ม ค่าตบะ 500 แต้ม เงิน 100 เหรียญทอง]
หลังจากอ่านภารกิจแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงก็ปฏิเสธอย่างนิ่มนวลมาก "ข้าไม่รับ!"
โหยวจิ้นได้ยินแล้วเงียบไปไม่กี่วินาที มองไม่ออกด้วยว่าภายใต้หน้ากากเหล็กดำนั่นมีสีหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีถึงได้ถามว่า "เพราะอะไร"
"ข้าน้อยความสามารถไม่พอ เกรงว่าจะทำให้งานล่าช้า ใต้เท้าโหยวได้โปรดเลือกคนอื่นที่เหมาะสมดีกว่าขอรับ" ปากก็บอกว่าตัวเองมีความสามารถไม่พอ แต่เหตุผลแท้จริงที่ทำให้เยี่ยเว่ยหมิงปฏิเสธภารกิจนี้กลับเป็น...
รางวัลภารกิจไม่เจ๋งเลย!
ตอนที่ 10
ระดับภารกิจใน 'วีรบุรุษนิรันดร์กาล' ไม่ได้แบ่งกันซี้ซั้ว ตามที่เยี่ยเว่ยหมิงสังเกตก่อนหน้านี้ พบว่าภารกิจระดับหนึ่งดาวโดยทั่วไปคือภารกิจวิ่งเต้นที่ไม่ยากเลยแม้แต่น้อย ส่วนระดับสองดาวก็คือตีมอนตัวเล็ก ถ้าเป็นระดับสามดาวส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการไขปริศนาอย่างง่ายๆ หรือไม่ก็โจมตีพวกตัวละครหลัก
ส่วนภารกิจที่เลเวลสูงกว่านั้น เยี่ยเว่ยหมิงก็ยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน คงไม่ดีถ้าจะตัดสินใจรับภารกิจสุ่มสี่สุ่มห้า แต่ตามกฎการอนุมานนี้ ภารกิจระดับห้าอย่างน้อยก็ต้องเจอกับคนระดับโฉวป้า อย่ามองว่าเยี่ยเว่ยหมิงเคยฆ่าโฉวป้าตายมาแล้ว เพราะในใจเขานั้นรู้ดีที่สุด ว่าเขาสร้างวีรกรรมนี้ให้สำเร็จได้อย่างไรกันแน่
ด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้ ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนก็ย่อมเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ถ้าจะให้เขาปะทะกับโฉวป้าซึ่งๆ หน้า ก็ยังมีสิทธิ์แค่ถูกอีกฝ่ายกดบนพื้นแล้วบดขยี้
จุดที่แตกต่างก็มีแค่ ตอนอยู่ในมืออีกฝ่ายยังยืนหยัดได้สามกระบวนท่า หรือห้ากระบวนท่า
หรือพูดได้อีกอย่างว่า ไม่มีความแตกต่างกัน
แน่นอน เมื่อเทียบกับระดับความยากของภารกิจแล้ว สาเหตุที่สำคัญกว่านั้นก็คือ รางวัลของภารกิจนี้ไม่ได้เรื่องเลย!
ค่าประสบการณ์ 5000 แต้ม ค่าตบะ 500 แต้มค่า นับดูคร่าวๆ ก็เยอะกว่ารางวัลในภารกิจระดับสี่ดาวนิดหน่อยเท่านั้นเอง แล้วก็เยอะแค่รางวัลส่วนที่เป็นเงินที่มากกว่ารางวัลภารกิจระดับห้าดาวอื่นๆ เยอะมาก
หนึ่งร้อยเหรียญทองสำหรับปัจจุบันนี้ ก็นับว่าเป็นเงินก้อนจำนวนมหาศาลแล้วจริงๆ
แต่ปัญหาก็คือ สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงแรกของเกมก็คือสร้างรากฐานให้มั่นคง จะต้องการเงินมากขนาดนั้นไปทำอะไร
เลเวลทักษะชีวิตของบรรดาผู้เล่น โดยทั่วไปฝึกขึ้นมาไม่ได้ ต่อให้มีเงินเจ้าก็ซื้อของดีไม่ได้สักเท่าไร รอให้ผู้เล่นอัปเลเวลขึ้นมาแล้ว เงินหนึ่งร้อยเหรียญทองนี้บางทีอาจจะนับว่าเป็นความร่ำรวยพอหอมปากหอมคอได้ แต่กำลังซื้อก็ยังลดลงเยอะมาก
กอปรกับภารกิจคุ้มครองนั้นยุ่งยากที่สุด ดังนั้นภารกิจนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่คุ้ม
โหยวจิ้นจ้องเยี่ยเว่ยหมิงด้วยแววตาล้ำลึกอยู่ครู่ใหญ่ ยังคงบอกว่า "หากเจ้าไม่ได้สนใจเงินทองมาก ข้าก็นำเคล็ดกระบี่ระดับกลางหนึ่งชุดมาเป็นรางวัลชดเชยแทนเงินได้"
[ติ๊ง! ปรับเปลี่ยนภารกิจ:สำนักคุ้มภัยหลงเหมิน ระดับภารกิจ: 5 ดาว]
......
รางวัลภารกิจ: ค่าประสบการณ์ 5000 แต้ม ค่าตบะ 500 แต้ม เคล็ดกระบี่ระดับกลาง
บทลงโทษจากภารกิจล้มเหลว: ปรับเงินค่าจ้าง 3 เดือน ในระหว่างนั้นจะไม่ได้รับสวัสดิการใดๆ ของสำนักนอกจากห้องชุดส่วนตัว]
เชดโด้! ต้องโหดขนาดนี้ไหม
เคล็ดกระบี่ระดับกลางมันเจ๋งจริงๆ แต่นายเพิ่มบทลงโทษจากภารกิจล้มเหลวขึ้นมานี่มันใช่เรื่องเหรอ?
หนังสือคำสั่งทางทหาร?
ปรับค่าจ้างสามเดือน บทลงโทษนี้ก็ไม่เท่าไร ด้วยเงินเดือนของมือปราบยศขั้นเก้าอย่างเยี่ยเว่ยหมิงตอนนี้ แต่ละเดือนได้แค่สิบตำลึงทอง ทำภารกิจแค่ไม่กี่อย่างก็หาคืนมาได้แล้ว แต่การไม่ได้รับสวัสดิการของสำนักมันต้มตุ๋นกันเกินไปหน่อยไหม
สิ่งที่เรียกว่าสวัสดิการสำนัก ก็คือนโยบายสิทธิพิเศษที่สำนักมีให้ผู้เล่น ผู้เล่นสามารถรับได้ผ่านการใช้เงินรวมทั้งสิ่งที่สำนักอื่นเรียกกันว่าค่าผลงานสำนัก ส่วนสำนักมือปราบเทพเรียกว่าเกียรติคุณ ราคาถูกกว่าข้างนอกเยอะมาก
ยกตัวอย่างเช่นยาและอุปกรณ์บางอย่างที่ตลาดไม่มี รวมทั้งเวลาใช้งานห้องฝึกตอนที่ฝึกทักษะยุทธ์เอฟเฟกต์ทวีคูณ เป็นต้น
สวัสดิการเหล่านี้หากระงับใช้งานสามเดือน ก็ส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อการเพิ่มความสามารถของเขาจริงๆ
ก็แค่เคล็ดกระบี่ระดับกลางเท่านั้นเอง คุ้มกับความเสี่ยงแบบนี้เหรอ
เยี่ยเว่ยหมิงเบะปากอย่างดูถูก จากนั้นก็...
[ติ๊ง! รับภารกิจสำนักคุ้มภัยหลงเหมินสำเร็จแล้ว กรุณารีบไปทำความเข้าใจสถานการณ์ที่สำนักคุ้มภัยหลงเหมินแห่งหังโจว]
เมื่อเห็นเยี่ยเว่ยหมิงรับภารกิจไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ โหยวจิ้นก็พยักหน้าอย่างปลื้มใจ จากนั้นหยิบจดหมายฉบับหนึ่งจากหน้าอกยื่นให้เยี่ยเว่ยหมิง "นี่คือจดหมายขอความช่วยเหลือที่ตูต้าจิ่น เจ้าสำนักคุ้มภัยหลงเหมินส่งมา ข้างในอาจจะมีเบาะแสบางอย่าง บางทีอาจจะช่วยเรื่องไขคดีของเจ้าได้บ้าง"
[ติ๊ง! ไอเทมที่ได้รับ 'จดหมายขอความช่วยเหลือของสำนักคุ้มภัยหลงเหมิน']
"เช่นนั้นก็ขอบคุณหัวหน้าโหยวแล้ว"
จดหมายขอความช่วยเหลือของสำนักคุ้มภัยหลงเหมิน: เนื้อหาในจดหมาย 'ขึ้นสามค่ำเดือนก่อน สำนักคุ้มภัยหลงเหมินได้รับงานคุ้มภัยประหลาด...'
ดูท่าแล้วระบบนี้ยังเอาใจใส่มาก เพราะกังวลว่าผู้เล่นจะไม่เข้าใจอักษรจีนโบราณ โดยเฉพาะอักษรจีนที่เป็นตัวหวัด ส่วนใหญ่ถ้าเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ระบบก็จะแปลให้คุณทั้งหมด
เยี่ยเว่ยหมิงอ่านเนื้อหาผ่านๆ ครู่เดียว เนื้อหาคร่าวๆ ก็คือพวกเขาได้รับงานคุ้มภัยคน อีกทั้งคุณชายอินก็จ่ายหนัก มอบหมายงานคุ้มภัยด้วยทองคำสองพันตำลึง ทำให้พวกเขาไม่มีทางปฏิเสธได้เลย โดยมีคำขอเดียวก็คือ ต้องคุ้มภัยให้คนผู้หนึ่งที่ขยับตัวไม่ได้ให้ถึงมือนักพรตจางซานเฟิง[1] เจ้าสำนักอู่ตัง[2]อย่างปลอดภัย
ระหว่างทางที่คุ้มกันส่งคนค่อนข้างราบรื่น จนกระทั่งพวกเขามาถึงตีนเขาของเขาอู่ตัง กลับเจอคนที่ปลอมตัวเป็นจอมยุทธ์เจ็ดแห่งอู่ตังรับตัวคนผู้นั้นไป จากนั้นชายหนุ่มโชคร้ายคนนั้นก็ถูกคนชั่วหักกระดูกข้อต่อแหลกละเอียดด้วยเคล็ดวิชาดรรชนีวชิระของสำนักเส้าหลิน ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ คนที่ถูกคุ้มกันมาส่งก็คืออวี้ไต้เหยียน[3] ลูกศิษย์สายตรงคนที่สามของจางซานเฟิงผู้ก่อตั้งสำนักอู่ตัง!
ตอนนี้ปัญหาก็ยุ่งยากแล้ว เพราะก่อนหน้านี้คุณชายอินที่ไหว้วานให้คุ้มภัยได้ลั่นวาจาไว้ว่าถ้าเกิดความผิดพลาดก็จะฆ่าล้างสำนักคุ้มภัยหลงเหมิน อีกทั้งลูกศิษย์ทั้งเจ็ดของจางซานเฟิงก็มีความสัมพันธ์แนบแน่นลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นคนไหน สำนักคุ้มภัยหลงเหมินเล็กๆ ก็ไปมีเรื่องด้วยไม่ไหว ตอนนี้ไปล่วงเกินคนโหดสองกลุ่มในคราวเดียว ตูต้าจิ่นหวาดหวั่นแล้วจริงๆ ถึงได้รีบเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือจากจวนขุนนาง
เมื่อเห็นเยี่ยเว่ยหมิงอ่านจดหมายจบแล้ว โหยวจิ้นก็กล่าวอย่างสบายอารมณ์ว่า "ตูต้าจิ่นนั่นเดิมทีเป็นศิษย์ฆราวาสเส้าหลิน ตอนที่เขาขอความช่วยเหลือจากจวนขุนนาง จะต้องขอความช่วยเหลือจากสำนักด้วยแน่นอน ที่เขาขอความช่วยเหลือจากพวกเรา คงเพียงเพราะอยากได้ความปลอดภัยอีกชั้น บางทีภารกิจนี้เจ้าอาจจะตีเนียนเข้าไปปะปนในให้ผ่านๆ ก็ไป"
หึ หึ...
ภารกิจที่ตีเนียนเข้าไปปะปนทำภารกิจให้ผ่านแล้วเรียกว่าภารกิจระดับห้าดาวได้ นี่นายมีปัญญาเรื่องไอคิว หรือนายคิดว่าไอคิวของฉันมีปัญหากันแน่?
แต่เยี่ยเว่ยหมิงก็ไม่ได้ซักถามเรื่องนี้ ในเมื่อรับภารกิจมาแล้ว ที่เหลือก็ 'ทหารมาใช้ขุนพลต้านรับ น้ำมาใช้ดินต้านทาน[4]' ก็แล้วกัน
เมื่อเก็บจดหมายแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงก็ขึ้นรถม้ามุ่งตรงสู่หังโจวทันที
ตอนที่เยี่ยเว่ยหมิงมาถึงหังโจว สีของท้องฟ้าก็ดูใกล้จะพลบค่ำแล้ว เขาไปหาอะไรกินตามรายทางเพื่อเติมท้องให้อิ่มก่อน จากนั้นก็ซื้อม้วนเสื่อสองมัด แต่ละมัดมีเก้าสิบเก้าผืน นอกจากนี้ยังมีสุราสยงหวง[5]ป้องกันตัวหลายขวด สิ่งนี้เอาไว้ใช้งานตอนหาสมบัติที่ห้องใต้ดินของเจดีย์เหลยเฟิง
เมื่อเห็นสีของท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงจึงออกเดินทางไปที่สำนักคุ้มภัยหลงเหมิน
ใช้งานท่าร่างแปดก้าวไล่ทันคางคก ความเร็วในการวิ่งของเยี่ยเว่ยหมิงเพิ่มขึ้นเกือบหนึ่งเท่า ทว่าอย่างไรเสียหังโจวก็เป็นเมืองใหญ่ แม้เขาจะอาศัยความเร็วนี้ แต่ตอนที่ไปถึงสำนักคุ้มภัยหลงเหมิน สีของท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
เพิ่งจะเดินเท้ามาถึงถนนนอกสำนักคุ้มภัยหลงเหมิน ก็ได้ยินเสียงเสียงอาวุธกระทบกันพร้อมเสียงตะโกนด่าดังมาแล้ว
คงไม่เร็วขนาดนี้หรอกมั้ง?
ในหัวใจบีบตึงทันที เยี่ยเว่ยหมิงรีบกรอกกำลังภายในใส่สองเท้า ความเร็วที่เดิมทีก็สุดยอดอยู่แล้ว ตอนนี้เพิ่มขึ้นเยอะมาก ชั่วพริบตาเดียวก็มาถึงนอกประตูใหญ่ของสำนักคุ้มภัย พอมองเข้าไปในประตูใหญ่ เขาก็ใจแป้วไปแล้วเกินครึ่งทันที
ในเขตลานบ้านใหญ่ของสำนักคุ้มภัย เห็นกลุ่มคนที่แต่งตัวเหมือนพระกับกับผู้เล่นกลุ่มหนึ่งที่แต่งตัวเหมือนนักพรตเต๋ากำลังกำลังตีกันด้วยอารมณ์เดือดพล่าน อีกด้านยังมี NPC พระหกเจ็ดรูปกำลังล้อมโจมตีชายหนุ่มคนหนึ่งที่สองมือถือตะขอเหล็กและพู่กันผู้พิพากษาด้วย
นอกจากนี้ ยังมีศพระเกะระกะเกลื่อนพื้น เลือดสดแทบจะสาดกระจายทั่วทุกตารางนิ้วของสำนักคุ้มภัย!
[ติ๊ง! สำนักคุ้มภัยหลงเหมินถูกสังหารแล้ว สำนักคุ้มภัยไม่เหลือผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว ปรับเปลี่ยนภารกิจ]
[คดีฆ่าล้างสำนัก ระดับภารกิจ: 5 ดาว
สืบหาต้นสายปลายเหตุคดีฆ่าล้างสำนักคุ้มภัยหลงเหมิน เพราะเกี่ยวข้องกับสองสำนักใหญ่อย่างเส้าหลินและอู่ตัง กรุณาปฏิบัติภารกิจด้วยความระมัดระวัง!
รางวัลภารกิจ: ค่าประสบการณ์ 5000 แต้ม ค่าตบะ 500 แต้ม เคล็ดกระบี่ระดับกลาง
บทลงโทษจากภารกิจล้มเหลว: ปรับค่าจ้าง 3 เดือน ในระหว่างนั้นจะไม่ได้รับสวัสดิการใดๆ ของสำนักนอกจากห้องชุดส่วนตัว]
เส้าหลิน อู่ตัง...
หรือว่านี่ต่างหากคือโฉมหน้าที่แท้จริงของภารกิจระดับห้าดาว?
ในใจเขาให้ความสำคัญกับภารกิจนี้มากขึ้นหลายส่วน เยี่ยเว่ยหมิงไม่ได้รีบเข้าไปร่วมวงการต่อสู้ของสองฝ่าย แต่เดินเข้าไปในลานบ้านอีกข้าง สายตากวาดมองบนตัวศพที่นอนกองเป็นกำแพงอยู่บนพื้นอย่างรวดเร็ว
ตอนที่เยี่ยเว่ยหมิงพยายามรวบรวมเบาะแสให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จู่ๆ ก็มีศิษย์เส้าหลินสองคนมาขวางตรงหน้าเขา "น้องชาย พวกเรากำลังทำภารกิจ กรุณาหลีกทางหน่อย"
[1] จางซานเฟิง หรือที่รู้จักกันในชื่อเตียซำฮง
[2] สำนักอู่ตัง หรือที่รู้จักกันในชื่อสำนักบู๊ตึ๊ง
[3] อวี้ไต้เหยียน หรือที่รู้จักกันในชื่อยู้ไต้ง้ำ
[4] ทหารมาใช้ขุนพลต้านรับ น้ำมาใช้ดินต้านทาน 兵来将挡,水来土掩 เปรียบเปรว่า ไม่ว่าจะมาด้วยวิธีไหนก็รับมือได้
[5] สุราสยงหวง 雄黄酒 เป็นเหล้าผสมกำมะถัน เป็นสารที่มีพิษ แต่มีฤทธิ์ใช้ต้านพิษและฆ่าเชื้อโรคได้