วันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2566

176-180

บทที่ 176
หากพูดถึงการเคลื่อนไหว เซียวเหยาถอนใจย่อมเทียบน้องดาบไม่ติดอยู่แล้ว ถึงขั้นเทียบเยี่ยเว่ยหมิงไม่ได้ด้วยซ้ำ

แต่สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรของเขามีคุณภาพสูงมากพอด้วยตัวเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการโจมตี หรือขอบเขตการโจมตีก็ไม่ต้องพูดถึงเลย มิหนำซ้ำยังไม่มีช่องโหว่ที่ชัดเจนจนหาเจอได้ง่ายๆ ด้วย

เผชิญหน้ากับฝ่ามือดุร้ายขนาดนี้ก่อนกระบี่คู่ผนึกรวมจะมาถึง โหวทงไห่ต้องตัดสินใจเลือกบางสิ่งที่ยากลำบากมาก

ทางเลือกแรกคือหันตัวกลับไปรับฝ่ามือพิชิตมังกรของเซียวเหยาถอนใจ จากนั้นถูกเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยที่มุ่งสังหารตามมาโจมตีอย่างรุนแรง

ทางเลือกที่สอง ไม่สนใจฝ่ามือพิชิตมังกรของเซียวเหยาถอนใจ อาศัยค่าพลังชีวิตสูงของตัวเองฝืนรับการโจมตีนี้ ขณะเดียวกันก็ใช้สามง่ามโจมตีจุดอ่อนของกระบี่คู่ผนึกรวมต่อไป

แต่ผลลัพธ์ของการทำอย่างนี้ก็คือ เขาต้องถูกสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรของเซียวเหยาถอนใจโจมตีก่อน จากนั้นก็สะเทือนจนกระเด็นออกไป การทำลายกระบวนท่าของฝ่ายตรงข้ามล้มเหลวเพราะตัวเองทรงตัวไม่มั่นคง จึงถูกเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยโจมตีอย่างรุนแรงอีก

ระหว่างเสียหายสองครั้งกับเสียหายสามครั้ง โหวทงไห่ในฐานะที่เป็น BOSS ร่างสมบูรณ์ที่มีสติปัญญาจึงตัดสินใจเลือกข้อแรกอย่างไม่ลังเล

จากนั้น เขาก็พลันหันตัวกวาดสามง่ามเหล็กในมือ อาศัยค่าสเตตัสสุดแข็งแกร่งของตัวเองรับฝ่ามือของเซียวเหยาถอนใจ ทำให้ร่างสะเทือนจนถอยหลังไปครึ่งก้าว ขณะเดียวกัน ค่าสเตตัสสุดแกร่งของเขาก็ทำให้เซียวเหยาถอนใจสะเทือนจนกระเด็นออกไปเช่นกัน แน่นอนว่าเมื่ออยู่ในภายใต้ประสิทธิภาพอันทรงพลังของ ‘สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ เซียวเหยาถอนใจไม่ได้รับดาเมจรุนแรง

ตอนนี้เอง กระบี่วิเศษในมือเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยก็โจมตีออกมาพร้อมกัน ทะลุผ่านจุดเยาเหยี่ยน[1]ฝั่งซ้ายและขวาของโหวทงไห่

โจมตีไต! x2

โจมตีไตต่อเนื่อง!

“อ๊าก!…” ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง ในที่สุดโหวทงไห่ก็ตระหนักได้ถึงสัจธรรมที่มีมาตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว

ยังมีอะไรที่เจ็บกว่าการถูกแทงที่เอวอีก

หลังจากการโจมตีนี้ผ่านไป เยี่ยเว่ยหมิงและสะพานสวรรค์น้อยก็ฉวยโอกาสตอน BOSS ติดสถานะแช่แข็งรีบถอยหลัง หลบการโจมตีกลับอันรุนแรงของโหวทงไห่ที่กำลังเดือดดาล

จากนั้น เยี่ยเว่ยหมิงและสะพานสวรรค์น้อยก็ใช้กระบี่คู่ผนึกรวมอีกครั้ง

เซียวเหยาถอนใจใช้ฝ่ามือพิชิตมังกรตบต่อไปภายใต้การบัญชาการของน้องดาบ ด้วยความร่วมมืออันสมบูรณ์แบบนี้ ทำให้โหวทงไห่เสียค่าพลังชีวิตจำนวนมากอีกครั้ง

จากนั้นก็เป็นครั้งที่สาม หลังจากความร่วมมืออันสมบูรณ์แบบ กำลังภายในของเซียวเหยาถอนใจกำลังจะหมดแล้ว

ครั้งที่สี่ เปลี่ยนให้เสวียนเสี่ยวปี่ลงสนามแทน

‘วิชากระบี่อิงฟ้าดาบฆ่ามังกร’ ของเสวียนเสี่ยวปี่ไม่ก้าวร้าวเท่ากับ ‘สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ แต่กลับใช้ต่อเนื่องได้นานกว่า ทุกครั้งที่โจมตีโหวทงไห่จนกระบวนท่าพัง ล้วนถูกอีกฝ่ายโจมตีจนเกิดดาเมจรุนแรง

แต่ในระหว่างการต่อสู้แบบนี้ เห็นได้ชัดว่าโหวทงไห่เสียค่าพลังชีวิตเร็วกว่า โหดกว่ามาก!

เมื่อได้เห็นฉากนี้ เยี่ยเว่ยหมิงก็แอบตกใจเงียบๆ เพราะระหว่างที่น้องดาบบัญชาการก่อนหน้านี้ ไม่เพียงแค่มองแผนการโจมตีของโหวทงไห่ออก นางถึงขั้นพิจารณาถึงจุดเด่นในทักษะยุทธ์ของเซียวเหยาถอนใจกับเสวียนเสี่ยวปี่ ระยะห่างของพวกเขากับ BOSS ความเร็วท่าร่างของพวกเขา ทั้งยังหยุดยั้งโหวทงไห่ที่เดิมทีโจมตีออกมาได้อย่างง่ายดายได้ ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่พลาดสักครั้งเดียว!

ดูท่าแล้ว จุดแข็งของนางคงไม่ได้มีแค่การเคลื่อนไหวเท่านั้น!

หลังจากโจมตีครั้งที่สี่ กำลังภายในของเสวียนเสี่ยวปี่ก็ยังเหลืออีกเกินครึ่ง แต่พลังชีวิตกลับเหลือประมาณหนึ่งส่วนสี่เท่านั้น

เมื่อเห็นจอมยุทธ์ไก่อ่อนคนนี้ยืนหยัดไม่ไหวแล้ว หนึ่งดาบสามเฉือนกลับเอ่ยว่า “เสี่ยวปี่ เจ้าถอยมาดีกว่า กินยาฟื้นฟูพลังชีวิตก่อน ต่อไปข้าจัดการเอง”

ที่แท้ ตอนที่เซียวเหยาถอนใจกับเสวียนเสี่ยวปี่มารับช่วงต่อ ก็เท่ากับช่วงชิงเวลาให้เวลานางฟื้นฟูตัวเองแล้ว ตอนนี้พลังชีวิตของน้องดาบกลับมาเต็มเหมือนเดิมแล้ว!

ดังนั้น การต่อสู้จึงเข้าสู่รอบใหม่อีกครั้ง

ส่วนค่าพลังชีวิตที่ลอยอยู่เหนือศีรษะโหวทงไห่ เห็นได้ชัดว่าไม่เพียงพอให้เขายืนหยัดจนถึงการต่อสู้รอบใหม่จบ ถึงขั้นหลังจากเสียพลังชีวิตไปแล้วสองครั้ง ค่าพลังชีวิตของเจ้าหมอนี่ก็เหลือเพียงประมาณเจ็ดพันเท่านั้น

และตอนนี้เอง ในดวงตาของหนึ่งดาบสามเฉือนกลับฉายแววตื่นเต้นออกมา โคจรพลังภายในไปบนดาบในมือตัวเอง เตรียมตัวทำคริติคอลดาเมจครั้งสุดท้ายแล้ว เตรียมจะมอบจุดจบให้ BOSS คนนี้แล้ว

ขณะเดียวกัน ในอากาศกลับมีเสียงฝ่าอากาศอันแหลมเล็กดังออกมา

ฟิ้ว!

ฉึก!

-7385!

โหวทงไห่ ตาย!

[ติ๊ง! ทีมของคุณฆ่ามังกรสามหัวโหวทงไห่ BOSS โหมดปกติเลเวล 55 สำเร็จแล้ว ได้รับค่าประสบการณ์ 130000 แต้ม ค่าตบะ 36000 แต้ม!]

[ประกาศระบบ: หนึ่งดาบสามเฉือน ผู้เล่นสำนักดาบโลหิต เสวียนเสี่ยวปี่ ผู้เล่นสำนักอู่ตัง เซียวเหยาถอนใจผู้เล่นพรรคกระยาจก เยี่ยเว่ยหมิง ผู้เล่นสำนักมือปราบ สะพานสวรรค์คริสตัล ผู้เล่นสำนักสุสานโบราณ สังหาร มังกรสามหัวโหวทงไห่ BOSS เลเวล 55]

เนื่องจากโหวทงไห่เป็น BOSS โหมดปกติ หลังจากถูกฆ่าครั้งนี้จึงรีเฟรชไม่ได้อีก

นับตั้งแต่นี้ไปใน ‘เกมวีรบุรุษนิรันดร์กาล’ ไม่มีโหวทงไห่อีก!

[ผู้เล่นทั้งห้าคนที่เข้าร่วมการโจมตีสังหาร จะได้รับรางวัลสังหารสิ้นซาก: ค่าชื่อเสียงยุทธภพ: 50000 แต้ม ค่าผลงานสำนัก 13000 แต้ม!]

[ประกาศระบบ: ผู้เล่นสำนักดาบโลหิต หนึ่งดาบสามเฉือน…]

……

ประกาศระบบดังสามรอบทั่วทั้ง ‘เกมวีรบุรุษนิรันดร์กาล’ น้องสะพานสวรรค์น้อยกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจอีกครั้ง

แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่กำจัด BOSS ร่างสมบูรณ์ที่อยู่ในสภาพแท้จริงได้ แต่โหวทงไห่คนนี้มีคุณภาพสูงกว่าเหยียนจีไม่รู้ตั้งเท่าไร

ในเมื่อเป็นดังนี้ ครั้งนี้เรทติ้งและระดับการติดตามบนทีวีต้องมากกว่าครั้งก่อนๆ ด้วยเช่นกัน!

ถ้าเป็นอย่างนี้ เช่นนั้น…

พอนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ สะพานสวรรค์น้อยกลับเริ่มมีสีหน้าประหลาด เดี๋ยวก็ดีใจเดี๋ยวก็กังวล กล่าวได้ว่ามีร้อยอารมณ์รวมกัน

เยี่ยเว่ยหมิงสังเกตเห็นความผิดปกติของนางได้เร็วมาก ขณะกำลังจะเอ่ยปากถาม เงาร่างของหนึ่งดาบสามเฉือนกลับมาแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างเขากับสะพานสวรรค์น้อย

พอขวางอยู่ตรงหน้าเยี่ยเว่ยหมิง น้องดาบก็ถามเขาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ “นี่! เจ้ามือปราบหน้าเหม็น ทำไมจู่ๆ การโจมตีครั้งสุดท้ายของเจ้าถึงทำดาเมจสูงได้ขนาดนั้น อย่าบอกนะว่าเมื่ออยู่ในสถานะกระบี่คู่ผนึกรวม แม้แต่ทักษะยุทธ์ของเจ้าก็ได้เพิ่มประสิทธิภาพด้วย”

ที่จริงน้องดาบตั้งใจแย่งทำดาเมจกับโหวทงไห่เป็นคนแรกตั้งแต่เริ่มโจมตีแล้ว เพราะเหตุนี้นางถึงขั้นยอมถูกสามง่ามของมังกรสามหัวโจมตี ทั้งยังถูกอีกฝ่ายที่ค่าเสตัสเหนือกว่าบดขยี้จนเสียค่าพลังชีวิตไปไม่น้อย

การที่นางทำอย่างนี้ไม่ได้มีเหตุผลซับซ้อน เพราะตอนสุดท้ายที่แบ่งรางวัลกัน นางจะได้มีสิทธิพิเศษมากกว่าคนอื่นก็เท่านั้นเอง

แม้กติกาการแบ่งไอเทมจะมีอธิบายไว้ในเกมชัดเจนแล้ว แต่สามกติกาใหญ่ๆ เรื่องการแย่ง BOSS นั้นไม่เหมาะกับโหมดแบ่งไอเทมตามค่าผลงาน แต่พี่ใหญ่ของนาง เจ้าอ้วนชนะฟ้ากลับเรียบเรียงข้อมูลที่นางอ่านแล้วไม่เข้าใจออกมา สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่า

ที่จริงสามกติกาใหญ่นี้ เมื่ออยู่ในโหมดทีมก็มีผลพอสมควร แต่เมื่อเทียบกับการตัดสินใจแย่งฆ่ามอนสเตอร์ ตอนอยู่ในโหมดทีม สามกติกานี้จะมีผลน้อยลงจากเดิมจนไม่ถึงหนึ่งในสิบ

ต่อให้เป็นเพียงความได้เปรียบเล็กน้อยจนไม่มีค่าพอให้เอ่ยถึง แต่สำหรับผู้เล่นแล้ว ก็ยังต้องพยายามไปช่วงชิงอย่างสุดความสามารถอยู่ดี

เยี่ยเว่ยหมิงย่อมไม่รู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เขาก็แค่พบว่าน้องดาบเหมือนจะใส่ใจการโจมตี BOSS ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายมาก ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะช่วงชิงการโจมตีครั้งสุดท้ายมาไว้ในมือ เหตุผลก็ง่ายๆ เท่านี้เอง

ส่วนคำถามที่น้องดาบเพิ่งเอ่ยขึ้นเมื่อครู่นี้ เยี่ยเว่ยหมิงก็ตอบอย่างไม่อ้อมค้อมว่า “ประสิทธิภาพของ ‘ดรรชนีศักดิ์สิทธิ์’ เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าไม่เกี่ยวข้องกับกระบี่คู่ผนึกรวม ข้าแค่ใช้ค่าตบะที่เป็นรางวัลชนะเลิศการประลองใหญ่มาเพิ่มเลเวลให้เคล็ดวิชานี้ก็เท่านั้นเอง”

หนึ่งดาบสามเฉือนได้ยินแล้วไม่ถามอะไรมากอีก เตะที่ศพของโหวทงไห่เสียเลย

จากนั้นทุกคนก็งงเป็นไก่ตาแตกแล้ว

“ไม่ใช่กระมัง โหวทงไห่คนนี้เป็น BOSS โหมดปกติ น่าจะดรอปไอเทมเยอะสิ ทำไมไม่ดรอปอะไรเลย” น้องดาบถาม

“สถานการณ์ของข้าก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน” เซียวเหยาถอนใจกล่าว

“เหมือนกัน” เสวียนเสี่ยวปี่บอก

สะพานสวรรค์น้อยก็บอกเหมือนกัน “ข้าก็ด้วย”

ดังนั้น สายตาของทุกคนจึงไปรวมอยู่บนตัวเยี่ยเว่ยหมิง

ส่วนเยี่ยเว่ยหมิงก็เอามือลูบจมูกพร้อมบอกว่า “ในเมื่อเป็นการแบ่งไอเทมตามค่าผลงาน ของไปตกอยู่ในกระเป๋าใครก็ย่อมต้องเป็นของคนนั้น ข้าเป็นคนไม่ชอบพูดโกหก พวกเจ้าก็เลิกถามได้แล้ว”

[1] จุดเยาเหยี่ยน 腰眼 แผ่นหลังช่วงเอวทั้งสองข้าง

บทที่ 177
“ไม่ได้!” x3

มีเพียงสะพานสวรรค์น้อยที่พยักหน้ายิ้มบางๆ เพราะเยี่ยเว่ยหมิงขอให้นางรักษาความลับ เห็นได้ชัดว่าแตกต่างจากคนอื่น

เหมือนรู้สึกได้ว่าข้อมูลที่เยี่ยเว่ยหมิงบอกไม่สอดคล้องกับกติกา น้องดาบจึงรีบอธิบายอีก “ถึงอย่างไรทุกคนก็ร่วมโจมตี BOSS ด้วยกัน พวกเราแปลกใจมากจริงๆ ว่าทำไมของที่ดรอปไปอยู่ในกระเป๋าของเจ้าคนเดียว…

…แน่นอน ต่อให้เจ้าประกาศออกมา พวกเราก็ไม่ทวงหรอก แต่เรื่องบางเรื่องถ้าไม่ทำให้กระจ่างชัดเจน ในใจก็จะค้างคาอยู่ตลอด”

เซียวเหยาถอนใจกับเสวียนเสี่ยวปี่พยักหน้าพร้อมกัน สื่อว่าพวกเขามีความเห็นเหมือนกับน้องดาบทุกอย่าง

เมื่อเห็นคนพวกนี้มองตาปริบๆ เหมือนรอเปิดประสบการณ์ความรู้ เยี่ยเว่ยหมิงก็ทำได้เพียงยอมแพ้อย่างจนใจ “ที่ของพวกนี้เข้าสัมภาระของข้าคนเดียว จะว่าไปแล้วสาเหตุก็ไม่ซับซ้อนเลย ก็เพราะ BOSS ร่างสมบูรณ์ที่อยู่ในสภาพแท้จริงคนนี้ จะดรอปของเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”

“เพียงแต่คุณภาพของอุปกรณ์ชิ้นนี้ ระบบอาจจะ…ประเมินค่ามันไว้สูงมาก แต่ความจริงราคากลับต่ำมาก”

เมื่อได้ฟังเขาพูดอย่างนี้ ทุกคนก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็นว่าของสิ่งนั้นคืออะไร พากันเร่งให้เขานำของออกมาดู

ครั้งนี้ แม้แต่สะพานสวรรค์น้อยก็เบิกตากว้างมองเขาด้วยความสงสัยใคร่รู้ เห็นได้ชัดว่าคำบรรยายก่อนหน้านี้ของเขาได้ปลุกวิญญาณป้าข้างบ้านที่ซ่อนอยู่ในตัวนางขึ้นมาแล้ว

เมื่อได้เห็นฉากนี้ เยี่ยเว่ยหมิงก็ทำได้เพียงส่งลิงก์อุปกรณ์เข้าไปในช่องทีม

[ดาบสองคมสามแฉก (อาวุธล้ำค่า): แม้จะตั้งชื่อว่า ‘ดาบ’ แต่ความจริงกลับเป็นทวนยาวที่มีรูปร่างพิเศษด้ามหนึ่ง พลังโจมตี +700 กำลังภายใน +50% ความเร็วในการฟื้นฟูบาดแผลลดลง 50%]

“บัดซบ!” x2

คนสบถหยาบคายย่อมเป็นชายหนุ่มป่าเถื่อนอย่างเสวียนเสี่ยวปี่กับเซียวเหยาถอนใจ ส่วนอีกสองสาวค่อนข้างควบคุมตัวเองได้มากกว่า ต่อให้เป็นน้องดาบที่ห้าวหาญยิ่งกว่าชาย ก็ข่มความวู่วามไม่ให้สบถคำหยาบออกมาได้อยู่ดี

เพียงแต่นางกับสะพานสวรรค์น้อยไม่ได้พูดออกมา แต่ในสายตากับเผยความรู้สึกว่า ‘เดินหมากเบ๊จากช่องหกเข้าช่องเจ็ด ขุนพล[1]!’

แต่นี่เป็นเพียงปฏิกิริยาแรกของพวกเขาหลังจากได้เห็นค่าสเตตัสของอาวุธล้ำค่าชิ้นนี้ หลังจากอึ้งไปสักพัก อารมณ์ของพวกเขาก็เปลี่ยนจากอิจฉากลายเป็นเสียดาย

อาวุธดีขนาดนี้ ทำไมเป็นแค่ทวนด้ามหนึ่ง

คุณภาพกับค่าสเตตัสของอาวุธชิ้นนี้ ถ้านำไปใส่ไว้บนอาวุธที่คนค่อนข้างนิยม ในปัจจุบันก็ถือว่าสุดยอดจริงๆ

ไม่ว่าจะเป็นดาบ กระบี่ นวม หน้าไม้ หรืออาวุธลับต่างๆ ที่ใช้กันทั่วไป ถ้ามีค่าสเตตัสอย่างนี้ปรากฏขึ้น ก็ถือว่าเป็นของดีที่จะทำให้ก่อลมคาวฝนเลือดทั่วทั้ง ‘เกมวีรบุรุษนิรันดร์กาล’ ได้เลย

ถ้าเป็นเพียงทวนด้ามหนึ่ง ก็เป็นเหมือนซี่โครงไก่ที่มีประโยชน์ไม่มากแต่จะทิ้งก็เสียดาย

อย่างไรเสีย เยี่ยเว่ยหมิงก็เข้ามาอยู่ในเกมนานขนาดนี้แล้ว แต่ไม่ค่อยเห็นผู้เล่นที่ใช้ทวนมากเท่าไร ในจำนวนนั้นก็ยิ่งไม่มีผู้ที่ถูกเรียกว่ายอดฝีมือสักคนด้วยซ้ำ

ส่วนสถานการณ์ของคนอื่นก็ไม่ต่างจากเยี่ยเว่ยหมิงเท่าไร พวกเขาก็ไม่เคยเห็นยอดฝีมืออาชีพทวนเช่นกัน

ในเมื่อไม่มีแม้แต่ยอดฝีมือที่เข้าท่าสักคน ก็จะเห็นได้ว่าใน ‘เกมวีรบุรุษนิรันดร์กาล’ อาวุธประเภทนี้ใช้กันในกลุ่มเล็กๆ ขนาดไหน

อุปกรณ์ที่ใช้กันในกลุ่มเล็กๆ แบบนี้ ต่อให้เป็นอุปกรณ์คุณภาพสูงสุด แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะขายออกในราคาสูง

หลังจากส่ายหน้าถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก็ยังเป็นเสวียนเสี่ยวปี่ที่บอกก่อนว่า “ขออภัยที่ข้าพูดตรงๆ อาวุธด้ามนี้ของเจ้า เกรงว่าคงขายในราคาดีได้ยาก ต่อให้เก็บไว้ใช้เอง ก็มีประโยชน์ไม่มากอยู่ดี”

เมื่อเห็นคนอื่นยังเงียบ เขาก็กล่าวเสริมอีกว่า “สาเหตุที่ข้าเลิกใช้พู่กันผู้พิพากษา แล้วเลือกก้าวหน้ากับกระบี่ที่ไม่ได้สอดคล้องกับ ‘วิชากระบี่อิงฟ้าดาบฆ่ามังกร’ ก็เพราะพิจารณาอะไรทำนองนี้เช่นกัน ข้ายังจำตอนนั้นได้ คนหน้าเลือดเคยวิเคราะห์ทักษะยุทธ์ของสำนักใน ‘เกมวีรบุรุษนิรันดร์กาล’ ให้ฟัง ในข้อมูลพวกนั้นเกี่ยวข้องกับการเลือกอาวุธ”

คนหน้าเลือด?

เยี่ยเว่ยหมิงจำได้ นี่คือชื่อเรียกที่ศิษย์อู่ตังบางคนที่ค่อนข้างสนิทกับอินปู้คุยใช้เรียกเขา

ในเมื่อพูดเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสปอยล์ต้นฉบับเดิม เยี่ยเว่ยหมิงก็เริ่มฟังอย่างจริงจังทันที

กลับได้ยินเสวียนเสี่ยวปี่พูดต่อว่า “เขาบอกว่าในยุคที่วัฒนธรรมยอดยุทธ์คุณธรรมเฟื่องฟู ห้านักเขียนที่โด่งดังที่สุดมี จิน กู่ เหลียง เวิน หวง[2] จากที่เขาสังเกตตอนนี้ ใน ‘เกมวีรบุรุษนิรันดร์กาล’ มีแค่ตัวละครและเรื่องราวในนิยายของอาจารย์จินเท่านั้น แล้วก็มีอย่างอื่นอีกนิดหน่อย มีความเป็นไปได้ว่าผู้ออกแบบเกมสร้างขึ้นมาเอง…

…และในผลงานเขียนของอาจารย์จิน ยอดฝีมือที่ใช้อาวุธประเภทต่างๆ ก็มีฝีมือที่ไม่เท่ากัน มองจากสุดยอดวิชาศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เก่งสุดคือการใช้หมัดเท้า รองลงมาคือกระบี่ รองลงมาอีกคือกระบอง แม้แต่อาวุธที่เห็นได้บ่อยที่สุดอย่างดาบก็ยังเป็นกำลังในช่วงท้าย เมื่อเรื่องราวดำเนินไปจนถึงระดับหนึ่งแล้ว ก็ไม่เจอวิชาดาบที่ทรงพลังมาคุมสถานการณ์เลย”

“ส่วนวิชาทวน…” เสวียนเสี่ยวปี่ส่ายหน้า “ข้ายังจำคำพูดที่คนหน้าเลือดบอกกับข้าตอนนั้นได้ชัดเจน เขาบอกว่าในบรรดานิยายทั้งหมดของอาจารย์จิน ผู้ที่มีวิชาทวนล้ำเลิศที่สุดชื่อว่าฮวาเถี่ยก้าน[3] ระดับความน่ารังเกียจของเจ้าหมอนั่นมากพอที่จะสะท้อนให้เห็นพื้นฐานของบทบาทตัวร้ายที่นักเขียนยุคนั้นสร้างขึ้น”

“ต่อให้ไม่พูดถึงลักษณะนิสัย แต่ทักษะยุทธ์ของเขาอย่างมากก็นับว่าอยู่ระดับกลางท่ามกลางตัวละครของอาจารย์จินเท่านั้น หรือไม่ก็นับว่าเป็นยอดฝีมือทั่วไปในยุทธภพได้ แต่ยังห่างชั้นกับยอดฝีมือระดับบนหรือปรมาจารย์แห่งยุคอยู่มากจริงๆ”

เยี่ยเว่ยหมิงได้ยินแล้วได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ “และที่สำคัญที่สุดก็คือ ทักษะยุทธ์ของฮวาเถี่ยก้านนั่นก็เหมือนจะยังไม่มีในระบบเช่นกัน ดังนั้นตอนนี้ในบรรดาผู้เล่นจึงยังไม่มียอดฝีมือวิชาทวนปรากฏตัวขึ้นมา…

…แต่ข้ารู้สึกว่าในเมื่อ ‘เกมวีรบุรุษนิรันดร์กาล’ เป็นเกม ก็ควรจะมีจุดสมดุลระหว่างอาวุธต่างๆ สิ หรือว่าตอนนี้ผู้เล่นก็แค่ยังไม่ค้นพบมัน”

“อาจจะใช่” เสวียนเสี่ยวปี่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “คนหน้าเลือดนั่นยังบอกอีกว่า ในงานประพันธ์ของอาจารย์จินไม่มีสำนักถังเหมิน”

แน่นอนว่าพูดอย่างนี้ก็ไม่ผิด

แต่ตำราลับวิชาทวนอันแข็งแกร่งที่แท้จริงจะปรากฏขึ้นหรือไม่ จะปรากฏขึ้นเมื่อไร ก็ล้วนเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้

ต่อให้ในอนาคตจะปรากฏขึ้นมาจริงๆ เมื่อถึงตอนนั้นอาวุธล้ำค่ายังจะล้ำค่าหายากเหมือนในปัจจุบันอยู่ไหม

สิ่งที่ทำให้เยี่ยเว่ยหมิงยิ่งไม่เข้าใจก็คือ หลังจากมังกรสามหัวโหวทงไห่ตายแล้ว ทำไมดรอปแต่ของโบราณแปลกๆ ออกมา

นี่มันหลักการของนิทานอะไรกันแน่

‘ภาคแรกของไซอิ๋ว’ หรือว่า ‘ภาคต่อของเรื่องโคมไฟดอกบัว’?

ขณะที่พูด ทุกคนก็นำยาเม็ดมาฟื้นฟูพลังชีวิตกับกำลังภายในมากินให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์แล้ว ส่วนเยี่ยเว่ยหมิงก็นำโลงไม้หวงฮว่าออกมาเก็บศพของโหวทงไห่

นี่คือสินค้าที่เขาตั้งใจไปซื้อจากร้านขายโลงศพซูโจวฉี่หลิงก่อนมาที่นี่ ซื้อมาทั้งหมดสามโลง จ่ายไปทั้งหมดสองร้อยยี่สิบเหรียญทองตามราคาสมาชิก

เดิมทีคิดจะเก็บไว้สำรองใช้ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าจะเจอ BOSS ที่ควรค่าแก่การบรรจุเข้าโลงเร็วขนาดนี้

[ได้รับ ‘ตระหนักรู้อาวุธยาว’ x1!]

[ได้รับ ‘ตระหนักรู้วิชาตัวเบา’ x1!]

[ได้รับ ‘ตระหนักรู้กำลังภายใน x1!]

ถ้าไม่ใช่เพราะวิชาทวนไม่ได้รับความนิยม คงจัดมันอยู่ในประเภทอาวุธยาวไปแล้ว…

เยี่ยเว่ยหมิงเงยหน้าขึ้นมาพร้อมความไม่พอใจ แต่หลังจากได้เห็นบรรดาเพื่อนร่วมทีม เขาก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที “จะว่าไปแล้ว พวกเราจะลงดาบกับใครก่อน”

พอเห็นเขายิ้มอย่างเบิกบานใจ หนึ่งดาบสามเฉือนก็อดถาอมย่างสงสัยไม่ได้ว่า “ปรับสภาพจิตใจเรียบร้อยแล้ว ไม่กลุ้มใจแล้วหรือ”

“อืม!” เยี่ยเว่ยหมิงออกแรงพยักหน้า “ขนาดพวกเจ้าที่ไม่ได้อะไรเลยยังไม่กลุ้มใจ แล้วข้าจะกลุ้มใจไปทำไมล่ะ”

หนึ่งดาบสามเฉือน “…”

เซียวเหยาถอนใจ “…”

เสวียนเสี่ยวปี่ “…”

สะพานสวรรค์คริสตัล “คิก คิก”

[1] เดินหมากเบ๊จากช่องหกเข้าช่องเจ็ด ขุนพล 马六进七 将军 เป็นวิธีการเดินหมากรุกที่เรียกว่า ว่อเช่าหม่า 卧槽马 พ้องเสียงกับคำว่า what the fuck

[2] จิน กู่ เหลียง เวิน หวง ห้าอัจฉริยะนักเขียนแนวยอดยุทธ์คุณธรรมของจีน จินยง (กิมย้ง) กู่หลง (โกวเล้ง) เหลียงอวี่เซิง (เนี่ยอู้เซ็ง) หวงอี้ เวินรุ่ยอัน (อุนสุยอัน)

[3] ฮวาเถี่ยก้าน 花铁干 ตัวละครจากนิยายเรื่องกระบี่ใจพิสุทธิ์ของนักเขียนจินยง

บทที่ 178
พวกเขาทอดสายตามองไป เห็นบนสนามต่อสู้หลักสองแห่งมี NPC เป็นผู้นำ แต่การต่อสู้กลับแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด

พวกเยี่ยเว่ยหมิงล่อโหวทงไห่ซึ่งเป็นหนึ่งในห้ายอดฝีมือออกมาแล้ว ฆ่าตายแล้ว แม้แต่อุปกรณ์กับศพก็แบ่งกันเรียบร้อยแล้ว แต่การต่อสู้ทางฝั่งหวังชู่อีกลับไม่แตกต่างอะไรกับตอนก่อนที่โหวทงไห่จะถูกล่อไป

ในฐานะตัวประกอบสำคัญคนหนึ่ง นักรบเต๋าท่านนี้พยายามแสดงบทบาทของตัวเองอย่างสุดความสามารถ

ก่อนหน้านี้ตอนสู้แบบหนึ่งต่อห้า เขาก็ทำได้อย่างสูสี ตอนนี้กลายเป็นหนึ่งต่อสี่แล้ว ก็ยังสู้ได้อย่างสูสีเช่นเดิม

ไม่มากไม่น้อยไป!

คล้ายว่าการต่อสู้ที่สูสีนี้จะดำเนินต่อไปจนถึงที่สุด

ส่วนทางฝั่งกัวจิ้ง ตอนนี้กำลังถูกโอวหยางเค่อจับขัดอยู่บนพื้นอันเกลี้ยงเกลา

เพียงแต่เจ้าหมอนี่กลับอึดมาก BOSS เล็กๆ เลเวลสี่สิบคนหนึ่ง ถูก BOSS ใหญ่เลเวลเจ็ดสิบทุบนานขนาดนี้ แต่กลับไม่ตายเสียที

พลังชีวิตอันแข็งแกร่งนี้ไม่ต่างจากตัวละครหลักของเนื้อเรื่องเลยจริงๆ

เพียงแต่เมื่อเห็นท่าทางน่าเวทนาตอนเขาถูกซ้อม สุดท้ายเยี่ยเว่ยหมิงก็อดอยู่เฉยไม่ได้ จึงเสนอกับบรรดาเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ข้างกันว่า “ข้ารู้สึกว่าพวกเราควรไปช่วยเขาสักหน่อย”

เมื่อได้ยินข้อเสนอนี้ พวกเพื่อนในทีมก็แทบจะมองมาที่เขาด้วยสายตาแปลกๆ พร้อมกัน ในจำนวนนั้นสะพานสวรรค์น้อยมองแปลกที่สุด

ท่ามกลางสายตาอันสับสนของสะพานสวรรค์น้อย เยี่ยเว่ยหมิงถึงขั้นเดาออกว่าตอนนี้ในใจนางกำลังคิดอะไร: พี่ใหญ่เยี่ย ก่อนหน้านี้เจ้าบอกใบ้ข้าไม่ใช่หรือว่าอย่าไปสนใจเจ้าคนดึงดันที่วางกับดักเพื่อนในทีมตัวเองแบบนี้ ถ้าทรยศได้ก็ควรทรยศไม่ใช่หรือ ทำไมตอนนี้ทำตัวเป็นคนดีอีกแล้ว ที่เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่

น้องดาบเปิดเผยกว่ามาก ไม่ซ่อนความรู้สึกเหมือนสะพานสวรรค์น้อย คนองอาจผึ่งผายอย่างนางถามสิ่งที่ใจตัวเองสงสัยออกมาตรงๆ เลย “บอกความคิดของเจ้ามา”

เยี่ยเว่ยหมิงยิ้มบางๆ “โอวหยางเค่อ ตอนนี้พวกเราสู้ไม่ชนะแน่นอน ดังนั้นถ้าพวกเราจะช่วยคนก็ต้องใช้กลยุทธ์ยอกย้อน กลยุทธ์ล้อมเวยช่วยจ้าว[1] พวกเจ้าเคยได้ยินหรือเปล่า…

…ตอนนี้ภารกิจหลักของโอวหยางเค่อก็คือคุ้มครองหวันเหยียนคัง การโจมตีกัวจิ้งต่างหากที่เป็นเรื่องรอง ส่วนหวันเหยียนคังนั่นแม้จะเลเวลเพียงสี่สิบห้า แต่นอกจากโหวทงไห่แล้ว BOSS ร่างสมบูรณ์อีกคนที่ไม่ได้อยู่ในโหมดเนื้อเรื่องก็มีเพียงเขา มิหนำซ้ำยังมีวิชากรงเล็บที่ร้ายกาจมากด้วย…”

พอฟังถึงตรงนี้ ทุกคนก็เข้าใจถึงแนวคิดที่ซื่อตรงไร้ความเห็นแก่ตัวของเยี่ยเว่ยหมิงแล้ว

เป้าหมายของเขาก็คือ…ช่วยกัวจิ้ง!

ไม่ผิดหรอก! หลังจากรู้ว่าการกำจัดหวันเหยียนคังอาจนำมาซึ่งผลตอบแทนมหาศาล ทุกคนก็คิดเหมือนกันว่าตอนนี้เป็นเวลาแสดงถึงจิตวิญญาณของยอดยุทธ์คุณธรรมแล้ว!

ดรอปไอเทมจากหวันเหยียนคัง…แค่กๆ ไม่ใช่สิ!

เป็นคุณธรรมของชาวยุทธ์ ต้องเริ่มต้นจากตัวเอง ช่วยเหลือกัวจิ้ง ในทางศีลธรรมไม่อาจปฏิเสธได้!

เมื่อเห็นทุกคนถูกคุณธรรมอันเคร่งครัดของตัวเองเกลี้ยกล่อมแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงก็เผยรอยยิ้มปลื้มอกปลื้มใจออกมา จากนั้นก็บอกทุกคนในช่องทีมว่า [รายละเอียดของแผนการนี้ข้าคิดไว้แล้ว พวกเราควรจะทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น…]

หลังจากได้ฟังแผนการของเขาจบ แม้แต่น้องดาบที่ขุ่นเคืองใจต่อเขามาตลอด ตอนนี้ก็ยังยกนิ้วหัวแม่มือให้ “ขนาดความคิดที่ไร้คุณธรรมเช่นนี้เจ้ายังคิดออกมาได้ สมกับเป็นเยี่ยเว่ยหมิงจริงๆ!”

“ชมกันเกินไปแล้ว” เยี่ยเว่ยหมิงรับคำชมจากน้องดาบอย่างสุขกายสบายใจ จากนั้นโบกมือ “ในเมื่อทุกคนไม่คัดค้านอะไรกับแผนนี้ เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้แล้วกัน แยกย้าย!”

เมื่อสิ้นเสียง คนในทีมก็แยกย้ายกันทันที เริ่มเข้ามาล้อมหวันเหยียนคังเป็นรูปวงกลมอย่างเงียบเชียบ แน่นอนว่าทุกคนในทีมต่างก็รักษาระยะห่างกับหวันเหยียนคัง หรือโอวหยางเค่อในระยะปลอดภัยยี่สิบเมตรขึ้นไป เพื่อรับประกันว่าจะไม่ถูกกำจัดไปพร้อมโอวหยางเค่อด้วย

จากนั้นก็ยังเป็นเยี่ยเว่ยหมิงที่เปิดฉากโจมตี เขาเริ่มใช้ดรรชนีศักดิ์สิทธิ์โจมตีไปตรงหว่างคิ้วของหวันเหยียนคัง

-7456!

คริติคอลดาเมจ แต่ปลิดชีพไม่สำเร็จ

ถึงอย่างไรหวันเหยียนคังก็เป็น BOSS คนหนึ่งเช่นกัน ถ้าไม่ทำให้ค่าพลังชีวิตหมด อาศัยแค่การทำคริติคอลดาเมจอย่างเดียวทำให้เขาตายไม่ได้

“เจ้าหนู รนหาที่ตาย!”

เมื่อเห็นผู้ที่ตัวเองคุ้มครองอยู่ได้รับบาดเจ็บหนักอีกครั้ง โอวหยางเค่อก็คำรามอย่างเกรี้ยวกราด แล้วไล่ตามมาทางเยี่ยเว่ยหมิงทันที

เยี่ยเว่ยหมิงย่อมไม่กล้าปะทะกับ BOSS ใหญ่เลเวลเจ็ดสิบห้าซึ่งหน้าอยู่แล้ว เมื่อเห็นเขาไล่ตามมา ก็เลี้ยวหนีโดยไม่สนใจภาพลักษณ์แม้แต่น้อย ส่วนโอวหยางเค่อก็ย่อมไม่ปล่อยเจ้าหนุ่มที่ทำให้หวันเหยียนคังเกือบตายไปง่ายๆ ใช้ท่าร่างที่เหนือกว่าเยี่ยเว่ยหมิงเกินหนึ่งระดับตามไปติดๆ

เยี่ยเว่ยหมิงวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต พร้อมทั้งเปิดคอลัมน์สกิลในหน้าอินเตอร์เฟสระบบออกมา แล้วเริ่มนำแต้มค่าตบะที่ได้ก่อนหน้านี้ไปเพิ่มเลเวลสกิลอย่างบ้าคลั่ง

เพียงชั่วอึดใจเดียวก็เพิ่มเลเวลเคล็ดกระบี่ ‘มังกรร่อนล่อหงส์’ จนถึงเลเวลแปด เพิ่มเลเวลคัมภีร์หลอมกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็นจนถึงเลเวลเจ็ด แล้วก็เพิ่มเลเวลวิชาตัวเบา ‘แปดก้าวไล่ทันคางคก’ จนถึงเลเวลเจ็ด

แม้ในบัญชีจะยังเหลือค่าตบะอยู่อีก 13666 แต้ม แต่ไม่ว่าจะเพิ่มไปที่ทักษะยุทธ์วิชาไหน ก็ไม่มีทางอัพเลเวลได้อีกแล้ว เขาถึงได้หยุดเพียงเท่านี้

เรื่องจริงก็ได้พิสูจน์แล้ว ว่าวิธีการของเขาถูกต้องทุกอย่าง

ตอนที่เขาเพิ่งใช้แต้มค่าตบะไปแล้วพอสมควร จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงกบร้องดังมาจากข้างหลัง

ตามด้วยลมพายุวูบหนึ่ง กดให้เขาก้าวเท้าลำบาก

เขาคิดในใจว่าโอวหยางเค่อตามทันแล้วแน่นอน พลันหมุนตัว ถือโอกาสฟันกระบี่อาญาสิทธิ์ออกมา…มังกรร่อนล่อหงส์!

ชวิ้ง! คมกระบี่ของเยี่ยเว่ยหมิงแทงไปบนลมฝ่ามือของโอวหยางเค่อที่ตามมาถึง ‘มังกรร่อนล่อหงส์’ ที่เลเวลแปด พลังป้องกัน 160% ทั้งมีเอฟเฟกต์ดีบัฟ แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะต้านการโจมตีอันน่าสะพรึงนี้ของโอวหยางเค่อไม่ได้!

เยี่ยเว่ยหมิงรู้สึกเพียงว่ากำลังภายในที่รุนแรงราวกับผลักภูเขาพลิกทะเลกำลังพรั่งพรูจากตัวกระบี่เข้ามาในร่างกายตัวเอง จากนั้นทั้งตัวก็กระเด็นออกไปข้างหลังเรากับว่าวสายป่านขาด ขณะที่ตัวลอยอยู่กลางอากาศ เขากระอักเลือดสดออกมาคำใหญ่อย่างควบคุมไม่ได้

-1656!

ตามด้วยดาเมจรุนแรงสี่หลัก ร่างของเยี่ยเว่ยหมิงชนกระแทกกับร้านขายของเบ็ดเตล็ดที่อยู่ริมถนน ของตกกระจัดกระจาย

ในขณะเดียวกันนี้เอง บนตัวของเขาก็ติดสถานะด้านลบ

[บาดเจ็บสาหัส: โจมตี -50% ป้องกัน -50% ท่าร่าง -50% ความเร็ว -50% เวลาต่อเนื่อง: ครึ่งชั่วโมงหลังจากหลุดออกจากสถานะต่อสู้]

การโจมตีนี้ของโอวหยางเค่อ ไม่น่าเชื่อว่าจะน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้!

เยี่ยเว่ยหมิงในตอนนี้ ความสามารถด้านต่างๆ ถูกลดให้อ่อนแอลงเยอะมาก โอวหยางเค่อโจมตีต่อไปอีกแค่สองครั้ง ก็ทำให้เขากลายเป็นแสงสีขาวได้แล้ว เอาพลังชีวิตของพี่หมิงไปแล้ว

ทว่าตอนที่เยี่ยเว่ยหมิงเผชิญกับสถานะแบบนี้ โอวหยางเค่อกลับไม่คิดจะตามโจมตีต่อ เพราะว่า…

เพื่อนร่วมทีมของเยี่ยเว่ยหมิงฉวยโอกาสตอนที่โอวหยางเค่อถูกเยี่ยเว่ยหมิงล่อออกไป พุ่งขึ้นไปข้างหน้าพร้อมกัน เปิดฉากล้อมโจมตีหวันเหยียนคังที่สูญเสียความสามารถในการต่อสู้อย่างไร้มนุษยธรรม

เคล็ดกระบี่ดรุณีหยก เคล็ดวิชาดาบโลหิต วิชากระบี่อิงฟ้าดาบฆ่ามังกร มังกรร้ายคำราม (ขีดทิ้งเถอะ) เป็นมังกรผยองได้สำนึก…ไปทักทายบนตัวเขาพร้อมกันโดยไม่สนใจอย่างอื่น อัลติเมทสกิลต่างๆ เรียกได้ว่าสวยวิจิตรตระการตา

และตามสูตรคำนวณระหว่างศูนย์กับหนึ่งที่เคยใช้ไปครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ โอวหยางเค่อตัดสินใจทิ้งเยี่ยเว่ยหมิงอย่างไม่ลังเล รีบกลับไปช่วยท่านอ๋องน้อยของเขาแล้ว

เมื่อเห็นโอวหยางเค่อเลี้ยวกลับมา เพื่อนร่วมทีมแสนน่ารักของเยี่ยเว่ยหมิงก็แยกย้ายทันที ทิ้งไว้เพียงหวันเหยียนคังที่ถูกโจมตีจนเหลือค่าพลังชีวิตไม่ถึงเจ็ดพันและกำลังถูกผู้เล่นคนอื่นที่คิดจะฉกฉวยผลประโยชน์ล้อมโจมตีต่อไป

เมื่อโอวหยางเค่อรีบกลับมา ผู้เล่นที่คิดจะตักตวงผลประโยชน์กลุ่มนั้นก็โดนโจมตีจนกลายเป็นแสงสีขาวกันเป็นแถบๆ แม้แต่เซียวเหยาถอนใจที่หนีออกมาช้าก็ยังถูกส่งให้ไปทอดถอนใจเพียงลำพังอยู่ที่จุดคืนชีพแล้ว

ขณะมองโอวหยางเค่อกลับมายืนข้างกายหยางคังอีกครั้ง ครั้งนี้เหมือนจะตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะปกป้องอยู่ข้างกายไม่ออกห่างแม้แต่ก้าวเดียว แต่ค่าพลังชีวิตบนศีรษะท่านอ๋องน้อยกลับยังลดลงอย่างรวดเร็วราวกับกระแสน้ำ

คนที่ทำได้ถึงขั้นนี้ก็คือสะพานสวรรค์น้อย หรือพูดได้อีกอย่างก็คือ ก่อนที่นางจะลงมือ นางได้ทาพิษร้ายเอาไว้บนตัวกระบี่ล่วงหน้าแล้ว

[ยาตัดวิญญาณ: เป็นพิษอัศจรรย์จากหุบเขาเย่าหวัง หากทาบนอาวุธ หรืออาวุธลับ พิษจะลามทันทีเมื่อถูกเลือด!]

ภายใต้การทำงานของพิษร้าย ผ่านไปไม่ถึงสิบกว่าวินาที ค่าพลังชีวิตของหวันเหยียนคังก็ถูกพรากไปหมดแล้ว

ขณะเดียวกันนี่เอง ข้างหูของคนในทีมทั้งห้าก็มีเสียงแจ้งเตือนอันไพเราะจากระบบดังขึ้น

[ติ๊ง!…]

[1] กลยุทธ์ล้อมเวยช่วยจ้าว 围魏救赵 ใช้กลอุบายแยกข้าศึกออกจากกัน ทำให้กำลังพลกระจัดกระจาย ห่วงหน้าพะวงหลัง จากนั้นค่อยเข้าโจมตี

บทที่ 179
[ติ๊ง! ทีมของคุณโจมตีหวันเหยียนคัง BOSS โหมดปกติเลเวล 45 จนเข้าสู่สภาวะเฉียดตายสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 100000 แต้ม ค่าตบะ 50000 แต้ม!]

[ติ๊ง! เนื่องจากหวันเหยียนคัง BOSS โหมดปกติเลเวล 45 ที่ทีมของคุณโจมตีจนสาหัสจัดเป็น NPC เนื้อเรื่องพิเศษ ขั้นตอนการเก็บอุปกรณ์จะละไว้โดยอัตโนมัติ อุปกรณ์ที่ BOSS ดรอปจะถูกแบ่งไปที่แถบอุปกรณ์ของสมาชิกในทีมอัตโนมัติโดยอิงตามโหมดแบ่งไอเทมตามค่าผลงาน ตรวจดูเองได้]

[ประกาศจากระบบ: ผู้เล่นสำนักดาบโลหิต…]

……

นี่มันสถานการณ์อะไรกัน โจมตี BOSS เข้าสู่สถานะเฉียดตายแล้วหมายความว่าอะไร นี่ยังไม่ตายอีกหรือ

ยังโจมตี BOSS ไม่ตายแต่แจกรางวัลล่วงหน้า นี่เป็นวิธีการทำงานแบบไหนของระบบ

ตอนที่ทุกคนกำลังทำสีหน้างุนงง จู่ๆ กลับเห็นเงาร่างสูงใหญ่แฉลบมายืนอยู่ข้างกายโอวหยางเค่อด้วยความเร็วสูงสุด แล้วเจ้าตัวก็กล่าวเสียงต่ำว่า “ท่านอ๋องน้อยของเจ้าถูกพิษประหลาดจากหุบเขาเย่าหวัง นำสิ่งนี้ให้เขากิน มันถอนพิษได้”

“แล้วก็สิ่งนี้ด้วย ตอนประลองกระบี่ที่หัวซานปีนั้น หลังจากทุกคนสู้กันจนเหนื่อยแล้ว นี่คือยาน้ำค้างหยกเก้าดอกที่หวงเย่าซือแบ่งให้อา ให้เขากินสิ่งนี้ด้วยแล้วกัน”

เข้าร่วมการประลองยุทธ์เลือกคู่ เฉิงเหยาจินโผล่มาสังหารกลางทาง[1]

ถ้าจะถามว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ ก็ต้องฆ่าพร้อมกันถึงจะเบาใจที่สุด!

สำหรับเจ้าคนขี้อวดที่กระโดดออกมากะทันหันคนนี้ ทุกคนย่อมไม่ได้รู้สึกดีอะไรกับเขาอยู่แล้ว

แต่ตอนที่เยี่ยเว่ยหมิงกับเพื่อนร่วมทีมของเขาเห็นชื่อปรากฏอยู่บนศีรษะของ BOSS คนนี้ กลับต้องสูดหายใจอย่างตกตะลึง!

[โอวหยางเฟิง]

หนึ่งในห้ายอดฝีมือแห่งใต้หล้า พิษประจิม!

เลเวล: 180

พลังชีวิต: ???/???

กำลังภายใน: ???/???

……

มารดาเจ้าเถอะ ขนาด BOSS ใหญ่เลเวล 180 ที่เป็นห้ายอดฝีมือแห่งใต้หล้ายังออกมาแล้ว ดูท่าทางระบบคงตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะปกป้องหวันเหยียนคังให้ได้

แต่พูดในฐานะผู้เล่น นับว่าระบบชดเชยให้เพียงพอแล้วเช่นกัน ไม่เพียงแค่ให้รางวัลครบ กลับให้มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

ต่อให้ไม่พูดถึงไอเทมดรอปจาก BOSS แค่รางวัลที่เป็นค่าประสบการณ์กับค่าตบะอย่างเดียว ก็สูงกว่า BOSS โหมดปกติเลเวลห้าสิบห้าอย่างโหวทงไห่ตั้งเยอะแล้ว

และถ้าจะให้สอดคล้องกัน ไอเทมดรอปจาก BOSS ก็ควรจะสูงกว่าพื้นฐานเดิมมากกว่าหนึ่งเท่าสิ

หากเป็นแบบนี้ ก็เหมือนจะไม่มีอะไรให้คิดเล็กคิดน้อยแล้ว

อย่างไรเสียสิ่งที่ผู้เล่นสนใจจริงๆ ก็มีแค่ไอเทมดรอปจาก BOSS กับรางวัลภารกิจเท่านั้นเอง ตราบใดที่ได้ของครบ ใครจะไปสนใจว่าหวันเหยียนคังจะเป็น หรือจะตาย…

อย่างไรเสียต่อให้เขาไม่ตาย พวกเราก็ไม่มีอะไรเสียหายอยู่ดีละมั้ง

เป็นแบบนั้นเสียที่ไหนล่ะ!

(╯‵□′)╯︵┴─┴

ศพของหวันเหยียนคังล่ะ

ตำราลับตระหนักรู้ของข้าล่ะ

ค่าประสบการณ์ของข้าล่ะ

ถ้าไม่มีของพวกนี้ชดเชยให้ ความเสียหายของข้าก็ไม่ใช่น้อยๆ นะ

เยี่ยเว่ยหมิงเป็นคนประเภทที่เสียเปรียบแล้วไม่ล้างแค้นอย่างนั้นหรือ

ไม่ใช่อยู่แล้ว!

ดังนั้น เขาจึงมองสัมภาระของตัวเองปราดหนึ่ง หลังจากแน่ใจแล้วว่าไอเทมดรอปจาก BOSS มีมูลค่าจริงๆ ก็ส่งข้อความในช่องทีมทันที [เฮ้ พวกเจ้าสังเกตเห็นหรือเปล่า ค่าประสบการณ์ ค่าตบะแล้วก็ไอเทมดรอปที่ได้จากการฆ่าหวันเหยียนคัง ล้วนไม่อยู่ในระดับที่ BOSS เลเวลสี่สิบห้าควรจะมี]

หลังจากชะงักไปครู่เดียว เขาก็กล่าวเสริมอีกว่า “ตามที่ข้าวิเคราะห์ รางวัลภารกิจที่ได้จากการกำจัดหวันเหยียนคัง ควรจะตัดสินจากเลเวลของคนที่ปกป้องเขา ก่อนหน้านี้เป็นโอวหยางเค่อเลเวลเจ็ดสิบห้าปกป้องเขา ดังนั้นพวกเราจึงได้รับรางวัลเยอะก็ตอนฆ่าโหวทงไห่ หรือพูดได้อีกอย่างว่าคำนวณรางวัลตาม BOSS โหมดภารกิจ เลเวลเจ็ดสิบห้า”

พอพูดถึงตรงนี้ บนใบหน้าของเยี่ยเว่ยหมิงก็ยิ่งเผยรอยยิ้มสดใสมากขึ้น “ตอนนี้เปลี่ยนเป็นโอวหยางเฟิงเลเวล 180 แล้ว หาก…”

“บัดซบ เจ้านี่ก็โหดเหมือนกันนะ!” เมื่อได้ยินเขาพูด เสวียนเสี่ยวก็สบถคำหยาบออกมาก่อน “ไม่ใช่ว่าพอเจ้าได้เห็นโอวหยางเฟิงแล้ว ยังคิดจะลงมือกับหวันเหยียนคังต่ออีกนะ”

เซียวเหยาถอนใจตกตะลึงเช่นกัน “แม้จะมีคำกล่าวว่า ‘ท้องแตกตายดีกว่าหิวตาย’ แต่ความกล้าหาญของเจ้าจะมากเกินไปหรือเปล่า นั่นคือ BOSS เลเวล 180 เชียวนะ! อีกฝ่ายแค่เป่าทีเดียวก็ทำให้พวกเราตายได้แล้ว เจ้ายังคิดจะแย่งหัวคนจากมือเขาอีกหรือ”

สะพานสวรรค์น้อยกลับไม่มีความลังเลใดๆ “ยาตัดวิญญาณเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว รอฟังคำสั่งทุกเมื่อ!”

น้องสาวคนนี้ไม่เคยคิดอะไรมากขนาดนั้น นางรู้เพียงว่าถ้าทำตามเยี่ยเว่ยหมิง ก็จะไม่เสียเปรียบแน่นอน ต่อให้ในระหว่างนั้นจะพบเจออันตราย ถึงขนาดว่าต้องตายหนึ่งครั้ง แต่เมื่อลองคำนวณแล้ว ตอนสุดท้าย ผลตอบแทนก็จะเยอะกว่าที่ลงทุนไปแน่นอน

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วยังจะคิดมากขนาดนั้นไปทำไม

เชื่อฟังเขาทุกอย่างนั้นถูกแล้ว!

เมื่อเทียบกัน หนึ่งดาบสามเฉือนกลับมีสติปัญญามากกว่า นางไม่ได้รีบแสดงท่าที แต่กล่าวอย่างสงบเยือกเย็นว่า “บอกแผนการของเจ้ามา”

“ข้ามีไพ่ลับใบหนึ่ง ถ่วงเวลาโอวหยางเฟิงได้ชั่วคราว ถึงขนาดว่าถ่วงเวลาโอวหยางเค่อด้วยก็ยังได้” เยี่ยเว่ยหมิงเผยเจตนาสังหารในแววตา “แต่พวกเจ้าก็น่าจะจินตนาการออก ว่าไพ่ลับนี้เป็นของล้ำค่าขนาดไหน ดังนั้นก่อนที่จะลงมือ ข้าต้องบอกเงื่อนไขไว้สามข้อ”

“ข้อแรก ถ้าแผนการนี้สำเร็จ ส่งตำแหน่งหัวหน้าทีมให้ข้า โหมดแบ่งไอเทมดรอปก็ต้องเปลี่ยนเป็นแบ่งโดยหัวหน้าทีม อุปกรณ์ที่ดรอปได้ทั้งหมดล้วนเป็นของข้า พวกเจ้าจะได้ไปเพียงค่าประสบการณ์ ค่าตบะ ค่าชื่อเสียงยุทธภพและค่าผลงานสำนักเท่านั้น

ข้อสอง ปฏิบัติการครั้งนี้อันตรายมาก คาดว่าพวกเจ้าก็ดูออกเช่นกัน ระบบเหมือนตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่ให้หวันเหยียนคังตาย ดังนั้น แม้พวกเราจะถ่วงเวลาโอวหยางเฟิงได้ แต่ปฏิบัติการครั้งนี้ก็ยังอันตรายมากอยู่ดี เมื่อเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ก็ต้องเตรียมตัวตายคนละหนึ่งครั้งเอาไว้ทุกเมื่อ

ข้อสาม เกี่ยวกับการวิเคราะห์รางวัลกำจัดหวันเหยียนคัง ข้าก็แค่ใช้ความคิดตัวเองสรุปออกมาตามรางวัลที่ระบบแจกก่อนหน้านี้เท่านั้น ไม่ได้รับรองว่าจะถูกต้องเสมอไป บางทีเมื่อพวกเจ้าดิ้นรนสู้ตายจนถึงตอนสุดท้าย สิ่งที่ได้ไปอาจจะมีเพียงค่าประสบการณ์กับค่าตบะหลังจาก BOSS เลเวล 45 ตายเท่านั้น”

ส่งข้อความไปในช่องทีมอย่างต่อเนื่อง แล้วเยี่ยเว่ยหมิงก็พูดต่อว่า “เอาละ ข้าพูดไปเยอะขนาดนี้ พวกจ้าน่าจะตัดสินใจลงคะแนนได้แล้ว ข้าไม่บังคับใคร ถ้าสี่คนเห็นด้วยก็ทำกันสี่คน ถ้าสามคนเห็นด้วย…เนื่องจากมีโอกาสสำเร็จต่ำเกินไป เช่นนั้นก็ทำได้เพียงยกเลิกแผนการนี้”

ขณะมองเยี่ยเว่ยหมิงส่งข้อความในช่องทีม สะพานสวรรค์น้อยก็ตอบกลับเร็วมาก ชูสองมือแสดงออกว่าเห็นด้วย

ดูจากท่าทางของนาง เหมือนเฝ้าคอยการปฏิบัติการนี้จริงๆ

สำหรับนางแล้ว ประกาศจากระบบที่ดังทั่วทั้ง ‘เกมวีรบุรุษนิรันดร์กาล’ เดิมทีก็เป็นสิ่งยั่วยวนที่ไม่อาจปฏิเสธได้โดยตัวมันเองอยู่แล้ว

สำหรับเรื่องที่น่าเบื่ออย่างการออกทีวี นางมีความหมกมุ่นอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจได้ยาก

เป็นสาวน้อยที่มีเรื่องราวในอดีตคนหนึ่ง!

ส่วนอีกสามคนที่เหลือก็กำลังครุ่นคิดอยู่

ผลได้ผลเสียของแผนนี้ เยี่ยเว่ยหมิงวิเคราะห์ไว้ชัดเจนมากแล้ว

นี่เป็นการดีลธุรกิจผลตอบแทนสูงจริงๆ!

เยี่ยเว่ยหมิงลงทุนในแผนการนี้มหาศาลมาก เช่นนั้นของทุกอย่างที่เขาได้รับก็ใช่ว่าคนอื่นจะยอมรับไม่ได้ ถึงขั้นกล่าวได้ว่าสมเหตุสมผลแล้ว

เพราะอย่างไรเสีย ค่าประสบการณ์ ค่าตบะ ค่าชื่อเสียงยุทธภพและค่าผลงานสำนักที่ได้จากการฆ่า BOSS เลเวล 180 ก็เป็นของล่อใจชิ้นใหญ่ที่ผู้เล่นทุกคนปฏิเสธได้ยากอยู่แล้ว

นั่นคือ BOSS เลเวล 180 เชียวนะ!

จะมีค่าประสบการณ์เยอะขนาดไหน ค่าประสบการณ์เหล่านี้จะทำให้พวกเขาอัปเลเวลได้ต่อเนื่องถึงระดับไหน

แล้วยังจะได้ค่าตบะอีกเท่าไร ค่าตบะพวกนี้ทำให้วิทยายุทธ์ของพวกเขาอัปเลเวลถึงระดับไหน

ไหนจะรางวัลที่เป็นค่าชื่อเสียงยุทธภพกับค่าผลงานสำนักอีก หากย่อยและดูดซับของพวกนี้ได้หมด ก็จะเพิ่มความสามารถพวกเขาให้สูงขึ้นเกินหนึ่งระดับแน่นอน!

แล้วผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดหากแผนนี้ล้มเหลวคืออะไร

ตายหนึ่งครั้ง เสียค่าประสบการณ์วิทยายุทธ์หนึ่งวิชา 10%

หลังจากเปรียบเทียบแล้ว ทุกคนก็พบว่านี่คือการทำธุรกิจที่ผลตอบแทนงดงามจริงๆ ต่อให้แพ้แล้วก็ต้องจ่ายแค่เล็กน้อยเท่านั้น เป็นสิ่งที่รับได้แน่นอน

หลังจากชั่งน้ำหนักดูแล้ว เสวียนเสี่ยวปี่ก็แสดงท่าทีต่อจากสะพานสวรรค์น้อย “ข้าเห็นด้วย ไม่มีข้อโต้แย้ง!”

ตามติดด้วยน้องดาบ วิธีการพูดของแม่นางสุดหล่อคนนี้ก็ยิ่งมีพลังโน้มน้าว “แม้ข้าจะไม่รู้ว่าไพ่ลับที่ใช้ถ่วงเวลาโอวหยางเฟิงได้ตามที่เจ้าบอกคืออะไร แต่ก็จินตนาการได้ถึงความล้ำค่าของสิ่งนั้น เจ้าทุ่มทุนขนาดนี้ จะนำรางวัลไปทั้งหมดก็ไม่ถือว่าหน้าด้าน…

…แต่ขอบอกสิ่งที่ไม่น่าฟังไว้ก่อนล่วงหน้า ข้าต้องการเห็นโอวหยางเฟิงถูกควบคุมก่อนแล้วค่อยลงมือ หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ”

น้องสาวคนนี้ถูกเยี่ยเว่ยหมิงวางกับดักจนกลัวแล้ว

สำหรับสิ่งนี้ เยี่ยเว่ยหมิงตอบทันทีว่า “ไม่มีปัญหา”

เมื่อเห็นเพื่อนร่วมทีมสามในสี่คนแสดงท่าทีแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงก็อดถามซักไซ้ในช่องทีมไม่ได้ว่า “เซียวเหยา แล้วเจ้าล่ะ”

[ข้าเพิ่งตายไปแล้วรอบหนึ่ง ตอนนี้เพิ่งรีบกลับมาจากจุดคืนชีพ] จากข้อความก็มองออกแล้วว่าน้องชายคนนี้ร้อนใจกว่าเยี่ยเว่ยหมิงเสียอีก [รอข้าก่อน กำลังจะถึงเดี๋ยวนี้!]

แผนการนี้มีคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์แล้ว ตามด้วยเปลี่ยนแปลงหัวหน้าทีมและโหมดแบ่งไอเทม

ตอนนี้เซียวเหยาถอนใจแสดงตัวออกมาแล้ว เขาวกจากจุดคืนชีพกลับมายังขอบเขตภารกิจ

ตอนนี้เตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงมองหวันเหยียนคังที่กึ่งเป็นกึ่งตายอยู่บนสังเวียน เรากับหมาป่าหื่นกามกำลังมองสาวงามเปลือยกาย พอเขาพลิกข้อมือ กระบี่ไม้ท้อยาวหนึ่งชุ่นก็ปรากฏอยู่ในฝ่ามือเขาแล้ว

[ประกาศิตกระบี่บุปผาโรย: เครื่องรางของมารบูรพาหวงเย่าซือ เมื่อเปิดใช้ประกาศิตนี้ ก็จะเรียกหวงเย่าซือออกมา แล้วขอร้องเขาได้หนึ่งเรื่อง หวงเย่าซือสัญญาว่า ขอเพียงไม่ใช่เรื่องที่เป็นความผิดร้ายแรงสิบประการ หรือบีบให้เขาทรมานกระดูกและเนื้อตัวเอง ก็จะรับปากทุกอย่าง!]

เป็นห้ายอดฝีมือแห่งใต้หล้าเหมือนกัน ให้หวงเย่าซือถ่วงเวลาโอวหยางเฟิงไว้ก็ไม่น่าจะมีปัญหากระมัง

ถึงขั้นว่าหากถ่วงเวลาได้เพียงตอนนี้ บวกโอวหยางเค่อเพิ่มไปอีกสักคนเขาก็น่าจะทำได้

ทันใดนั้น มือขวาของเยี่ยเว่ยหมิงที่กุมประกาศิตกระบี่บุปผาโรยก็ชูสูงขึ้นเหนือศีรษะ ทำท่าเหมือนจะโยนทิ้ง

หวงเย่าซือ ฉันเลือกนาย! ไป…

[ประกาศระบบ: ภารกิจเนื้อเรื่อง ‘ประลองยุทธ์เลือกคู่’ จบลงอย่างเป็นทางการ ผู้เล่นทุกคนที่เข้าร่วมภารกิจนี้ไปแลกรางวัลภารกิจได้ที่มู่เนี่ยนฉือ ผูู้จัดกิจกรรมนี้]

เพื่อรับประกันผลตอบแทนของบรรดาผู้เล่น ภายในหนึ่งชั่วโมงหลังจากภารกิจจบ เขตนี้จะห้ามการต่อสู้ทุกอย่าง การโจมตีต่อเป้าหมายใดๆ จะไม่มีผล (หากมีผู้เล่นจงใจจะฝ่าฝืนกฎนี้ ก็จะถูกส่งไปลงโทษที่คุก)

เมื่อได้ยินประกาศระบบที่ดังขึ้นแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย มือขวาของเยี่ยเว่ยหมิงที่กำลังชูประกาศิตกระบี่บุปผาโรยก็ค้างนิ่งอยู่กลางอากาศทันที

ตอนนี้สีหน้าของเขาเป็นแบบนี้ (⊙_⊙)

มารดาเจ้าเถอะ!

นี่มัน…สถานการณ์อะไรกัน!

[1] เฉิงเหยาจินโผล่มาสังหารกลางทาง 半路杀出个程咬金 อุปมาว่าเกิดเหตุไม่คาดคิดจนทำอะไรไม่ถูก

บทที่ 180
ชั่วพริบตาที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบนี้ เยี่ยเว่ยหมิงก็เหม่อลอยไปเลย

ตอนนี้เขาสงสัยอย่างหนักว่าระบบเดาออกใช่หรือไม่ว่าต่อไปเขาจะทำอะไร ถึงได้ใช้วิธีการที่แทบจะไร้เหตุผลแบบนี้มาปกป้องหวันเหยียนคังเอาไว้

เพียงแต่ภารกิจขนาดใหญ่แบบนี้ ถ้าให้จบลงอย่างฉาบฉวยแบบนี้จะดีหรือ

ตอนที่เยี่ยเว่ยหมิงกำลังเก็บโปเกบอล…แค่กๆ ประกาศิตกระบี่บุปผาโรยอย่างกลุ้มใจ ในช่องทีมกลับมีข้อความของหนึ่งดาบสามเฉือนเด้งขึ้นมา [ข้าเพิ่งเห็นหนึ่งในคนสุดท้ายของสี่ผีแห่งแม่น้ำหวงเหอ ‘แส้ปล้นวิญญาณ’ หม่าชิงสยงถูกกลุ่มผู้เล่นล้อมโจมตีจนตาย จากนั้นประกาศระบบก็โผล่มาทันที ข้าว่าเงื่อนไขที่ทำให้ภารกิจนี้จบลง ก็เพราะพวกเขาสี่คนถูกผู้เล่นฆ่าตายหมดแล้ว?]

มีการทำงานแบบนี้ด้วยหรือ

เยี่ยเว่ยหมิงเบะปาก รู้สึกว่าคำอธิบายนี้เหมือนจะสมเหตุสมผลมาก

ช่วงตะลุมบอนของสังเวียนประลองยุทธ์เลือกคู่ ‘เนี่ยนฉือแชมเปียนส์คัพ’ ถือเป็นภารกิจเนื้อเรื่อง เช่นนั้นก็แสดงว่ามีเงื่อนไขให้ปลดล็อกและจบภารกิจแน่นอน

เงื่อนไขที่ปลดล็อกภารกิจก็ไม่ต้องพูดถึงแล้ว เป็นเพราะเยี่ยเว่ยหมิงใช้ ‘ดรรชนีศักดิ์สิทธิ์’

แต่เงื่อนไขที่ทำให้ภารกิจจบลง ก็ควรจะมีคำนิยามที่ละเอียดสักอย่าง

เช่นนั้นจะให้คำนิยามอย่างไรดี

กำหนดเวลา?

เห็นได้ชัดว่าระบบไม่ได้มีการนับเวลาถอยหลัง ตัดข้อนี้ไปได้เลย

กำจัดหวันเหยียนคัง?

ข้อนี้ก็ยิ่งไม่ถูก ตอนที่ประกาศภารกิจ ระบบถึงขั้นบอกเพียงว่าให้ผู้เล่นท้าสู้ลูกสมุนของหวันเหยียนคังเท่านั้น ไม่ใช่ท้าทายหวันเหยียนคัง กอปรกับเขาเสี่ยงตายไปครั้งหนึ่ง แม้แต่ BOSS อย่างโอวหยางเฟิงก็กระโดดออกมากู้สถานการณ์แล้ว จากสิ่งนี้จะเห็นได้ว่าระบบเตรียมประกันไว้ให้เขาหลายชั้นมาก ไม่อยากให้เจ้าหมอนี่ตายอยู่ในภารกิจครั้งนี้

ดังนั้นเมื่ออยู่ภายใต้สถานการณ์อย่างนี้ แม้หวันเหยียนคังจะอ่อนแอ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะถูกผู้เล่นฆ่าตาย

กัวจิ้งถูกฆ่าตายแล้วหรือ

เรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถ้าเขาถูกฆ่าตายได้ โอวหยางเค่อก็ไม่ถึงขั้นทุบเขาอยู่ตั้งนานแต่ก็ไม่เห็นเขาเป็นอะไร

เจ้าหมอนี่ก็ทนไม้ทนมืออยู่นะ!

รอให้หวังชู่อีกับห้ายอดฝีมือสู้กันจนรู้แพ้รู้ชนะ?

หึหึ!

ตัวเลขการตายที่แน่นอนของอีกห้ายอดฝีมือที่เหลือ?

นี่ก็ยังเป็นไปไม่ได้

ถึงอย่างไรพวกเยี่ยเว่ยหมิงก็ทำให้โหวทงไห่ตายได้ เดิมทีก็เป็นการท้าสู้ข้ามเลเวลอยู่แล้ว เรียกได้ว่าทำภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ให้สำเร็จได้ หากไม่มีกระบี่คู่ผนึกรวมของเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อย หรือไม่มีการบัญชาการอันเข้มแข็งของน้องดาบ ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้รับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นี้

ถึงขนาดว่าแม้แต่เสวียนเสี่ยวปี่กับเซียวเหยาถอนใจ แม้จะไม่ใช่ว่าหาตัวแทนไม่ได้ แต่บทบาทที่พวกเขาแสดงก็ขาดไม่ได้อยู่ดี

ถ้าไม่ตรงกับเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งที่กล่าวมาข้างต้น ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำภารกิจที่ยากขนาดนี้สำเร็จ ดังนั้นจึงไม่มีทางที่จะเป็นเงื่อนไขของการจบภารกิจเนื้อเรื่อง

ถ้าอย่างนั้น ต่อให้ใช้วิธีการหักออกมาคำนวณ ก็เหลือเพียงเรื่องของสี่ผีแห่งแม่น้ำหวงเหอที่เป็นไปได้มากที่สุด

เลเวลของพวกเขาไม่สูงไม่ต่ำ ส่งมาให้ผู้เล่นท้าทายได้พอดี ถือโอกาสมอบสวัสดิการให้

หากพวกเขาตายหมดแล้ว แต่ภารกิจดำเนินต่อไป

นั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีมากหรอกหรือ

หลังจากเข้าใจกุญแจสำคัญต่างๆ แล้ว เยี่ยเว่ยหมิงได้แต่ทอดถอนใจที่เวลาไม่คอยเขา

ถ้าพวกเขายืนหยัดได้อีกสักหน่อย ไม่แน่ว่าอาจสังหารหวันเหยียนคังที่อยู่ในการคุ้มครองของโอวหยางเฟิงตายได้จริงๆ ดูว่าระบบจะนำผลตอบแทนดีๆ อะไรมาตบรางวัลให้วีรกรรมของพวกเขา

อย่างไรเสีย การจบลงของภารกิจครั้งนี้ ก็ไม่ใช่เพราะระบบบังคับ แต่เป็นเพราะสาเหตุอย่างอื่น

หรือพูดอีกอย่างว่า หวันเหยียนคังคนนี้ก็ไม่ได้ฆ่าไม่ตายตามที่หมายความ ขอเพียงทำตามขั้นตอนได้อย่างเหมาะสม…

“หวังเฟยเสด็จ!”

หลังจากระบบประกาศว่าภารกิจจบลง โอวหยางเฟิงกับโอวหยางเค่อก็ใช้ท่าร่างออกไปจากที่นี่ก่อน จากนั้นก็มีกำลังพลกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวโดดเด่นท่ามกลางฝูงชน ตรงกลางมีเกี้ยวสีแดงหนึ่งหลังเคลื่อนมาจอดยังด้านล่างสังเวียนประลองยุทธ์เลือกคู่

จากนั้นก็มีฉากไร้สาระอย่างต่อเนื่อง ถ้าใช้ประโยคง่ายๆ มาอธิบายก็คือ หวังเฟยต้องการพาตัวหวันเหยียนคังไป แล้วก็ไม่มีใครออกหน้ามาห้าม

เพียงแต่ในระหว่างขั้นตอนนี้ เยี่ยเว่ยหมิงก็พบว่าตาเฒ่าที่ชื่อมู่อี้นั่น มองหวังเฟยด้วยสายตาที่…ลามกมาก

สำหรับบิดาบุญธรรมคนนี้ของมู่เนี่ยนฉือ ตั้งแต่ต้นจนจบ เยี่ยเว่ยหมิงก็ไม่ได้รู้สึกดีอะไรด้วยอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ถือสาที่จะใช้จิตอกุศลมาประเมินบิดาบุญธรรมผู้ชั่วร้ายคนนี้

“นี่!” ตอนนี้เอง เพื่อนในทีมชั่วคราวก็เลี้ยวกลับมาอีกครั้งแล้ว เสวียนเสี่ยวปี่ที่เป็นหนึ่งในนั้นอดถามอย่างแปลกใจไม่ได้ว่า “เมื่อครู่หลังจากสังหารหวันเหยียนคังตาย พวกเจ้าได้ของดีอะไรกันมาบ้าง”

เซียวเหยาถอนใจตอบว่า “ขยะ!” ขณะที่พูดก็ส่งลิงก์อุปกรณ์ไปในช่องทีมด้วย

[แผ่นกวีหนงฟาง: งานประพันธ์เขียนอักษรของจักรพรรดิซ่งฮุยจง คัดลอกตามจะยกระดับฝีมือการเขียนอักษร]

กระดาษเขียนอักษรง่ายๆ แผ่นเดียว ไม่เพิ่มผลใดๆ ต่อทักษะยุทธ์ ไม่แปลกใจที่เซียวเหยาถอนใจบอกว่ามันคือขยะ มันคือขยะจริงๆ!

ทว่าหลังจากเสวียนเสี่ยวปี่เห็นแผ่นกวีแล้ว เขากลับตาเป็นประกาย แล้วส่งลิงก์อุปกรณ์เข้าไปในช่องทีมทันที

[กาสุราหยกขาว: การสุราที่สลักจากหยกขาวนมแพะ ช่วยเพิ่มคุณภาพของสุราชั้นดีได้ 3-5 แต้ม]

“เซียวเหยา แผ่นกวีนั่นข้าชอบมาก แต่การสุรานี้เป็นของที่ดรอปได้จาก…เอ่อ หวันเหยียนคังที่อยู่ในสถานะเฉียดตายหรือ พวกเรามาแลกกันไหม”

“ได้! ไม่มีปัญหา!”

ทันทีที่ได้เห็นกาสุราใบนี้ เซียวเหยาถอนใจก็ไม่ละสายตาเช่นกัน เขาพยักหน้าตกลงและแลกกันอย่างไม่ลังเลสักนิด

หลังจากทั้งสองแลกของกันเรียบร้อยแล้ว น้องดาบกลับพยักหน้าบอกว่า “ข้ามีของชิ้นหนึ่งที่ไม่เลวเลย แต่ไม่คิดจะแลกหรอก ดังนั้น…เก็บเป็นความลับ!”

“เชอะ!” เยี่ยเว่ยหมิงเบะปาก “เช่นนั้นข้าก็เก็บเป็นความลับเหมือนกัน สะพานสวรรค์น้อยก็เก็บเป็นความลับด้วย”

สะพานสวรรค์น้อยหัวเราะคิกคัก แสดงออกว่าสนับสนุนความคิดของเยี่ยเว่ยหมิง

ที่จริงแล้ว นางไม่ถือสาเรื่องเก็บความลับหรือไม่เก็บความลับ แค่ได้ออกทีวีนางก็มีความสุขมากแล้ว

โจมตีบอสหมด ภารกิจจบสิ้น

ต่อมาก็เหลือแค่นำคะแนนสะสมไปแลกเป็นของรางวัล ไม่จำเป็นต้องทำเป็นทีม

ดังนั้น เยี่ยเว่ยหมิงจึงเพิ่มเซียวเหยาถอนใจเป็นเพื่อนก่อน จากนั้นเตะพวกเขาสามคนออกจากทีมในคราวเดียว

“อ้อ ใช่ เจ้าดรอปได้อะไรกันแน่” เมื่อคนที่ไม่ค่อยสนิทออกจากทีมไปแล้ว ในที่สุดสะพานสวรรค์น้อยก็ข่มความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว เป็นฝ่ายเอ่ยถามเยี่ยเว่ยหมิงก่อน

สำหรับสะพานสวรรค์น้อย เยี่ยเว่ยหมิงไม่มีอะไรต้องปิดบัง ส่งลิงก์อุปกรณ์เข้าไปในช่องทีมที่เหลือกันแค่สองคนทันที

[รองเท้าเจ้าลมกรด (อาวุธล้ำค่า): รองเท้าบูทที่ไต้จง ฉายา ‘เจ้าลมกรด’ จากเรื่องวีรบุรุษเขาเหลียงซานสวมใส่ ท่าร่าง +300 ความว่องไว +200 เลเวลของทักษะประเภทวิชาตัวเบาทั้งหมด +1!]

สะพานสวรรค์น้อยเห็นแล้วพยักหน้า “ค่าสเตตัสสูงกว่าของข้าตั้งเยอะ แต่ภายนอกไม่สวยเท่าของข้า” ขณะที่พูดอยู่นั้น นางก็ส่งลิงก์อุปกรณ์ออกมาเช่นกัน

[หยกพกหลิงหลง (ทองคำ): หยกพกที่แกะสลักอย่างประณีตจากหยกเนื้อแข็ง มีผลบำรุงพลังชีวิต พลังชีวิตสูงสุด +600 กำลังภายในสูงสุด +600 ท่าร่าง +10 ความว่องไว +10]

“เป็นของที่ดีมากเลย ไม่เพียงแค่ภายนอกสวยงาม แถมค่าสเตตัสยังเหมาะกับเจ้ามากด้วย”

ทั้งสองพูดคุยเคล้าเสียงหัวเราะขณะเดินไปทางสังเวียน เตรียมจะไปแลกของรางวัลกับมู่เนี่ยนฉือ แต่กลับคาดไม่ถึงว่าจะเจอกับคนชุดแดงหน้าตาดุร้าย

เป็นหลวงจีนหลิงจื้อ หนึ่งในห้ายอดฝีมือแห่งจวนอ๋องจ้าว

หลวงจีนหลิงจื้อมาขวางทางตรงหน้าเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยที่กำลังเดินไปแลกรางวัลตรงสังเวียน แล้วกล่าวอย่างโอหังว่า “เจ้าเด็กเปรต ท่านอ๋องน้อยให้ข้ามาบอกเจ้า ว่าให้ส่งสิ่งที่ไม่ใช่ของเจ้าออกมา”

“อ้อ?” เยี่ยเว่ยหมิงเลิกคิ้ว “แล้วถ้าข้าไม่ให้ล่ะ”