วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

71-75

บทที่ 71
อันที่จริง หากมีทางเลือก เยี่ยเว่ยหมิงก็ไม่อยากประจัญหน้ากับเจ้าสำนักอย่างอวี๋ชางไห่เช่นกัน

ทว่าก่อนหน้านี้ แค่อวี๋ชางไห่ใช้สายตา ก็ทำให้คนในทีมสำนักมือปราบเทพขลาดกลัวทั้งที่ยังไม่ได้สู้แล้ว ถ้าปล่อยให้เสียอาการอย่างนี้ต่อไป ก็กลัวว่าพวกเขาจะไม่มีความกล้าหาญพอจะต่อสู้อีก

เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นหายนะ เยี่ยเว่ยหมิงทำได้เพียงเสี่ยงยั่วโมโหอีกฝ่าย ทำให้ขวัญกำลังใจทหารฝ่ายตัวเองไม่ปั่นป่วนก่อนออกรบ!

เมื่อผู้เชี่ยวชาญลงมือ เดี๋ยวก็รู้ว่าใช่หรือมั่ว!

เพียงแต่เมื่อได้เห็นอวี๋ชางไห่ใช้กระบี่ต่อหน้าต่อตา เยี่ยเว่ยหมิงก็รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายแตกต่างกับขยะสี่ตัวที่เขารับมือด้วยก่อนหน้านี้

เป็น ‘เคล็ดกระบี่กระบี่ลมสน’ เหมือนกัน แต่เมื่อแสดงประสิทธิภาพออกมาจากมืออวี๋ชางไห่ กลับห้าวหาญไร้เทียมทาน

ตอนนี้เยี่ยเว่ยหมิงรู้สึกกดดันอยู่บ้าง อีกฝ่ายแค่เหนือกว่าหลินจื้อเพ่ยก่อนหน้านี้เสียที่ไหนกัน?

นี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ฉันจะเอาชนะในตอนนี้ได้เลย!

ความคิดมากมายแวบผ่านเข้ามาในหัว กระบี่ชิงจู๋ในมือเขาฟันออกมาด้วยลักษณะห้าวหาญไร้ที่เปรียบเช่นเดียวกัน ดูจากลักษณะพลังที่แสดงออกมา ทำให้คนที่เห็นรู้สึกว่าฝีมือไม่ได้ด้อยไปกว่าเจ้าสำนักที่อยู่ตรงหน้า

แต่ความจริงแล้ว กระบวนท่านี้ของเขาทั้งสร้างดาเมจให้ศัตรูไม่ได้ ทั้งไม่มีผลต่อการก่อกวนศัตรู นอกจากจะดูโหดในสายตาคนรอบข้างแล้ว ข้อดีที่เหลือก็แค่ปกป้องตัวเอง จุดนี้คือข้อดีที่ควรค่าแก่การชื่นชม

เคล็ดกระบี่ ‘มังกรร่อนล่อหงส์’ ชุดนี้ ท่ามกลางวิทยายุทธ์มากมายในใต้หล้า หากพูดถึงความสามารถในการปกป้องตัวเอง ก็ถือว่าเหนือกว่าวิทยายุทธ์แขนงอื่นแล้ว

ทว่าต่อให้จะมีความสามารถในการปกป้องตัวเองอย่างไร แต่ความสามารถในการต้านรับก็มีขีดจำกัด เมื่ออยู่ในเงื่อนไขที่ต้องใช้กำลังน้อยกว่าเอาชนะกำลังที่มากกว่าเหมือนเอาสี่ตำลึงไปปาดพันชั่ง เจ้าก็ต้องมีพลังให้ได้สี่ตำลึงเสียก่อน!

ความสามารถที่แตกต่างระหว่างเยี่ยเว่ยหมิงกับอวี๋ชางไห่ แน่นอนว่าแม้ไม่มากถึง 1000: 0.4 แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เคล็ดกระบี่กระจอกอย่าง ‘มังกรร่อนล่อหงส์’ จะชดเชยให้เต็มได้อยู่ดี

เปรี้ยง!

ตอนที่กระบี่สองเล่มกระทบกัน ก็เกิดเสียงราวกับฟ้าผ่าดังก้องอยู่บนถนน ในขณะเดียวกันนี้เอง ความสามารถที่แตกต่างของมือกระบี่ทั้งสองก็แสดงออกมาหมดเปลือกด้วยการโจมตีนี้

ภายใต้การโจมตีนี้ ทำให้เยี่ยเว่ยหมิงตัวสั่นทันที ร่างกายเขาเซไปมาหลายครั้ง ถอยหลังต่อเนื่องสามก้าวกว่าจะดันทุรังต้านแรงกระแทกไหว ส่วนอวี๋ชางไห่ก็เพียงโซเซเล็กน้อยก่อนจะหมุนคมกระบี่อีกครั้ง แล้วไล่สังหารมาทางเยี่ยเว่ยหมิง

อวี๋ชางไห่คนเลิศ เจ้าสำนักชิงเฉิงคนปัง!

ต่อให้อยู่ในโหมดภารกิจ ค่าสเตตัสประจำตัวกับเลเวลลดลงเยอะมาก แต่ก็ยังไม่ใช่ BOSS ที่ผู้เล่นในปัจจุบันจะสู้ด้วยซึ่งหน้าไหว

ต่อให้เป็นเยี่ยเว่ยหมิงก็ไม่ไหวเช่นกัน!

ขณะที่เยี่ยเว่ยหมิงถูกอวี๋ชางไห่โจมตีจนสะเทือนถอยหลัง เงาร่างหนึ่งชายหนึ่งหญิงก็พุ่งสังหารเข้ามาจากฝั่งซ้ายและขวาของเขาแล้ว ดาบและกระบี่ในมือแบ่งโจมตีไปตรงกระดูกซี่โครงฝั่งซ้ายและขวาของอวี๋ชางไห่

ท่าดาบมั่นคง เคล็ดกระบี่อ่อนช้อย แม้จะเป็นครั้งแรกที่ร่วมมือกันโจมตีศัตรู แต่ก็ให้ความร่วมมืออย่างรู้ใจกันมาก

“ฮ่ะ!” ในขณะเดียวกันนี้เอง เสียงตะคอกของผู้หญิงก็พลันดังขึ้นเหนือศีรษะของอวี๋ชางไห่ ตามด้วยเงาร่างอรชรอ้อนแอ้นที่โผเข้ามาในท่าโหม่งศีรษะลง ใช้ฝ่ามือขวาโจมตีไปตรงหน้าอวี๋ชางไห่หนึ่งที แต่เก็บมือซ้ายไว้ตรงเอว มีอีกท่าไม้ตายหนึ่งที่ยังไม่ได้ใช้

สามคนที่รับคู่ต่อสู้ไปจากมือเยี่ยเว่ยหมิงคือเฟยอวี๋กับซานเย่ว์ สองมือปราบจากสำนักมือปราบเทพ ส่วนอีกคนก็คือยอดฝีมือสาวงามจากสำนักที่ปิดบังตัวเองอย่างสำนักสุสานโบราณ

ขณะที่เผชิญกับการขนาบโจมตีจากสามยอดฝีมือ ขนาดเยี่ยเว่ยหมิงยังไม่กล้าใช้เคล็ดกระบี่ ‘มังกรร่อนล่อหงส์’ ไปเผชิญหน้าโดยตรงเลย แต่อวี๋ชางไห่กลับไม่หวาดกลัวต่อสิ่งนี้สักนิด เห็นกระบี่ในมือเขาควงหมุนจนเกิดเงาเลือนรางเหมือนดอกกระบี่ ในระหว่างที่กวาดหนึ่งทีและแทงหนึ่งที ก็โจมตีโดนดาบของเฟยอวี๋และกระบี่ของสะพานสวรรค์น้อยอย่างแม่นยำไร้ที่เปรียบ

ได้ยินเพียงเสียง แกร๊ง! แกร๊ง! ดังชัดเจน ยอดฝีมือสองคนที่โดดเด่นกว่าผู้เล่นอื่นก็ถูกท่วงท่าสบายๆ ของเขาเล่นงานจนกระเด็นออกไปอย่างนี้แล้ว หลังจากหลังกระแทกกำแพงบ้านชาวบ้าน ทั้งสองถึงได้ฝืนควบคุมร่างกายให้นิ่งได้

ในขณะเดียวกันนี้เอง การโจมตีเหนือศีรษะจากซานเย่ว์ก็มาถึงแล้ว อวี๋ชางไห่ที่ชักกระบี่กลับมาโต้ตอบไม่ทันได้แต่ยกฝ่ามือซ้ายขึ้นมาตบโจมตีขึ้นไปข้างบน กระแทกมือขาวเรียวเล็กของของซานเย่ว์ด้วยท่าทางดุดันปานฟ้าผ่าทันที

เพี้ยะ!

สองฝ่ามือชนกัน เพียงส่งเสียงเบาๆ ที่ไม่สะดุดหู ทว่าซานเย่ว์ที่เป็นหนังหน้าไฟกลับเหมือนโดนสายฟ้าฟาด ร่างถูกฝ่ามือของอีกฝ่ายตบสะเทือนจนกระเด็นถอยหลังไปไกลมาก มือซ้ายที่รวบรวมพลังมานานก็ลงมือโจมตีไม่ทัน สะเทือนจนพลังกระจัดกระจายไปหมดแล้ว

ซานเย่ว์ที่ถูกโจมตีอย่างรุนแรงตัวลอยอยู่กลางอากาศ นางกระอักเลือดสดคำใหญ่ออกมา ค่าพลังชีวิตที่อยู่เหนือศีรษะถูกพรากไปแล้วหนึ่งในสามส่วน ร่วงตกลงข้างหลังเยี่ยเว่ยหมิงเหมือนว่าวสายป่านขาด เกือบจะหัวคะมำคาที่จนอับอาย!

ส่วนอวี๋ชางไห่ที่โจมตีจนศัตรูล่าถอยไปหลายคน ตอนนี้ในมือกำลังควงกระบี่ โจมตีอาวุธลับของถังซานไฉ่และลูกดอกจากหน้าไม้ของโหยวโหยวที่ยิงเข้ามาจนตกพื้นพร้อมกัน

อันที่จริง การโจมตีจากสองตัวละครสำคัญของสำนักถังเหมินแม้จะดูเหมือนไร้ประโยชน์ แต่กลับช่วยชีวิตซานเย่ว์ไว้ได้อย่างหวุดหวิด ขณะที่ใช้ฝ่ามือเดียวกำจัดการโจมตีของซานเย่ว์ อวี๋ชางไห่ก็คิดจะถือโอกาสใช้ดาบปลิดชีพนางไปด้วยเสียเลย เคราะห์ดีที่สองคนนี้ลงมือทันเวลา ทำให้อวี๋ชางไห่ต้องเก็บกระบี่กลับมาป้องกัน ถึงได้ทำให้ทีมเล็กของสำนักมือปราบเทพหลีกเลี่ยงผลร้ายสูญเสียสมาชิกในทีมตั้งแต่ยกแรกในการต่อสู้ไปได้

แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ สถานการณ์ของพวกเขาก็ไม่ได้ดีกว่าไปสักเท่าไร

ก่อนหน้านี้เยี่ยเว่ยหมิงล่อมอนสเตอร์ก่อน ในสถานการณ์ที่ทุกคนที่เตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว แม้จะร่วมมือกันก็ยังสร้างผลงานไม่ได้ ตอนนี้เสียความได้เปรียบไปแล้ว แล้วพวกเขาจะกู้สถานการณ์กลับมาอย่างไรได้อีก

แต่กลับเห็นว่าในขณะที่อวี๋ชางไห่ต้านอาวุธลับของทั้งสอง มือซ้ายของเขาก็พลันล้วงเข้าหน้าอก จากนั้นสะบัดข้อมือโจมตีอาวุธลับออกมหลายชิ้นอย่างเงียบเชียบ เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ได้ป้องกัน ข้อมือของโหยวโหยวจึงถูกโจมตีบาดเจ็บไปโดยปริยาย ทำให้นางโจมตีอย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้อีกต่อไป จากนั้นอวี๋ชางไห่ก็โจมตีเหมือนตอนแรกไม่มีผิด โปรยอาวุธลับออกมาอีกกำ ทำให้แขนของถังซานไฉ่บาดเจ็บ แล้วยังโดนพรากพลังชีวิตไปเกือบครึ่ง

อวี๋ชางไห่คนนี้สมแล้วที่เป็นเจ้าสำนัก!

ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ หมัดเท้า หรืออาวุธลับ ก็ล้วนบดขยี้ยอดฝีมือระดับบนในหมู่ผู้เล่นที่อยู่ตรงนี้ได้ ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่มีสักคนที่ปะทะกับเขาซึ่งๆ หน้าแล้วรับหนึ่งกระบวนท่าได้โดยไม่ถอย

จากสิ่งนี้จะเห็นได้ว่า ความสามารถที่แตกต่างกันของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเลขจะชดเชยได้แล้ว

แม้เยี่ยเว่ยหมิงจะเชื่อมั่นมาตลอดว่าระบบไม่มีทางมอบหมายภารกิจที่ไม่มีทางทำสำเร็จให้ แต่ตอนนี้จะไม่ยอมรับก็ไม่ได้ ว่าภารกิจระดับหกดาวขึ้นไปจะอยู่นอกเหนือคอนเซ็ปต์นี้หรือเปล่า

ขณะที่กำลังคิด ซานเย่ว์กับเฟยอวี๋ก็ฮึดขึ้นมาสู้ใหม่แล้ว พวกเขาพุ่งออกไปอีกครั้ง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับพลังอันน่ากลัวของอวี๋ชางไห่ ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นตายหนึ่งเจ็บหนึ่ง เฟยอวี๋ติดสถานะบาดเจ็บสาหัส หากไม่ใช้เวลาสักระยะ ก็เลิกคิดไปได้เลยว่าจะฟื้นฟูพลังต่อสู้กลับมาได้

ส่วนซานเย่ว์ก็ถูกอวี๋ชางไห่แทงกระบี่เดียวทะลุหัวใจ ในขณะที่ทุกคนตามมาช่วยไม่ทัน นางก็โดนอีกหนึ่งฝ่ามือตบหน้าอกจนกลายเป็นแสงสีขาวหายไปแล้ว กลายเป็นการสูญเสียสมาชิกครั้งแรกของสำนักมือปราบเทพขณะทำภารกิจ!

เยี่ยเว่ยหมิงมองฉากนี้จนเลือดลมเดือดพล่านอยู่พักหนึ่ง อยากให้ตัวเองปะทุความสามารถอะไรสักอย่างออกมาเหมือนมียีนพิเศษ แล้วพุ่งเข้าไปสู้กับเจ้าคนน่ารังเกียจคนนี้แบบปลาตายตาข่ายขาด[1]ไปเลย

ทว่าในตอนนี้ กลับถูกสะพานสวรรค์น้อยถ่วงแข้งถ่วงขาไว้แน่น สลัดทิ้งไม่ได้

“พี่ใหญ่เยี่ยเว่ยหมิง!” ขณะกำลังดึงเยี่ยเว่ยหมิงไม่ให้พุ่งเข้าไปสู้ตายกับอวี๋ชางไห่ สะพานสวรรค์น้อยก็ถึงขั้นคุยแชทส่วนตัวในหน้าอินเตอร์เฟสระบบไม่ทัน จึงบอกต่อหน้าโดยตรงเลยว่า “ข้ามีวิธีการหนึ่งที่สู้กับอวี๋ชางไห่ได้ แต่ต้องขอความร่วมมือจากเจ้านะ”

“จะสู้กับพ่อรึ คนโง่อย่างพวกเจ้าสองคนช่างมั่นหน้าเสียจริงนะ!” ท่ามกลางเสียงหัวเราะเหยียดหยาม อวี๋ชางไห่โบกกระบี่พุ่งเข้ามาแล้ว

ไม่สนว่าสะพานสวรรค์น้อยจะพูดจริงหรือเท็จ อวี๋ชางไห่ไม่ให้โอกาสเขาทำแผนการนี้สำเร็จ

[1] ปลาตายตาข่ายขาด 鱼死网破 หมายถึง ต่อสู้กันจนตายกันไปข้างหนึ่ง

บทที่ 72
“อธิบายไม่ทันแล้ว ใช้เคล็ดกระบี่ฉวนเจิน! จันทราสุกสกาว!” ตอนที่เห็นอวี๋ชางไห่โจมตีเข้ามาแล้ว สะพานสวรรค์น้อยก็ร้อนใจจนกล่าวประโยคที่ไร้ตรรกะออกมา ก่อนจะแทงกระบี่ออกไปรับการโจมตีจากอวี๋ชางไห่ทันที

แม้เยี่ยเว่ยหมิงจะไม่รู้ว่านางหนูคนนี้คิดจะทำอะไรกันแน่ แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้ ก็ทำได้เพียงรักษาม้าตายดุจม้าเป็น[1]แล้ว

เมื่อสิ้นเสียงของสะพานสวรรค์น้อย กระบี่ชิงจู๋ในมือก็พลันแทงออกไปข้างหน้า ไม่สนใจกระบี่ยาวที่อวี๋ชางไห่แทงมาหาเขา เพียงใช้ท่ากระบี่ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้วนเวียนอยู่ตรงคอหอยของอีกฝ่าย

หากตอนนี้เป็นการสู้แบบตัวต่อตัว อวี๋ชางไห่ก็คงไม่สนใจการแลกดาเมจของเยี่ยเว่ยหมิงหรอก การโจมตีของเยี่ยเว่ยหมิงร้ายกาจ โจมตีคริติคอลดุดัน คนที่มีแถบพลังชีวิตยาวอย่างเขาพบได้น้อยมากในหมู่ผู้เล่นปัจจุบัน แต่ก็ต้องแยกด้วยว่าเทียบกับใคร!

หากเป็นผู้เล่นสองคนที่เลเวลใกล้เคียงกัน เยี่ยเว่ยหมิงย่อมไม่กลัวที่จะนำดาเมจไปแลกดาเมจอยู่แล้ว

แต่การใช้วิธีการนี้โจมตี BOSS ก็ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย

ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่เลเวลของ BOSS เพิ่มถึงสิบเลเวล ก็ล้วนมีความต่างด้านคุณสมบัติอยู่แล้ว หลินจื้อเพ่ยที่เลเวลสามสิบห้าแม้จะเก่งมาก แต่เมื่อเทียบกับอวี๋ชางไห่ที่อยู่ตรงหน้านี้ ก็ถือว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่อยู่คนละระดับกันเลย!

ถึงขั้นว่าต่อให้เป็นระหว่างเลเวลสามสิบเก้ากับเลเวลสี่สิบ ก็เป็นสองคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเช่นกัน!

เมื่อ BOSS เลเวลสี่สิบโจมตีสุดกำลัง ต่อให้โจมตีครั้งเดียวแล้วปลิดชีพเยี่ยเว่ยหมิงไม่ได้ แต่ก็ใกล้เคียงแน่นอน การโจมตีครั้งนี้ของเยี่ยเว่ยหมิง เกรงว่าสำหรับอวี๋ชางไห่แล้ว คงไม่ใช่ภัยคุกคามที่น่ากลัวขนาดนั้นหรอก

ยังดีที่เยี่ยเว่ยหมิงไม่ได้กำลังสู้อยู่คนเดียว ข้างกายเขายังมีสะพานสวรรค์น้อยอยู่อีกคน กระบี่ของนางกับเยี่ยเว่ยหมิงแทบจะลงมือพร้อมกัน แต่กลับอุดช่องโหว่ทั้งหมดในกระบวนท่าของเยี่ยเว่ยหมิงได้พอดี

ถ้าอวี๋ชางไห่ไม่เปลี่ยนกระบวนท่า ผลลัพธ์สุดท้ายเขาก็มีแต่ต้องอาศัยพลังภายในอันแข็งแกร่งของตัวเองทำให้สะพานสวรรค์น้อยสะเทือนถอยไปอีกครั้ง ส่วนกระบี่ชิงจู๋ของเยี่ยเว่ยหมิงก็แทงที่คอหรือไม่ก็บนหว่างคิ้วของเขาอย่างรุนแรงแน่นอน

ส่วนจะแทงไปโดนตรงไหน เกรงว่าคงต้องดูตามอารมณ์ของเยี่ยเว่ยหมิงแล้ว!

เจ้าเด็กโง่สองคนนี้ ทำไมจู่ๆ ร่วมมือกันแล้วโหดขนาดนี้ล่ะ?

ชั่วพริบตานั้น อวี๋ชางไห่อาศัยสัญชาตญาณของผู้ฝึกยุทธ์เลือกสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดให้กับตัวเองแล้ว

เขาเก็บกระบี่กลับมากะทันหัน เปลี่ยนจากโจมตีเป็นป้องกัน ขณะที่กำลังเหวี่ยงการโจมตีของทั้งสองคนออกไป เขาก็รีบถอยหลังไปไกลสามจั้ง หลุดออกนอกขอบเขตการโจมตีของทั้งสองคนแล้ว

อวี๋ชางไห่คนนี้ไม่เพียงแค่โจมตีได้ครอบคลุม แม้แต่วิชาตัวเบากับท่าร่างก็ปราดเปรียวมากเช่นกัน เรียกว่าเก่งจนหาตัวจับยากได้เลย!

ยังดีที่ในที่สุดก็เจอวิธีการต่อกรกับสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ไม่อย่างนั้นวันนี้ทีมสำนักมือปราบเทพจะต้องแพ้ย่อยยับให้กับการโจมตีของเจ้าหมอนี่แน่นอน แม้จนป่านนี้แล้ว เยี่ยเว่ยหมิงจะยังไม่เข้าใจถึงความลึกซึ้งยอดเยี่ยมในกระบี่ของเขาก่อนหน้านี้ก็ตาม แต่ตัวเองก็ยังแอบโล่งอกอยู่ดี

ขณะนี้เอง เสียงแจ้งเตือนของระบบที่ดังขึ้นอย่างล่าช้าก็ได้คลายความสงสัยในใจเขาแล้ว

[ติ๊ง! คุณกับผู้เล่นสะพานสวรรค์คริสตัลร่วมมือกันอย่างมีใจสื่อถึงกัน คปลดล็อกเอฟเฟ็กต์พิเศษบางส่วนของ ‘เคล็ดกระบี่ดรุณีหยกใจพิสุทธิ์’ สำเร็จ เข้าสู่สถานะพิเศษ: กระบี่คู่ผนึกรวม (ไม่ใช่ฉบับดั้งเดิม)!]

[กระบี่คู่ผนึกรวม (ไม่ใช่ฉบับดั้งเดิม): กระบี่คู่ผนึกรวม เดิมทีเป็นขอบเขตระดับสูงของเคล็ดกระบี่สำนักสุสานโบราณ เป็นการผนึกพลังระหว่าง ‘เคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ กับ ‘เคล็ดกระบี่ดรุณีหยก’ ใช้ท่าไม้ตายชื่อเดียวกันของเคล็ดกระบี่สองชุดนี้ สามารถสร้างเอฟเฟ็กต์อันน่าทึ่งได้

หมายเหตุ:

1. ตอนใช้กระบี่คู่ผนึกรวม สองฝ่ายที่ร่วมมือกันจะต้องละทิ้งจิตใจของตัวเอง ปกป้องคู่หูต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

2. สองฝ่ายที่ผนึกรวมยิ่งใกล้ชิดกันมากเท่าไร เอฟเฟ็กต์ของการผนึกรวมก็จะยิ่งดีเท่านั้น หากเป็นคู่รัก หรือสามีภรรยากัน ประสิทธิภาพก็จะสูงขึ้นอีกขั้น

3. สองฝ่ายที่ผนึกรวมยิ่งมีพลังใกล้เคียงกันเท่าไร ประสิทธิภาพของกระบี่คู่ผนึกรวมก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีพลังเหนือกว่าอีกฝ่ายเยอะเกินไป กลับจะส่งผลกระทบต่อเอฟเฟ็กต์ที่ได้

4. เนื่องจากเคล็ดวิชาที่คุณกับสะพานสวรรค์คริสตัลเรียนไม่ครอบคลุม เอฟเฟ็กต์ของกระบี่คู่ผนึกรวมจะถูกหักทิ้งเยอะมาก แสดงประสิทธิภาพสูงสุดออกมาไม่ได้ ไม่ใช่แบบดั้งเดิม]

กระบี่คู่ผนึกรวม!

นี่คือเคล็ดวิชาโจมตีร่วมหรือ

หลังจากได้เห็นข้อความแจ้งเตือนจากระบบ เยี่ยเว่ยหมิงก็ฮึกเหิมทันที แต่จากนั้นก็มีเสียงเตือนดังขึ้นอีก

ที่แท้แล้วอวี๋ชางไห่ที่ถูกทั้งสองบีบให้ถอยไปยังไม่ได้ถอยไปทันที ร่างกายกลับมาอยู่บนพื้นเหมือนเดิมแล้ว เขาออกแรงเหยียดสองขาทันที พุ่งสังหารเข้ามาหาทั้งสองอีกครั้ง กระบี่ยาวในมือก็ยิ่งเปลี่ยนเป็นเงากระบี่เต็มฟ้า ไม่น่าเชื่อว่าเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยจะถูกครอบอยู่ในนั้นแล้ว

ท่าไม่ดีแล้ว!

ที่จริงไม่ใช่แค่เยี่ยเว่ยหมิงเท่านั้น แม้แต่สะพานสวรรค์น้อยที่รู้จักเอฟเฟ็กต์ของ ‘เคล็ดกระบี่ดรุณีหยกใจพิสุทธิ์’ มาตั้งนนานแล้ว นี่ก็เป็นครั้งแรกนางที่ได้ใช้มันร่วมกับคนอื่นเช่นกัน เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ ทั้งสองก็ทุ่มเทจิตใจและกำลังอ่านข้อมูลค่าสเตตัสของ ‘กระบี่คู่ผนึกรวม’ แต่ไม่ทันรอให้สะพานสวรรค์น้อยอ่านข้อมูลจบ อวี๋ชางไห่ก็เลี้ยวกลับมาแล้ว โจมตีเข้ามาหนึ่งกระบี่อย่างสุดกำลัง ทำเอาทั้งสองทำอะไรไม่ถูก

เยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยเพิ่งจะรู้จักกันไม่ถึงหนึ่งวัน อย่าว่าแต่คู่รักเลย เกรงว่าแม้แต่สหายก็ยังไม่นับด้วยซ้ำ เพียงแต่ในเกมนี้ตราบใดที่ยังไม่ตาย การตั้งใจให้ความร่วมมือโดยคิดว่าจะรักษาม้าเป็นเยี่ยงม้าตาย ถึงจะเติมเต็มเงื่อนไขพื้นฐานในการใช้ ‘กระบี่คู่ผนึกรวม’ ได้

ตอนนี้ถูกอวี๋ชางไห่โจมตีกะทันหัน ทั้งสองคนที่เดิมทีก็ไม่ได้ใจตรงกันอยู่แล้ว แน่นอนว่านึกไม่ออกอยู่แล้วว่าจะผนึกรวมอย่างไร ทั้งคู่ต่างคนต่างโบกกระบี่ปกป้องตัวเอง

และเมื่อเป็นเช่นนี้ เอฟเฟ็กต์ ‘กระบี่คู่ผนึกรวม’ ที่เพิ่งก่อตัวก็พังทลายลงในชั่วพริบตาเดียว เยี่ยเว่ยหมิงที่ใช้ท่ามังกรร่อนล่อหงส์ถูกทำให้สะเทือนจนถอยหลังไปหลายก้าว ส่วนสะพานสวรรค์น้อยที่ถูกอวี๋ชางไห่โจมตีสุดกำลัง ก็ถูกทำให้สะเทือนออกไปเช่นกัน ขณะตัวลอยอยู่กลางอากาศ นางกระอักเลือดสดคำเล็กออกมาคำหนึ่ง พลังชีวิตหายไปแล้วหนึ่งในหกส่วน

ในเกม ‘วีรบุรุษนิรันดร์กาล’ ไม่ใช่แค่ถูกโจมตีถึงตัวหรือโดนพิษถึงจะเสียพลังชีวิต ที่จริงขณะกำลังต่อสู้กัน ต่อให้แค่ดาบกระบี่ชนกัน หรือหมัดฝ่ามือสัมผัสกัน ก็มีโอกาสโดนหักค่าพลังชีวิตเช่นกัน แน่นอนว่าถ้าอยากทำอย่างนี้ได้ จะต้องมีพลังเหนือกว่าโดยสมบูรณ์เพื่อบดขยี้ให้ได้ก่อน

ส่วนอวี๋ชางไห่ บังเอิญว่าเป็นผู้แข็งแกร่งโดยสมบูรณ์ที่บดขยี้ใครก็ได้เมื่อระเบิดพลังออกมาเต็มที่

ที่จริงยามเผชิญหน้ากับอวี๋ชางไห่ที่ระเบิดพลังออกมาเต็มที่ ต่อให้เป็นเยี่ยเว่ยหมิงก็ถูกอีกฝ่ายบดขยี้ได้โดยสิ้นเชิงเช่นกัน เพียงแต่เพราะผลจากโบนัสป้องกันที่มีเฉพาะในเคล็ดกระบี่ ‘มังกรร่อนล่อหงส์’ ถึงได้ลดเอฟเฟ็กต์กดอัดจากอีกฝ่ายได้ส่วนหนึ่ง ทำให้คะแนนของเขาถึงคาบเส้นพอดี ถึงไม่เสียค่าพลังชีวิตไป

เมื่อเห็นสะพานสวรรค์น้อยกระเด็นออกไป เยี่ยเว่ยหมิงที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีทางต้านทานอวี๋ชางไห่ได้โดยลำพังก็ใช้ปลายเท้าแตะพื้น อาศัยพลังจากกระบี่นี้ของอวี๋ชางไห่ ออกตัวทีหลังแต่ตามทันสะพานสวรรค์น้อย แล้วใช้มือข้างหนึ่งช้อนนางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด

สะพานสวรรค์น้อยที่กำลังอยู่ในภาวะเสียแรงโน้มถ่วง เดิมทีในใจก็หวาดกลัวอยู่แล้ว จู่ๆ รู้สึกได้ว่ามือใหญ่ที่มีพลังและอบอุ่นมาคว้าแขนตัวเองไว้ ทำให้ความรู้สึกวิตกกังวลผ่อนคลายลงไม่น้อย จากนั้นเยี่ยเว่ยหมิงก็ออกแรงดึง ทำให้ทั้งตัวนางชนเข้ามาในอ้อมแขนที่กว้างและอบอุ่นอย่างควบคุมไม่ได้ นางรู้สึกปลอดภัยและหวานอบอุ่นทันที

ใบหน้าของสะพานสวรรค์น้อยที่เดิมทีขาวดุจหิมะ ตอนนี้เหมือนมีปุยเมฆสีแดงเรื่อลอยขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม

ทว่าวินาทีถัดมา นางกลับได้กลิ่นหอมเย้ายวนจากเนื้อย่าง

เมื่อตั้งใจมองดีๆ ก็เห็นเยี่ยเว่ยหมิงนำเนื้อหมาป่าย่างชิ้นหนึ่งมาจ่อตรงปากนางอย่างหยาบคายมาก ใบหน้าครึ่งซีกของนางเต็มไปด้วยน้ำมัน

“เพิ่มค่าสเตตัสได้ รีบกินสักคำ แล้วค่อยสู้ต่อ!”

[1] รักษาม้าตายดุจม้าเป็น 死马当成活马医 หมายถึง ทำสิ่งที่รู้ว่าไม่มีทางสำเร็จ หรือดันทุรังทำในสิ่งที่เกินความสามารถ เฉกเช่นเดียวกับการพยายามรักษาม้าตาย

บทที่ 73
เมื่อรู้สึกได้ว่ามีเนื้อย่างร้อนๆ ชิ้นใหญ่มาแปะอยู่บนใบหน้าตัวเอง ใบหน้างามพริ้งของสะพานสวรรค์น้อยเปลี่ยนเป็นแดงก่ำทันที

แต่ครั้งนี้เป็นเพราะความโมโห

ตั้งแต่เด็กจนโต นางไม่เคยเจอผู้ชายที่ตรงไปตรงมาจนซื่อบื้ออย่างนี้มาก่อน!

แต่การที่สะพานสวรรค์น้อยกลายเป็นหนึ่งในยอดฝีมือท่ามกลางผู้เล่นได้ ก็ย่อมเป็นคนที่เข้าใจหลักการเรื่องลำดับความสำคัญอยู่แล้ว แม้ในใจจะไม่พอใจอย่างไร แต่ก็ยังกัดเนื้อย่างคำเล็กๆ กินไปคำหนึ่ง

และตอนที่นางได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบว่าภายในหนึ่งชั่วโมงจะเพิ่มพละกำลังเก้าสิบหกแต้ม นางก็นิ่งอึ้งไปเลย

ตอนนี้ความคิดของนางเหมือนกับตอนที่เยี่ยเว่ยหมิงได้เจออาจ่งครั้งแรกไม่มีผิด นี่คือเนื้อย่างหรือ

นี่มันยาเทวดามหัศจรรย์แล้วละมั้ง!

นี่มันยาเม็ดระเบิดยีน?

แต่ทันทีหลังจากนั้น ลิ้นของแม่สาวคนนี้ก็ถูกรสชาติของเนื้อย่างสยบโดยสิ้นเชิงแล้ว

แค่เนื้อหมาป่าย่างธรรมดาๆ ชิ้นเดียว ไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้รสชาติเยี่ยมได้ถึงขนาดนี้!

ในตอนนี้เอง สะพานสวรรค์น้อยรู้สึกว่าพลังงานในจิตวิญญาณที่ก่อตัวจากความตระหนักรู้ทางจิตวิญญาณกับพลังงานในเซลล์ทั้งร้อยสามสิบล้านล้านเซลล์ในร่างกายเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาโดยสมบูรณ์และหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

สัมผัสประสบการณ์อาหารเลิศรสที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน ทำให้นางรู้ว่าตัวเองกำลังแช่อิ่มอยู่ในความรู้สึกสุขสันต์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ราวกับขึ้นสู่ยอดเมฆ ราวกับตกลงสู่เหวลึก!

ฟินจริงๆ!

โดยจิตใต้สำนึก แม่นางน้อยเผยอปากแดงอีกครั้ง ตอนที่เตรียมจะลิ้มรสชาติของอาหารเลิศรสหายากต่อ นางกลับพบว่าเยี่ยเว่ยหมิงพลิกข้อมือ เก็บเนื้อย่างที่ถูกนางกัดไปคำเดียวกลับไปแล้ว

……

ตอนที่เยี่ยเว่ยหมิงป้อนอาหารให้สาวนี้เอง อวี๋ชางไห่ก็โบกกระบี่พุ่งสังหารมายังจุดที่พวกเขาอยู่แล้ว

เมื่อเห็นทั้งสองคนได้รับอันตราย โหยวโหยวที่เพิ่งฟื้นฟูการขยับแขนโดยการกินยาจินฉวงก็ยกหน้าไม้ขึ้นมาทันที ในมือนางคือลูกดอกหน้าไม้หกดอกที่ชุบพิษมาแล้ว นางคะเนและยิงไปทางตำแหน่งว่างระหว่างอวี๋ชางไห่กับเพื่อนในทีมอีกสองคน ปิดทางที่เขาจะต้องผ่านเพื่อไล่ตามไปโจมตีสองคนนั้น

“นางเด็กโง่แส่หาเรื่องอีกแล้ว อาศัยแค่ลูกดอกหน้าไม้ของเจ้า เมื่ออยู่ต่อหน้าข้าแล้วมีประโยชน์อะไรกันเล่า” อวี๋ชางไห่หยุดฝีเท้า ปล่อยให้ลูกดอกหน้าไม้หกดอกที่ยิงโดยการคะเนของโหยวโหยวคว้าน้ำเหลวจนหมด ก่อนจะหันตัวมาโบกกระบี่โผไปทางจุดที่โหยวโหยวยืนอยู่

เขาตัดสินใจจะกำจัดคนอื่นที่เป็นอุปสรรคทิ้งให้หมดก่อน แล้วค่อยหันมาจดจ่อรับมือกับคู่ชายหญิงตัวร้ายอย่างเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยก็ยังไม่สาย

“หึ! อย่างเจ้านับเป็นตัวอะไรได้?! ”

ขณะที่เห็นโหยวโหยวกำลังจะเสียสละตัวเองก่อนเขาไปหนึ่งก้าว ถังซานไฉ่ก็แสดงออกว่าทนไม่ไหวแล้ว หากวันนี้ปล่อยให้อวี๋ชางไห่สังหารโหยวโหยวไปอย่างนี้ แล้วในภายหลังศิษย์ในสำนักถังเหมินมาเรียกเขาว่าศิษย์พี่ใหญ่ เขาจะเอาหน้าที่ไหนไปขานรับ

เพื่อปกป้องเกียรติของศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักถังเหมิน ถังซานไฉ่ที่ฟื้นฟูแขนของตัวเองแล้วเช่นกันก็ลงมืออย่างเหี้ยมหาญ เขาพลันยกมือขึ้นอย่างเงียบกริบ แต่เหนือศีรษะของอวี๋ชางไห่ที่อยู่ทางนั้นกลับมีตัวเลขสีแดงสดลอยขึ้นมาสามครั้งแล้ว

-120!

-137!

-115!

ท่ามกลางความเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง ไม่น่าเชื่อว่าถังซานไฉ่จะปล่อยอาวุธลับออกมาสามชิ้นต่อเนื่องกันโดยที่ทุกคนยังไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำ ทั้งยังโจมตีโดนเป้าหมายทุกชิ้นด้วย!

สมกับเป็นตัวละคนที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่ใหญ่ในสำนักถังเหมิน วิธีการที่เป็นความสามารถเฉพาะตัวนี้ ต่อให้เยี่ยเว่ยหมิงไปต้านไว้ซึ่งหน้า เขาก็ไม่มั่นใจเช่นกันว่าจะต้านไหวหรือเปล่า!

ถูกโจมตีกะทันหันเช่นนี้ แต่อวี๋ชางไห่กลับปล่อยเมล็ดโพธิ์มาข้างหลังโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

ในฐานะเจ้าสำนักชิงเฉิง ต่อให้เป็นวิชาอาวุธลับ แต่ฝีมือของอวี๋ชางไห่ก็ไม่ได้อ่อนด้อยเช่นกัน กอปรกับมีกำลังภายในอันสุดแสนจะเพียบพร้อมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาวุธลับที่เขายิงออกมา ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างถังซานไฉ่ก็ไม่มีทางหลบหลีกได้อยู่ดี ทำได้เพียงกลิ้งไปด้านข้างอย่างสุดกำลัง แต่ก็หลบได้เพียงหนึ่งในสามชิ้นเท่านั้น

ยิงเก้าแม่นหก แถบค่าพลังชีวิตเหนือศีรษะของถังซานไฉ่ถูกพรากไปจนเกือบมองไม่เห็น ประสิทธิภาพอันแข็งแกร่งของเมล็ดโพธิ์ที่ถูกกรอกกำลังภายในใส่เข้าไป เมื่อโจมตีโดนก็จะจมลึกลงเนื้อทันที ในจำนวนนั้นก็ยิ่งมีสองชิ้นที่ตัดกระดูกแขนสองข้างของศิษย์พี่ใหญ่สำนักถังเหมินท่านนี้พร้อมกัน เขาเจ็บจนต้องรีบปิดระบบความรู้สึกเจ็บทันที

แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ แต่เขาที่สองแขนเคลื่อนไหวไม่ได้โดยสิ้นเชิง อย่างน้อยก็เลิกคิดไปได้เลยว่าจะแสดงความสามารถอะไรในสนามรบนี้ได้อีก

หลังจากกำจัดถังซานไฉ่ทิ้งอย่างสบายมือแล้ว กระบี่ยาวในมือขวาของอวี๋ชางไห่ก็ฟันไปทางคอของโหยวโหยวเช่นกัน อาศัยความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดของโหยวโหยว เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของอวี๋ชางไห่ ก็กล่าวได้ว่ามีเคราะห์มากกว่ามีโชค

อย่าบอกนะว่าแม่สาวน้อยสุดแกร่งคนนี้จะกลายเป็นผู้สูญเสียคนที่สองของทีมสำนักมือปราบเทพ

คำตอบก็คือไม่ใช่แน่นอน!

ตอนที่ยอดฝีมือทั้งสองของสำนักถังเหมินกำลังพยายามถ่วงเวลาอันแสนสั้นนี้ไว้ เยี่ยเว่ยหมิงก็ปล่อยมือออกจากสะพานสวรรค์น้อยแล้ว จากนั้นพลิกข้อมืออีกครั้ง ซาลาเปาไส้เนื้อลูกหนึ่งปรากฏในมือของเขา แล้วก็กัดกินหนึ่งคำท่ามกลางสายตาแปลกประหลาดของหลายคนที่อยู่ตรงนั้น

[ติ๊ง! คุณกินซาลาเปาไส้เนื้อ ค่าความอิ่ม +1 ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นภายในหนึ่งชั่วโมง +1!]

ในเกม ‘วีรบุรุษนิรันดร์กาล’ ในช่วงเวลาหนึ่ง ผู้เล่นจะรับเอฟเฟ็กต์เพิ่ม buff จากอาหารได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากในมื้อเดียวกินอาหารหลายอย่างพร้อมกัน เช่นนั้นสถานะที่เพิ่มขึ้นก่อนหน้านี้ก็จะถูกกลบด้วยอาหารที่เพิ่งกินทีหลัง ก็เหมือนเยี่ยเว่ยหมิงตอนนี้ที่เกินซาลาเปาไปหนึ่งคำ ค่าพละกำลังที่เพิ่มขึ้นแปดสิบหกแต้มตอนเขาตอนกินเนื้อหมาป่าย่างก่อนหน้านี้ ก็จะถูกแทนที่ด้วยความแข็งแกร่งหนึ่งแต้ม

ใช้ค่าความแข็งแกร่งหนึ่งแต้มแลกกับค่าพละกำลังเก้าสิบแปดแต้ม ถ้าอยู่ในสถานการณ์ปกติ คนไร้สมองเท่านั้นถึงจะทำเรื่องอย่างนี้

เพียงแต่ในบางครั้ง วิธีการที่ดูเหมือนโง่ที่สุด ก็มักจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงเสมอ

บนรายการคุณสมบัติพิเศษของกระบี่คู่ผนึกรวมได้เขียนไว้ชัดเจนแล้ว ว่ายิ่งทั้งสองคนมีค่าสเตตัสใกล้เคียงกันมากเท่าไร พลังต่อสู้ที่แสดงออกมาก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งค่าสเตตัสสูงเกินไป ก็กลับจะทำให้ประสิทธิภาพของกระบี่คู่ผนึกรวมถูกหักไปเยอะมากด้วยซ้ำ

ค่าสเตตัสโดยรวมของเยี่ยเว่ยหมิงจะต้องสูงกว่าผู้เล่นทั่วไปเล็กน้อย หลังจากฝึก ‘เคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ แล้ว ค่าสเตตัสในรายการพละกำลังกับรากกระดูกก็สูงกว่าผู้เล่นทั่วไปเยอะมาก ก่อนหน้านี้เพื่อที่จะรีบสู้รีบจบ เขาจึงกัดเนื้อหมาป่าย่างเพิ่มอีกคำเพื่อดันค่าสเตตัส เพิ่มค่าพละกำลังให้ถึงขั้นที่ดูวิปริตในสายตาผู้เล่นทั่วไป

ส่วนทางด้านสะพานสวรรค์น้อย ต่อให้กินเนื้อหมาป่าย่างไปแล้ว แต่ก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเยี่ยเว่ยหมิงตอนก่อนกินเนื้อหมาป่าเล็กน้อยเท่านั้น ตอนนี้เขาล้างค่าพละกำลังเก้าสิบแปดแต้มนั้นทิ้งแล้ว ทำให้ลดความแตกต่างด้านค่าสเตตัสระหว่างเขากับสะพานสวรรค์น้อยได้เยอะมาก

หลังจากทำทุกอย่างนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว กระบี่ล้ำค่าในมือทั้งสองก็ชี้ไปที่อวี๋ชางไห่พร้อมกัน เยี่ยเว่ยหมิงใช้มืออีกข้างขว้างซาลาเปาไส้เนื้อออกไปอย่างไร้จุดหมาย แต่อาวุธกลบกระแทกตรงไปยังศีรษะของอวี๋ชางไห่แล้ว “กินอาวุธลับของข้าซะ กระบวนท่านี้เรียกว่า ‘มาแล้วไม่ได้กลับ’”

เมื่อคนที่อยู่รอบๆ ได้ยินเช่นนั้น ในหัวก็ปรากฏช่องว่างสำหรับเติมคำทันที: ซาลาเปาไส้เนื้อโจมตี (…) ไปแล้วไม่ได้กลับ

ปากนี้มีพลังทำลายล้างเกินไปแล้ว!

แค่อาศัยพลังของความปากจัดนี้ ต่อให้ไม่ใช้เคล็ดจิต ‘ไท้ซัวเป็นไฉน’ ก็ดึงค่าความแค้นของ BOSS ได้อย่างมั่นคงอยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ยังเปิดใช้สุดยอดสกิลเย้ยหยันพร้อมกันได้อย่างราบรื่นด้วย

เมื่อใช้เคล็ดจิตไท้ซัวเป็นไฉน BOSS ก็ต้องมาอยู่แล้ว

แต่ทุกเรื่องย่อมมีข้อยกเว้น ครั้งนี้เยี่ยเว่ยหมิงล่ออวี๋ชางไห่ออกจากโหยวโหยวไม่สำเร็จ

เนื่องจากอีกฝ่ายเป็นเจ้าสำนัก เป็น BOSS ใหญ่ประเภทความสามารถรอบตัว! ต่อให้ยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน การโจมตีของ BOSS ก็ยังเป็นภัยคุกคามต่อเขาอยู่ดี

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

แต่กลับเห็นว่าในระหว่างที่อวี๋ชางไห่โบกมือ เมล็ดโพธิ์หลายเมล็ดที่โจมตีออกมาก็ถูกจุดสำคัญรอบตัวของเยี่ยเว่ยหมิงแล้ว!

เยี่ยเว่ยหมิงเห็นสถานการณ์ดังนั้น แต่กลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย สะพานสวรรค์คริสตัลที่ยืนหน้ามันเยิ้มอยู่ข้างกายกลับเผยสีหน้าจริงจังไร้ที่เปรียบ นางโบกกระบี่ยาวในมือ ต้านอาวุธลับหลายชิ้นที่อวี๋ชางไห่ที่โจมตีเข้ามาแทนเขาได้แล้ว

เมื่อโจมตีไม่โดน อวี๋ชางไห่ก็ลงมืออีกครั้ง ครั้งนี้เป้าหมายโจมตีเปลี่ยนเป็นสะพานสวรรค์คริสตัลแล้ว พวกเขาต้องรักษาเอฟเฟ็กต์ของกระบี่คู่ผนึกรวมไว้ การโจมตีนี้เยี่ยเว่ยหมิงต้องต้านไว้แทนนาง แม้ในใจจะรู้สึกไม่ยินยอม แต่สหายหมิงน้อยของพวกเราก็ต้องใช้ ‘ลมสารทด่านชายแดน’ หนึ่งในกระบวนท่าของเคล็ดกระบี่ฉวนเจินอยู่ดี เขาโจมตีเมล็ดโพธิ์ที่อวี๋ชางไห่ยิงมาใส่สะพานสวรรค์น้อยจนร่วง แต่กลับถูกบังคับให้เลิกใช้วิธีการอนุมานของเคล็ดจิตไท้ซัวเป็นไฉนกลางคันเช่นกัน

เมื่อรู้สึกว่าวิกฤติหายไปแล้ว อวี๋ชางไห่ก็โบกกระบี่เพื่อเตรียมจะจัดการโหยวโหยวที่ค่าเลือดเหลือน้อยอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับมีดาบเดี่ยวฟันเฉียงลงมาที่เขา เป็นเฟยอวี๋ที่กอนหน้านี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสนั่นเอง เฟยอวี๋ยืดอกสู้อย่างกล้าหาญอีกครั้ง

ทว่าสิ่งนี้กลับไม่มีประโยชน์อะไรทั้งนั้น!

อวี๋ชางไห่ปลิดชีพคนได้หนึ่งครั้ง ก็ย่อมปลิดชีพคนเป็นครั้งที่สองได้เช่นกัน

แค่ชั่วพบหน้ากันเท่านั้น เฟยอวี๋ก็ถูกอวี๋ชางไห่ใช้กระบี่แทงมาตรงหน้าหนึ่งที แทบจะไม่ได้ตายอย่างสมเกียรติเลย

เพียงแต่การลงมือของเขาก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์ เมื่ออีกฝ่ายถูกเขาถ่วงเวลาไปเล็กน้อย เยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์คริสตัลก็ตามมาถึงพร้อมกันแล้ว

ในขณะนี้เอง ลมปราณของทั้งสองราวกับเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกัน ในเจ้ามีข้า ในข้ามีเจ้า ลมปราณผสานกันก็ยิ่งแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้แต่อวี๋ชางไห่ที่มาเผชิญหน้ากัน ก็ยังอดเผยสีหน้าหวาดกลัวไม่ได้

ตอนนี้ทั้งสองเผยสีหน้าอันตรายน่าครั่นคร้าม เยี่ยเว่ยหมิงชิงพูดก่อนว่า “ครั้งนี้เปลี่ยนให้ข้าบัญชาการ”

“พเนจรสุดขอบฟ้า!”

บทที่ 74
ท่า ‘พเนจรสุดขอบฟ้า’ ในเคล็ดกระบี่ฉวนเจินแทงออกมาในแนวเฉียง ส่วนท่า ‘พเนจรสุดขอบฟ้า’ ในเคล็ดกระบี่ดรุณีหยกฟันออกไปแนวตรง สองกระบวนท่ามีชื่อเรียกเดียวกัน แต่ท่าเพลงกลับผิดแผกแตกต่างกันมาก ท่าของเคล็ดกระบี่ฉวนเจินเป็นท่ากระบี่อันร้ายกาจ ส่วนท่าของเคล็ดกระบี่ดรุณีหยกนั้นหวาดเสียวอันตราย

ด้วยการเสริมอานุภาพของ ‘กระบี่คู่ผนึกรวม’ กำลังภายในของทั้งสองก็ก่อตัวเป็นการสั่นสะเทือนร่วมบางอย่าง ทำให้ค่าสเตตัสแต่ละรายการของพวกเขาแสดงประสิทธิภาพออกมาเกินระดับ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนท่าใด ก็ล้วนทำให้เจ้าสำนักชิงเฉิงที่ปิดหน้าไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย เมื่อสองคนร่วมกันโจมตี ก็ยิ่งทำให้เขาหาวิธีการรับมือไม่ได้ ทำได้เพียงชักกระบี่กลับมาปัดป้องรอบกาย ขณะเดียวกันก็ปลีกตัวถอยหลังอย่างรวดเร็ว

หลังจากผ่านไปหนึ่งกระบวนท่า เยี่ยเว่ยหมิงก็ถือโอกาสทะยานตัวขึ้นมา แล้วตะโกนชื่อของอีกหนึ่งกระบวนท่า “หน้าบุปผาใต้แสงจันทร์!”

เมื่อพูดจบ กระบี่ชิงจู๋ในมือก็ฟันเฉียงจากบนลงล่าง ราวกับแสงจันทร์วาดผ่านฟ้า ส่องสว่างทั่วพื้น ส่วนสะพานสวรรค์น้อยก็แกว่งกระบี่ยาว โบกเฉือนไปมาราวกับดอกไม้โบกสะบัดท่ามกลางสายลม

แม้สองกระบวนท่านี้ชื่อ ‘หน้าบุปผาใต้แสงจันทร์’ เหมือนกัน แต่ความจริงท่าหนึ่งอยู่ใต้แสงจันทร์ ท่าหนึ่งอยู่ใต้บุปผา มีเพียงตอนที่ทั้งสองร่วมมือกันเท่านั้น ถึงจะลอกเลียนชื่อกระบวนท่าออกมาได้อย่างถึงอกถึงใจ

ยามเผชิญหน้ากับสองคนที่ไล่ตามโจมตีมาติดๆ อวี๋ชางไห่ก็รู้สึกกดดันเท่าภูเขา โดยเฉพาะบนยอดศีรษะของเยี่ยเว่ยหมิงที่ใช้กระบี่ชิงจู๋จำลองแสงจันทร์สีมรกตออกมา มันเป็นสีเขียวจนเขาตระหนกไม่หาย

แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเป็นการดื่มเหล้าพิษดับกระหาย แต่ภายใต้ความจนใจ อวี๋ชางไห่ก็ทำได้เพียงแข็งใจโบกกระบี่สวนขึ้นไป พร้อมทั้งปลีกตัวถอยหลังอย่างต่อเนื่อง แม้จะหลบกระบี่ชิงจู๋ของเยี่ยเว่ยหมิงสำเร็จ แต่สุดท้ายกลับไม่อาจป้องกันทั่วทุกด้านได้ สุดท้ายถูกสะพานสวรรค์น้อยใช้กระบี่ปาดตรงใต้ซี่โครงแล้ว

-1223!

นี่ก็คือการเสริมประสิทธิภาพอันน่ากลัวของกระบี่คู่ผนึกรวม แม้จะเป็นการโจมตีที่ธรรมดาที่สุดหนึ่งครั้ง แต่กลับสร้างดาเมจอันน่าหวาดกลัวเกือบเท่าการโจมตีคริติคอลแล้ว!

“จิบสุราเบาๆ!”

กระบี่คู่ผนึกรวมที่แท้จริง แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องทำตัวเบียวตะโกนชื่อท่าออกมาทุกครั้งที่ใช้กระบวนท่าเหมือนเยี่ยเว่ยหมิง

สัญญาณลับระหว่างคู่รัก ต่อให้ไม่ใช้สายตาก็ยังออกกระบวนท่าได้อย่างรู้ใจกัน แต่ชายหนุ่มหญิงสาวที่ยังรู้จักกันได้ไม่ถึงหนึ่งวันอย่างเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อย หากอาศัยสัญญาณลับเพื่อต่อสู้ ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดสถานการณ์ผิดพลาดอย่างไร

ไม่ใช่ว่าเยี่ยเว่ยหมิงอยากทำตัวเบียว แต่เขาจำเป็นต้องทำตัวเบียวแบบนี้

อวี๋ชางไห่ที่เดิมทีก็เสียจังหวะมากอยู่แล้ว เมื่ออยู่ภายใต้การร่วมมือโจมตีท่า ‘จิบสุราเบาๆ’ กระบี่ยาวของเขาก็ถูกกระบี่ล้ำค่าของสะพานสวรรค์น้อยพัวพันแล้ว บนหัวไหล่โดนกระบี่ของเยี่ยเว่ยหมิงไปหนึ่งที

-1365!

ถูกพิษ!

เป็นการถูกพิษเหมือนกัน แต่หลังจากอวี๋ชางไห่ถูกพิษแล้ว พลังต่อสู้กลับยังน่าหวาดกลัวถึงขีดสุด ราวกับไม่ได้รับผลกระทบจากพิษร้ายเลย

หลังจากต้านกระบี่นี้ของทั้งสองได้แล้ว ร่างกายเขาก็สั่นเทิ้มทันที ตามด้วยตัวหนังสือสีแดงที่ลอยขึ้นมาว่า -1121 เลือดสดกลุ่มหนึ่งพุ่งออกมาจากบาดแผลของเขา

ไม่น่าเชื่อว่าจะอาศัยกำลังภายในอันบ้าระห่ำของตัวเองระงับธาตุพิษไว้ จากนั้นก็บีบออกมานอกร่างกาย!

หลังจากความสามารถของผู้ฝึกยุทธ์สูงถึงขอบเขตหนึ่งแล้ว พิษก็จะไม่ใช่อาวุธวิเศษที่เอาชนะเขาได้ง่ายๆ อีก

เพียงแต่เมื่อผ่านการต่อสู้ยกนี้ ในที่สุดอวี๋ชางไห่ก็ต้องยอมรับความจริงที่น่ากลัวเรื่องหนึ่งแล้ว นั่นก็คือศักยภาพของเขาไม่มีทางเอาชนะกระบี่คู่ผนึกรวมของสองคนนี้ได้เลย!

การที่อวี๋ชางไห่มาเป็นเจ้าสำนักได้ ก็แสดงว่าเป็นบุคคลที่รู้จักยึดถือและปล่อยวางเช่นกัน เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่รู้ว่าตัวเองสู้ไม่ไหว เขาก็ล้มเลิกแผนการเดิมทันที สองเท้าพลันออกแรง ร่างทะยานขึ้นกลางอากาศ เตรียมจะใช้ความได้เปรียบด้านวิชาตัวเบาของตัวเองเพี่อเผ่นก่อน

ทว่า เมื่อการต่อสู้มาถึงระดับนี้แล้ว มีหรือที่คิดอยากจะหนีก็หนีได้

ตอนที่อวี๋ชางไห่เพิ่งจะทะยานตัวขึ้นมา เตรียมจะหนีออกจากสนามรบ โหยวโหยวก็พุ่งเข้ามาอีกรอบ แต่ตอนนี้กลับเห็นนางเก็บหน้าไม้ ยื่นสองมือออกมาพร้อมกัน คว้าจับข้อเท้าสองข้างของอวี๋ชางไห่เอาไว้

นี่ไม่ใช่กระบวนท่าทักษะยุทธ์ที่ระบบกำหนดไว้ แต่ก่อนที่นางจะเข้าเกม นางเรียนรู้ทักษะคว้าจับแบบนี้มาจากในทีม กระบวนท่าเรียบง่ายตรงไปตรงมาก แม้จะไม่มีโบนัสสเตตัสใดๆ แต่หากถูกนางจับได้ ต่อให้เป็นอวี๋ชางไห่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะดิ้นหลุด

ภายใต้ความจนใจ อวี๋ชางไห่ทำได้เพียงเปลี่ยนกระบวนท่า เขาพลันเตะโจมตีไปทางหน้าอกโหยวโหยวหนึ่งที ส่วนโหยวโหยวก็ใช้สองแขนไขว้ตรงหน้าอก ทนโดนเท้าโจมตีอย่างหนักหนึ่งที

ตุบ!

ภายใต้การโจมตีนี้ โหยวโหยวสะเทือนจนกระเด็นออกไปแล้ว นางกระอักเลือดสดคำใหญ่ ค่าพลังชีวิตตกลงอยู่ใต้เส้นปลอดภัยอีกครั้ง

“ปากกาสีวาดคิ้ว!”

ในขณะนี้เอง ท่าไม้ตายของเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยถูกใช้อีกครั้ง สะพานสวรรค์น้อยปาดกระบี่ในแนวเฉียง ฟันบนขาขวาของอวี๋ชางไห่ที่เพิ่งเตะออกมา โจมตีจนอีกฝ่ายติดสถานะเส้นเอ็นขาด ส่วนเยี่ยเว่ยหมิงที่เดิมทีแทงไปตรงหน้าอกของศัตรู เนื่องจากอีกฝ่ายทะยานขึ้นมาพอดี ทำให้แทงโดนจุดสำคัญตรงหว่างขาของอวี๋ชางไห่แล้ว เขาร้องครวญครางออกมาเหมือนไม่ใช่เสียงมนุษย์

-1253!

เส้นเอ็นขาด!

-2641!

ถูกพิษ!

อวี๋ชางไห่คนนี้สิ้นเปลืองพลังความคิดไปมากเพื่อ ‘ตำรากระบี่พิชิตมาร’ ของตระกูลหลิน สุดท้ายกลับถูกเยี่ยเว่ยหมิงโจมตีติดคริติคอลอย่างนี้แล้ว แบบนี้ถือว่าทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับลิขิตสวรรค์กระมัง

จากนั้นตรงส่วนขาและหว่างขาของอวี๋ชางไห่ก็ได้รับบาดเจ็บ การต่อสู้นี้ไม่มีอะไรต้องพะวงแล้ว

แต่เยี่ยเว่ยหมิงกลับยังบัญชาการการต่อสู้อย่างจริงจังตั้งใจ ไม่เปิดโอกาสให้อวี๋ชางไห่ทั้งนั้น!

“ลมพิรุณโปรย!”

“หลิวปุยเมฆสายัณห์!”

“กระแสธารดอกท้อ!”

……

ขณะที่ทั้งสองโจมตีกระบี่คู่ผนึกรวมจนเริ่มเกิดสัญญาณลับระหว่างกันทีละน้อย ค่าพลังชีวิตของอวี๋ชางไห่ก็ลดลงเร็วมาก ค่าพลังชีวิตที่สูงถึงสองหมื่นห้าพัน ใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีก็เหลือเพียงสามพันกว่าๆ เมื่อเห็นว่าพยายามอีกนิดเดียวก็จะสังหาร BOSS เลเวลสี่สิบให้ตายได้ด้วยกระบี่เดียว แม้แต่เยี่ยเว่ยหมิงเองในใจลึกๆ ก็อดเฝ้าคอยอย่างแรงกล้าไม่ได้

ทว่าอวี๋ชางไห่ที่เห็นความตายกำลังจะมาเยือนกลับหมุนตัวกะทันหัน ปล่อยให้กระบี่ยาวของเยี่ยเว่ยหมิงแทงทะลุจุดสำคัญตรงหลังหัวใจ ส่วนร่างกายก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างแรง ชนทะลุกำแพงเรือนของชาวบ้านที่อยู่ริมถนน

ตอนที่เยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยตามหลังไป กลับไม่เจอเงาของอวี๋ชางไห่แล้ว

ใช้พาสซีฟสกิลเวทชันสูตรศพ หลังจากเยี่ยเว่ยหมิงเดินตามร่องรอยที่อวี๋ชางไห่ทิ้งไว้ไปจนถึงถนนอีกฝั่ง ก็หาเบาะแสไม่เจออีกแล้ว

และในตอนนี้เอง คนอื่นๆ ในทีมสำนักมือปราบเทพก็ตามมาแล้วเช่นกัน เฟยอวี๋ก็เอ่ยปากกล่าวทันทีว่า “อวี๋ชางไห่นั่นได้รับบาดเจ็บ ยังหนีไปได้ไม่ไกลแน่นอน แล้วบาดแผลก็ไม่ได้ฟื้นฟูง่ายขนาดนั้นด้วย คิดว่าแถวนี้คงจะมีสถานที่ให้ซ่อนตัว ทุกคนแยกย้ายกันค้นหาเถอะ ก่อนหน้านี้เสียแรงไปมากขนาดนั้น ไม่ง่ายเลยกว่าจะทำให้ BOSS ใกล้ตายได้ ถ้าปล่อยให้เขาหนีไปอย่างนี้ ก็น่าเสียดายเกินไปแล้ว”

เนื่องจากซานเย่ว์ที่เป็นหัวหน้าทีมตายไปแล้ว ตอนนี้ตำแหน่งหัวหน้าทีมย่อมตกเป็นของเยี่ยเว่ยหมิงโดยอัตโนมัติ ส่วนการแบ่งไอเทมที่เดิมทีอิงตามหัวหน้าทีม ตอนนี้เปลี่ยนเป็นแบ่งตามค่าผลงานแล้ว

เมื่อได้ยินเฟยอวี๋อธิบายอย่างมั่นใจขนาดนี้ เยี่ยเว่ยหมิงก็อดถามอย่างสงสัยไม่ได้ “เจ้าแน่ใจหรือว่าหลังจากเขาหนีออกจากการต่อสู้แล้ว จะไม่ฟื้นฟูค่าพลังชีวิตกลับมาเต็มอย่างรวดเร็ว”

เฟยอวี๋ไม่ตอบ เพียงจับภาพหน้าจอหนึ่งภาพส่งให้คนในทีม

[อวี๋ชางไห่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในเวลาอันสั้นนี้ (58 นาที 12 วินาที) เขาไม่มีทางฟื้นฟูค่าพลังชีวิตเองโดยอัติโนมัติได้ และอิงจากสถานการณ์ของเขาตอนนี้ ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหนีไปได้ไกล]

เหมือนจะเป็นเพราะรีบร้อนเกินไป เฟยอวี๋จับภาพหน้าจอส่งมาไม่ครบถ้วน แต่เมื่อเชื่อมโยงกับสิ่งที่เขากล่าวก่อนหน้านี้ ก็ทำให้เดาได้ไม่ยากว่านี่จะต้องเป็นเพราะทักษะตัวอักษร ‘ดิน’ ของสำนักมือปราบเทพที่ทำให้ระบบของเขามีการแจ้งเตือนเช่นนี้แน่

บทที่ 75
ฟ้า ดิน คน ผี สี่ทักษะของสำนักมือปราบเทพต่างก็มีผลลัพธ์ขั้นเทพ ตอนนี้สามจากสี่ทักษะเป็นเหมือนดอกไม้งามที่มีเจ้าของแล้ว

ตำรา ‘รวมบันทึกล้างมลทิน’ ของเยี่ยเว่ยหมิงมีทักษะชันสูตรศพ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ บรรจุศพเป็นต้น กล่าวได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เขาผงาดขึ้นมาได้

ส่วน ‘สังเกตสีหน้าท่าทาง’ ของซานเย่ว์ก็เป็นเครื่องจับเท็จเวอร์ชั่นมนุษย์โดยแท้ ความสามารถประเภทนี้ก็ยิ่งถูกคนมีพรสวรรค์อย่างนางใช้งานตอนทำภารกิจกับตอนต่อรองราคา ก่อนหน้านี้ยังโม้กับเยี่ยเว่ยหมิงอยู่เลยว่าใต้หล้าไม่มีใครสู้นางได้

และตามที่ซานเย่ว์ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ตอนที่นางเข้าสำนักมา รายการทักษะที่มีให้เลือกก็เหลือแค่ ‘คน’ กับ ‘ผี’ สองรายการ หากคาดคะแนจากสิ่งนี้ สิ่งที่เฟยอวี๋เรียนรู้จะต้องเป็นทักษะตัวอักษร ‘ดิน’ จากสี่ทักษะนี้แน่นอน

แต่เมื่อดูจากนิสัย ‘เห็นชีวิตคนใหญ่เหนือฟ้า’ ของผู้ออกแบบระบบเกม เยี่ยเว่ยหมิงก็วิเคราะห์ไม่ออกเลยว่าทักษะตัวอักษร ‘ดิน’ คือทักษะอะไรกันแน่ แต่เมื่อดูจากภาพหน้าจอภาพนี้ เฟยอวี๋เองก็ตั้งใจตัดส่วนแรกสุดที่เป็นชื่อทักษะทิ้งด้วย แสดงว่าไม่คิดจะเปิดเผยแน่นอน

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เยี่ยเว่ยหมิงก็ย่อมไม่ปากมากไปถาม จึงพยักหน้าแล้วพูดต่อทันทีว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็แสดงว่าตอนนี้อวี๋ชางไห่น่าจะไม่เหลือพลังต่อสู้เยอะเท่าไรแล้ว ทุกคนแยกกันค้นหาเถอะ”

เมื่อพูดจบ พวกเขาก็ต่างคนต่างเลือกทิศทางและแยกย้ายกันไปค้นหา

หลังจากคนในทีมแยกย้ายกันออกไปแล้ว เฟยอวี๋ก็ไปยังทิศทางที่ดูไม่น่าจะเป็นไปได้ที่สุด เดินไปยังเส้นทางที่อวี๋ชางไห่ชนกำแพงบ้านคนก่อนหน้านี้ ขณะที่เดินไป ก็ไม่ลืมที่จะแอบมองหน้าอินเตอร์เฟสระบบของตัวเอง

[ติ๊ง! ใช้งานพาสซีฟสกิล ‘สืบเสาะหมื่นลี้’ คุณพบว่าอวี๋ชางไห่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่อาจฟื้นตัวเองได้ภายในเวลาอันสั้น (56 นาที 23 วินาที) และด้วยอาการบาดเจ็บของเขาตอนนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะหนีไปไกล ตำแหน่งที่เขาอยู่ตอนนี้คือถนนเฉียง ซอยซื่อสุ่ย กำลังจะผ่านซอยลิ่วผินไปทางถนนใหญ่ หมายจะเข้าไปหลบภัยที่สถาบันซานเจียง ด้วยความเร็วในการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายตอนนี้ น่าจะตามไปทันก่อนที่เขาจะไปถึง!]นี่ต่างหากคือโฉมหน้าทั้งหมดของแจ้งเตือนระบบที่มาพร้อมทักษะตัวอักษร ‘ดิน’ ของเฟยอวี๋!

สาเหตุที่ก่อนหน้านี้ปิดบังไว้ ก็เพื่อจะแยกกับเพื่อนในทีมและชิงเป็นคนสุดท้ายที่ได้กำจัดอวี๋ชางไห่ทิ้งก็เท่านั้นเอง

หลังจากสังเกตมองรอบๆ ครู่หนึ่งแล้วพบว่าฝั่งซ้ายและขวาไม่มีคนอื่นแล้ว เฟยอวี๋ก็ใช้ท่าร่าง แล้วไล่ตามไปยังทิศทางที่ระบบแจ้งเตือนทันที เหยียบซื่อสุ่ย ผ่านเฟิ่นเฉียง บุกลิ่วผิน…สุดท้ายตอนที่ใกล้จะถึงสถาบันซานเจียง ก็ตามทันอวี๋ชางไห่ที่แทบจะวิ่งไม่ไหวเพราะบาดเจ็บสาหัสเกินไป

“บัดซบ” แม้อวี๋ชางไห่จะบาดเจ็บหนัก แต่ทักษะการสังเกตการณ์อันเฉียบคมยังคงอยู่ เมื่อเห็นเฟยอวี๋ไล่ตามมา ก็อดด่าไม่ได้ว่า “ข้าใช้วิชาลับของสำนักชิงเฉิงหนีมาถึงนี่แล้วยังมีคนตามทัน เจ้าลูกตะพาบนี่เกิดปีหมาหรืออย่างไร”

“หึ หึ เฟยอวี๋ มือปราบขั้นเจ็ดแห่งสำนักมือปราบเทพ ตั้งใจมาส่งเจ้าสำนักอวี๋ขึ้นสู่สวรรค์โดยเฉพาะ”

ขณะที่พูด เฟยอวี๋ก็ชักกระบี่ออกจากฝักอย่างช้าๆ ประชิดเข้าไปประชิดตัวอวี๋ชางไห่ทีละก้าว ทีละก้าว

เขาทำอย่างนี้ไม่ใช่เพราะอวดเก่ง และไม่ได้โรคจิตที่ชอบเห็นเหยื่อทุรนทุรายก่อนตายอะไรด้วย แต่เป็นเพราะหวาดกลัวที่จะลงมือกับ BOSS เลเวลสี่สิบที่อยู่ในฐานะเจ้าสำนัก กลัวว่าตัวเองจะมาตายน้ำตื้นเท่านั้นเอง

มองเฟยอวี๋เข้าประชิดทีละก้าว เจ้าสำนักอวี๋ก็สติแตกแล้ว

ที่จริงด้วยค่าตบะของอวี๋ชางไห่ ก็ไม่ได้เห็นคนรุ่นหลังอย่างเฟยอวี๋อยู่ในสายตาเลย เป็นเพียงมดตัวหนึ่งที่กำจัดได้อย่างสบายมือเท่านั้นเอง แต่เขาเพิ่งถูกเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยร่วมมือกันใช้กระบี่คู่ผนึกรวมโจมตีจนสาหัสเกือบตาย แม้สุดท้ายจะใช้วิชาลับหนีออกมาได้ แต่ตอนนี้พลังของเขาก็เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งในสิบตั้งนานแล้ว

ตัวเขาในตอนนี้ เกรงว่าถ้าสุ่มผู้เล่นมาให้สักคน เขาก็อาจจะสู้ไม่ไหวก็ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงยอดฝีมืออย่างเฟยอวี๋เลย

หากไม่ทำอะไรสักอย่างที่อีกฝ่ายคาดไม่ถึง เขาก็ไม่มีโอกาสชนะแม้แต่ครึ่งเดียว!

ทว่าเจ้าเด็กโง่นี่ท่าทางระวังตัวสุดๆ เห็นได้ชัดว่าไม่ให้โอกาสแบบนั้นกับเขาแน่

ทว่าแม้จะเป็นเช่นนี้ อวี๋ชางไห่ก็ยังไม่คิดจะนั่งรอความตายอยู่ดี

ขณะมองเฟยอวี๋ประชิดเข้ามาทีละก้าว อวี๋ชางไห่ก็กุมกระบี่ล้ำค่าในมือไว้แน่น รอหาช่องโหว่ของอีกฝ่าย แล้วอาศัยโลกทรรศน์และประสบการณ์ของตัวเองที่เหนือกว่าอีกฝ่ายมาสู้ให้เต็มที่

สิบก้าว!

ห้าก้าว!

สามก้าว!

……

เมื่อเห็นเฟยอวี๋เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ขอเพียงก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ก็จะเข้าสู้ขอบเขตการโจมตีของกันและกันแล้ว อวี๋ชางไห่ปลุกใจให้ฮึกเหิม เตรียมตัวสละชีวิตโจมตีเรียบร้อยแล้ว

ส่วนเฟยอวี๋ก็ได้กรอกกำลังภายในเข้าดาบในมือเงียบๆ แล้ว พร้อมฟันโจมตีด้วยท่าไม้ตายได้ทุกเมื่อ

ตอนที่ BOSS กับผู้เล่นรวบรวมพลังเตรียมโจมตี กำลังเพ่งสมาธิทั้งหมดไปบนตัวอีกฝ่าย กลับมีเหตุเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกะทันหัน

ฉึก!

ตามติดด้วยเสียงอาวุธแทงเข้าเนื้อ ปลายกระบี่ครึ่งหนึ่งแทงทะลุออกจากหัวใจของอวี๋ชางไห่!

เห็นบนตัวอีกฝ่ายมีอาวุธทะลุออกมากะทันหัน เฟยอวี๋ที่กำลังตึงเครียดก็ถอยหลังโดยจิตใต้สำนึก ตอนนี้เพิ่งจะรู้ตัวว่ามีคนนำเขามาก่อนหนึ่งก้าว ชิงศีรษะของอวี๋ชางไห่ไปแล้ว

อวี๋ชางไห่ที่เพ่งสมาธิทั้งหมดไปบนตัวเฟยอวี๋ สังเกตเห็นเพียงเฟยอวี๋ที่ประชิดเข้ามาทีละก้าวเท่านั้น ไม่รู้ตัวเลยว่าข้างหลังยังมีอีกสองคนขนาบโจมตีเข้ามา BOSS เลเวลสี่สิบผู้สง่าผ่าเผยคนหนึ่ง ตายไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวอย่างนี้แล้ว…

ไม่ต้องให้อีกฝ่ายเดินออกมาจากข้างหลังอวี๋ชางไห่ เฟยอวี๋ก็เห็นโฉมหน้าคนขี้แย่งชัดเจนแล้ว

เนื่องจากความสูงของเจ้าสำนักอวี๋ พื้นที่ที่ร่างกายบดบังได้มีจำกัด ต่อให้บนศีรษะสวมหมวก แต่ก็ยังมองเห็นใบหน้าหล่อเท่ครึ่งหนึ่งของคนที่มาแย่งตีมอนได้เหมือนเดิม

เป็นเจ้าคนน่ารังเกียจนี่จริงๆ ด้วย!

ขณะเดียวกันนี้เอง เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นข้างหูเฟยอวี๋

[ติ๊ง! ทีมของคุณสังหารอวี๋ชางไห่ BOSS เลเวล 40 สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 30000 แต้มและค่าตบะ 3000 แต้ม]

[ติ๊ง! เนื่องจากทีมของคุณใช้โหมดการต่อสู้ ‘แบ่งสรรค่าตามผลงาน’ อิงตามการแสดงความสามารถตอนต่อสู้ คุณได้รับเงิน 36 เหรียญทอง!]

เยี่ยเว่ยหมิงใช้เท้าข้างหนึ่งยันบนหลังศพของอวี๋ชางไห่ ถือโอกาสดึงกระบี่ชิงจู๋ขึ้นมาจากตัวศพ แล้วพุ่งเข้าไปพยักหน้าให้เฟยอวี๋อย่างเกรงใจ “เจ้าพูดไม่ผิด อวี๋ชางไห่คนนี้บาดเจ็บหนักจริงๆ ด้วย พลังต่อสู้แทบจะเป็นศูนย์”

เฟยอวี๋กลับเจียดรอยยิ้มที่น่าเกลียดยิ่งกว่าตอนร้องไห้ออกมา ในใจกลับมีคำด่า ‘mother fxxker’ นับร้อยประโยคที่ถ้าไม่พ่นออกมาคงอึดอัดใจ

“เจ้าหาอวี๋ชางไห่เจอได้อย่างไร” ประโยคนับพันหมื่นกลับกลายเป็นคำถามประโยคเดียว

“จะว่าไปแล้วก็โชคดีที่มีมัน” ขณะที่พูด เยี่ยเว่ยหมิงก็เก็บกระบี่ชิงจู๋แล้ว เขาใช้มือขวาที่ว่างจับอาหวงที่อยู่ในอ้อมอกขึ้นมาแกว่งไปแกว่งมาตรงหน้าเฟยอวี๋ “อาหวง นี่คือเพื่อนร่วมงานของข้า เฟยอวี๋ ทักทายเขาหน่อยสิ”

“โฮ่งๆ…”

เฟยอวี๋ “…”

ตั้งแต่กราบอาจารย์เข้าสำนักมือปราบเทพจนกระทั่งตอนนี้ นอกจากครั้งแรกที่รู้ว่าสำนักนี้ไม่มีวิทยายุทธ์ประจำสำนักให้เรียน นี่ก็เป็นครั้งที่สองที่สหายเฟยอวี๋เกิดความคิดว่า ‘ข้าจะออกจากสำนัก’

เกินไปแล้ว!

คับข้องใจเกินไปแล้ว!

จนปัญญาเกินไปแล้ว!

เดิมทีเขาภาคภูมิใจมาตลอด อาศัยผลประโยชน์มหาศาลที่ได้รับ กลายเป็นผู้เล่นระดับบนที่มีวิชาลับ ‘สืบเสาะหมื่นลี้’ ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้จะแพ้ให้กับสุนัขตัวเดียว!

จะให้ไปเรียกร้องความยุติธรรมจากไหน?

เยี่ยเว่ยหมิงเก็บอาหวงเข้าในกำไลเงินสัตว์เลี้ยงอีกครั้ง แล้วก็เริ่มจัดการศพของอวี๋ชางไห่อย่างชำนาญ ได้รับ ‘ตระหนักรู้เคล็ดกระบี่’ x1 ‘ตระหนักรู้กำลังภายใน’ x1

เก็บตำราลับอย่างแนบเนียน ในระหว่างนั้นไม่พูดอะไรกับศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนักสักคำ จนกระทั่งหลังจากนั้นพักหนึ่ง ถังซานไฉ่ถึงปรากฏตัวตรงปากซอย “อวี๋ชางไห่ถูกพวกเจ้าฆ่าตายแล้วหรือ รีบบอกมาเร็วเข้า เขาดรอปของอะไรบ้าง”