ตอนที่ถังซานไฉ่ถามว่าอวี๋ชางไห่ดรอปอะไรบ้าง สะพานสวรรค์น้อยสุดสวยก็ปรากฏตรงปากซอยแล้ว นางส่งพิกัดในช่องทีมทันทีหลังจากเยี่ยเว่ยหมิงแทงอวี๋ชางไห่ตาย
ในตอนนี้สายตาของเฟยอวี๋ สะพานสวรรค์น้อยและถังซานไฉ่ล้วนไปรวมอยู่บนตัวเยี่ยเว่ยหมิง ชัดเจนว่าสงสัยมาก ว่าเขาที่เป็นกำลังต่อสู้หลักในการชิงฆ่าบอสได้ของดีอะไรบนตัวอวี๋ชางไห่บ้าง
เยี่ยเว่ยหมิงมองแวบหนึ่ง เห็นว่าโหยวโหยวเหมือนยังตามมาไม่ทัน เขาจึงส่งลิงก์ไอเทมที่ดรอปจากตัวอวี๋ชางไห่เข้าไปในช่องทีมเสียเลย
เยี่ยเว่ยหมิง [‘อักษรชิงเก้าโหล’ ‘รองเท้าชิงเหลียง’ ‘บันทึกข้อความสวี่จิ้ง’]
[อักษรชิงเก้าโหล (ระดับกลาง): หนึ่งในสุดยอดทักษะของสำนักชิงเฉิง ทักษะอาวุธลับสุดล้ำ
เงื่อนไขการฝึก: พละกำลัง 80 ความว่องไว 100 ท่าร่าง 80]
[รองเท้าชิงเหลียง (สีฟ้า): รองเท้าคู่หนึ่งที่คุณภาพระดับสุดยอด ทำให้ผู้สวมใส่ฝีเท้าเบาดุจสายลม
ท่าร่าง+30 ความว่องไว+20][บันทึกข้อความสวี่จิ้ง: คัมภีร์เต๋าเล่มหนึ่ง ค่าตระหนักรู้ +1]
เป็นตำราลับอาวุธลับระดับกลางเล่มหนึ่ง ตำราลับทักษะยุทธ์ระดับกลางเป็นสิ่งที่ผู้เล่นต้องการมากที่สุดในเวลานี้ เรื่องมูลค่าไม่ต้องพูดมากแล้ว
ต่อให้เป็นรองเท้าชิงเหลียงคุณภาพสีฟ้า แต่ก็จัดเป็นสินค้าเกรดสูงสุดในบรรดาอุปกรณ์ที่อยู่เลเวลเดียวกับศพ เมื่อเทียบกับอุปกรณ์สีเขียวที่สูงกว่าหนึ่งระดับ ก็ขาดแค่ค่าสเตตัสชุดเซ็ทแล้ว กล่าวได้ว่าเป็นไอเทมเกรดสูงสุดในบรรดาอุปกรณ์คุณภาพสีฟ้า!
เมื่อรวมกับคัมภีร์เต๋าที่เพิ่มค่าตระหนักรู้ วันนี้กล่าวได้ว่าเยี่ยเว่ยหมิงรับทรัพย์แบบจุกๆ
ชั่วขณะนั้น ทุกคนมองไปยังเยี่ยเว่ยหมิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา
เหมือนรู้สึกไม่ยอมที่ได้เห็นเยี่ยเว่ยหมิงโดดเด่นอยู่คนเดียว สะพานสวรรค์น้อยก็รีบแสดงของที่ดรอปได้ให้ทุกคนดูรอบหนึ่งเช่นกัน
สะพานสวรรค์คริสตัล [‘กระบี่ลมสน’ ‘ชุดเต๋าปากว้า[1]’]
[กระบี่ลมสน (ทองคำ): กระบี่พกระดับสูงของสำนักชิงเฉิงที่ทำจากวัสดุไม้ชั้นดี เสริมอานุภาพเคล็ดกระบี่ลมสนให้เด่นชัดขึ้น
โจมตี +140
กำลังภายใน 25%
เลเวลเคล็ดกระบี่ลมสน +1 (หากคุณเคยเรียนมาก่อน)]
[ชุดเต๋าปากว้า (ทองคำ): ชุดนักพรตเต๋าที่มีภาพปากว้าไท่จี๋ เหมือนมีการปลุกเสกพลังลึกลับ
ป้องกัน +100
กำลังภายในสูงสุด +1000
ความเร็วในการฟื้นฟูกำลังภายในเพิ่มขึ้น 10% กฎเต๋า +1]
ได้อุปกรณ์สีทองสองชิ้น กล่าวได้ว่าสะพานสวรรค์น้อยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ไม่น้อยไปกว่าเยี่ยเว่ยหมิงเลย!
เมื่อเห็นสมาชิกที่เป็นกำลังหลักในการต่อสู้สองคนแสดงของที่ตัวเองได้รับอย่างสง่าผ่าเผย ถังซานไฉ่ก็ยักไหล่เล็กน้อย ส่งลิ้งก์ไอเทมในช่องทีมเช่นกัน
ถังซานไฉ่ [‘เปลี่ยนหน้า’]
[เปลี่ยนหน้า: ตำราที่บันทึกวิชาเปลี่ยนหน้าของงิ้วเสฉวนเอาไว้]
สิ่งนี้ดูเผินๆ เหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไร กล่าวเช่นนี้ไม่ใช่ว่าดูถูกศิลปะดั้งเดิม เพียงแต่คนในทีมของสำนักมือปราบเทพเหล่านี้ไม่ได้มีใจทะเยอะทะยานอันแรงกล้ากับศิลปะดั้งเดิมแขนงนี้
เพียงแต่ในสายตาของเฟยอวี๋ ต่อให้เป็นตำราลับเล่มหนึ่งที่ไม่รู้จักประโยชน์ใช้สอยเลย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี!
เมื่อดูแต่ละคนแสดงของที่ตัวเองได้รับ เฟยอวี๋ก็รู้สึกปวดไข่อยู่พักหนึ่ง ทว่ายังไม่ทันรอให้เขาระงับความเจ็บปวด โหยวโหยวที่จนป่านนนี้ก็ยังไม่โผล่มา ก็ได้ลงดาบซ้ำเติมในช่องทีมอีกแล้ว
โหยวโหยว [‘เมล็ดโพธิ์’]
[เมล็ดโพธิ์ (สีฟ้า): หนึ่งในอาวุธลับที่เจ้าสำนักชิงเฉิงอวี๋ชางไห่ใช้จนเคยชิน
โจมตี +30 มีเอฟเฟ็กต์เจาะเกราะ เก็บกลับมาได้ จำนวน 100/100]
นอกจากหัวหน้าทีมซานเย่ว์ที่ตายก่อน ก็มีแค่ตัวเองที่ไม่ได้รับไอเทมดรอปอะไรเลย ได้แค่เงินสิบหกเหรียญทองอันน่าเวทนานั่นน่ะหรือ!
เฟยอวี๋ในตอนนี้รู้สึกวู่วามมาก อยากจะล้มโต๊ะเสียเลย!
สภาพจิตใจพังแล้ว!
เยี่ยเว่ยหมิง [โหยวโหยว เจ้าหนีไปไหนแล้ว ทุกคนมารวมตัวกันแล้ว ทำไมเจ้ายังมาไม่ถึงอีก]
โหยวโหยว [ข้าอยู่ที่สำนักคุ้มภัยทงเทียน พวกเจ้าตาม BOSS ไปกันหมดแล้ว ต้องมีคนคอยดูหลินเจิ้นหนานคุ้มภัยส่งหลินผิงจือไปที่สำนักมือปราบเทพสิ ไม่อย่างนั้นหากเขาพาบุตรชายหนีไปจะทำอย่างไร]
สิ่งที่โหยวโหยวกังวลไม่ใช่แค่มีโอกาสเกิดขึ้นเท่านั้น ทั้งยังมีโอกาสมากด้วย
ทว่าพวกเขารู้สึกได้ว่าหลังจากกำจัดอวี๋ชางไห่รวมทั้งสี่ปัญญาชนแห่งชิงเฉิงแล้ว แค่นำศพของบอสเหล่านี้ไปก็รายงานผลการปฏิบัติงานได้เลย
อย่างไรเสียผู้ร้ายที่ฆ่าคนกลางวันแสกๆ ในเมืองฝูโจวก็โดนประหารแล้ว หากเทียบกันหลินผิงจือก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นแล้ว
อย่างไรเสีย หลินผิงจือก็เป็นวีรบุรุษช่วยสาวงาม สังหารอวี๋เหรินเยี่ยนทิ้ง ทำได้เพียงนับว่าเป็นภารกิจรองรายการหนึ่งเท่านั้น
เมื่อไม่ได้บอกสถานการณ์โดยละเอียดเกี่ยวกับภารกิจ เช่นนั้นจะทำก็ได้ หรือจะไม่ทำก็ได้
เมื่อเทียบกันแล้ว แน่นอนว่าหัวของ BOSS เลเวลสี่สิบอย่างอวี๋ชางไห่มีแรงดึงดูดมากกว่านิดหน่อย
ที่สำคัญกว่านั้นก็คืออุปกรณ์!
เพียงแต่ความคิดของโหยวโหยวกลับแตกต่างจากคนอื่น
คนอื่นมีจุดเริ่มต้นจากมุมมองของเกม เลือกที่จะรับหรือไม่รับโดยอิงตามผลประโยชน์สูงสุด แต่ความคิดของโหยวโหยวกลับบริสุทธิ์กว่าคนอื่นเยอะ
เมื่อได้รับมอบหมายจากผู้อื่น ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด!
นี่ก็คือแนวคิดในการทำเรื่องต่างๆ ของโหยวโหยว เมื่อเทียบกันแล้ว นางกลับไม่แยแสรางวัลภารกิจอะไรนั่นเท่าไรนัก
เมื่อเห็นคำตอบของโหยวโหยวในช่องทีม เยี่ยเว่ยหมิงก็อดส่ายหน้ายิ้มไม่ได้ จากนั้นบอกกับเฟยอวี๋ที่มีสีหน้ากลัดกลุ้มว่า “เจ้าดูโหยวโหยวสิ ทั้งที่นางไม่ใช่ศิษย์ของสำนักมือปราบเทพ แต่กลับตั้งใจรับผิดชอบหน้าที่ของมือปราบยิ่งกว่าพวกเราเสียอีก เมื่ออยู่ต่อหน้าเพื่อนร่วมทีมอย่างนี้ เจ้าไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือ”
เฟยอวี๋ถูกคำถามกะทันหันของเยี่ยเว่ยหมิงทำให้อึ้งไปชั่วขณะ เถียงกลับโดยจิตใต้สำนึกว่า “เจ้าเองก็เป็นมือปราบของสำนักมือปราบเทพเหมือนกัน เจ้าไม่ละอายหรือ”
“ข้าย่อมรู้สึกละอายอยู่แล้ว” เยี่ยเว่ยหมิงตอบอย่างมีเหตุผลเต็มปากเต็มคำ “ข้าก็เลยตัดสินใจจะมอบ ‘รองเท้าชิงเหลียง’ ให้โหยวโหยวชดเชยในฐานะที่นางช่วยพวกเรายกระดับความสำเร็จของภารกิจให้สูงขึ้นอย่างไร”
“ข้า…”
เฟยอวี๋รู้สึกพูดไม่ออกไปพักหนึ่ง มิน่าล่ะ เขาถึงได้รอตนอยู่ที่นี่!
เฟยอวี๋ยักไหล่อย่างจนใจ แล้วกล่าวอย่างโดดเดี่ยวออกมาว่า “ข้าได้แค่สิบหกเหรียญทองเอง หากจำเป็น ก็จะนำส่วนหนึ่งมาชดเชยให้ได้”
“งั้นก็ช่างเถอะ” เยี่ยเว่ยหมิงส่ายหน้า “ที่จริงสาเหตุที่วันนี้สังหารอวี๋ชางไห่ได้ ก็เพราะพวกเราพยายามร่วมกัน ข้ากับสะพานสวรรค์น้อยแม้จะเป็นกำลังต่อสู้หลัก แต่ถ้าไม่มีพวกเจ้าช่วยถ่วงเวลา อาศัยแค่พวกเราสองคนก็สังหารอวี๋ชางไห่ไม่สำเร็จอยู่ดี ถึงขั้นอาจจะโดนอีกฝ่ายโจมตีก่อนที่กระบี่คู่ผนึกรวมจะก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างก็ได้”
หลังจากชะงักเล็กน้อย สุดท้ายเขาก็กล่าวสรุปว่า “ดังนั้น ของที่ได้มาวันนี้ควรจะเป็นของพวกเราทุกคน เก็บของไว้ในมือของแต่ละคนชั่วคราว พวกเราไปรวมตัวกับกับโหยวโหยวและหัวหน้าทีมซ่านเย่ว์ที่สละชีพก่อนหน้านี้ที่สำนักคุ้มภัยทงเทียนก่อน ถึงตอนนั้นทุกคนค่อยปรึกษาปัญหาว่าจะแบ่งของกันอย่างไร ดีไหม”
เมื่อได้ยินเยี่ยเว่ยหมิงพูดเช่นนี้ แม้เฟยอวี๋จะยังรู้สึกไม่ยอม แต่ก็ต้องนับถือในความตรงไปตรงมาของเขาเช่นกัน
เก็บของทั้งหมดเข้ากระเป๋าสะพายหลังของเยี่ยเว่ยหมิง ต่อให้เขาจะเล่นลูกไม้ไม่นำออกมาแบ่งเป็นครั้งที่สอง แม้ทุกคนจะดูถูกเขา แต่ก็ไม่มีใครคิดหาวิธีการอื่นออกแล้ว
ถึงอย่างไรก็สู้ไม่ไหว
ทว่าภายใต้สถานการณ์แบบนี้ เขากลับเอ่ยเรื่องแบ่งรางวัลอีกครั้งอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย หากไม่ใช่คนที่จิตใจซื่อตรง เกรงว่าคงทำเรื่องที่เยือกเย็นอย่างเขาได้ยาก
เงินกระจุกใจคนกระจาย เงินกระจายใจคนกระจุก
คำสอนของปรัชญาเมธีที่ล่วงลับ จะมีสักกี่คนที่ทำได้จริง
“ข้าเห็นด้วย!”
ตอนที่เฟยอวี๋กำลังทึ่งกับความใจกว้างของเยี่ยเว่ยหมิง ทำให้เขารู้สึกยอมใจเบาๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้ เขากลับได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวเห็นด้วยกับเยี่ยเว่ยหมิง
ไม่ต้องหันไปมอง เขาก็เดาออกว่าผู้พูดเป็นใคร
ซานเย่ว์ตายระหว่างต่อสู้ โหยวโหยวอยู่ที่สำนักมือปราบเทพ ในบรรดาสมาชิกทีมสำนักมือปราบเทพที่ตามมาถึงที่นี่ ก็เหลือแค่แม้สาวน้อยสะพานสวรรค์น้อยแล้ว
ขนาดนางยังเห็นด้วยแล้ว คนอื่นๆ ก็ยิ่งแสดงความเห็นคัดค้านไม่ได้แล้ว
เนื่องจากของดีที่ดรอปจากตัวอวี๋ชางไห่แทบจะมากองอยู่บนตัวพวกเขาสองคนหมดแล้ว!
ประโยคที่ฟังดูสบายๆ ของเยี่ยเว่ยหมิงได้ชำระล้างกระบวนการรับรู้ของเขาอีกครั้ง จากนั้นทุกคนก็พูดคุยปนหัวเราะพร้อมเดินทางไปยังสำนักคุ้มภัยทงเทียน
ครั้งนี้ทุกคนไม่เพียงแค่สืบหาตัวคนร้ายในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสำนักคุ้มภัยฝูเวยสำเร็จ แม้แต่ศัตรูที่แทบจะเอาชนะไม่ไหวก็ยังฆ่าตายไปแล้ว โหยวโหยวยังไม่ลืมที่จะส่งตัวหลินผิงจือที่เกี่ยวข้องกับคดีไปยังสำนักมือปราบเทพ
กล่าวได้ว่าพวกเขาทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว
คิดไปคิดมา รางวัลภารกิจระดับหกดาวนี้คงจะเพิ่มโบนัสให้เยอะมากแน่ๆ
คิดไปคิดมาก็ยังตั้งตารออยู่บ้างนิดหน่อย!
[1] ปากว้า (ปา-กว้า) คือ สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเต๋า แสดงถึงสรรพสิ่ง
บทที่ 77
พวกเขาพูดคุยกันตลอดทาง พูดถึงการต่อสู้ก่อนหน้านี้ กลุ่มยอดฝีมือย่อมมีประเด็นให้สนทนาไม่จบไม่สิ้นอยู่แล้ว แลกเปลี่ยนเคล็ดลับประสบการณ์บางอย่างระหว่างกัน รู้สึกว่าได้เก็บเกี่ยวความรู้แบบเน้นๆ
ในระหว่างนั้น เยี่ยเว่ยหมิงเอ่ยถึงวิชาอาวุธลับที่ถังซานไฉ่ใช้ตอนต่อสู้ อดถามอย่างสงสัยไม่ได้ว่า “อาวุธลับที่สหายซานไฉ่ใช้โจมตีโดนอวี๋ชางไห่ก่อนหน้านี้ร้ายกาจมากจริงๆ แต่หลังจากเขาโดนดีแล้วไม่โดนพิษ เจ้าคงไม่ได้ใช้เข็มปากยุงสินะ”
หลังจากทุกคนคุ้นเคยกันแล้ว ถังซานไฉ่ก็ไม่ได้ปิดบัง ส่งลิ้งก์ไอเทมเข้ามาในช่องทีมเสียเลย
[เข็มกษิติครรภ์ (ทองคำ): อาวุธลับฉีเหมินที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น ยามใช้งานไร้สำเนียง ประสิทธิภาพน่าทึ่ง
โจมตี+160
พลังโจมตีต่อปราณแท้ป้องกันตัวเพิ่มเติม 50%
จำนวน: 97/100
สินค้าใช้แล้วทิ้ง]
ปราณแท้ป้องกันตัวเป็นของดี สามารถต้านทานการโจมตีได้ทุกรูปแบบ เหมือนตอนสู้กับหลินจื้อเพ่ยก่อนหน้านี้ ที่ปราณแท้ป้องกันตัวของอีกฝ่ายสามารถดีดอาวุธลับของถังซานไฉ่ให้กระเด็นไปได้ทั้งหมด
และเอฟเฟ็กต์พิเศษของเข็มกษิติครรภ์นี้ ก็มีบทบาทในการเอาชนะปราณแท้ป้องกันตัวได้ในระดับหนึ่ง จากเดิมทีที่เจาะทะลุปราณแท้ป้องกันตัวไม่ได้ เมื่อใช้อาวุธนี้ก็จะเจาะผ่านได้
นี่ยังอยู่ในสถานะไม่มีพิษ หากผ่านการชุบพิษแล้วล่ะ…
จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ถึงความเป็นไปได้บางอย่าง เยี่ยเว่ยหมิงอดถามไม่ได้ว่า “ตอนสู้กันก่อนหน้านี้ โชคดีที่สหายซานไฉ่ยั้งมือไว้ไมตรี”
ถังซานไฉ่ได้ยินแล้วส่ายหน้าอย่างจริงใจ “ตอนพวกเราร่วมมือกันโจมตีจีไหลเหย่ ข้าก็ได้ของสิ่งนี้มาจากเขา เพียงแต่ตอนนั้นยังอยู่ในสถานะผนึกไว้ ตอนหลังข้าทำภารกิจจนหนึ่งปลดผนึกได้ ดังนั้นตอนที่ข้าสู้กับเจ้า ข้าก็ยังไม่มีอาวุธนี้เลย…
…ยิ่งไปกว่านั้น เข็มกษิติครรภ์หนึ่งร้อยเล่มนี้เป็นอาวุธลับที่เก็บกลับมาไม่ได้ ใช้ครั้งหนึ่งก็หายไปเล่มหนึ่ง ต่อให้มีมัน ข้าก็อาจจะตัดใจใช้มันกับเจ้าไม่ลง”
เยี่ยเว่ยหมิงพยักหน้าด้วยความเข้าใจ พูดอย่างนี้ก็ถือว่าสมเหตุสมผล
อย่างไรเสียพวกเขาสองคนก็ร่วมมือกันสังหารจีไหลเหย่ ไม่มีเหตุผลที่จะให้ของดีแบบนี้ตกเป็นของเขาคนเดียว
เพียงแต่เมื่อเอ่ยถึงศึกครั้งนั้น ถังซานไฉ่กลับยิ้มเจื่อนอย่างจนใจ “จะว่าไปแล้วข้าก็ซวยพอสมควร ตอนนั้นเห็นอยู่ชัดๆ ว่าฆ่า BOSS ตายแล้ว ผลปรากฏว่าตัวเองกลับถูกดึงให้ตายตามไปด้วย การต่อสู้วันนี้ก็หวาดเสียวมากเหมือนกัน เกือบได้ลงหลุมศพเป็นเพื่อน BOSS อีกรอบ!”
“ถ้าจะให้ข้าพูดนะ ก็เป็นเพราะเจ้าตั้งชื่อไม่เป็นมงคลอย่างไร” เยี่ยเว่ยหมิงกล่าวกึ่งล้อเล่น
“ชื่อข้ามันทำไมหรือ นั่นเป็นโบราณวัตถุล้ำค่าเชียวนะ!” ถังซานไฉ่งงไปชั่วขณะ
“ก็ก่อนที่จะเป็นโบราณวัตถุล้ำค่า มันก็ถูกใช้เพื่อฝังลงหลุมศพโดยเฉพาะไม่ใช่หรือ”
ถังซานไฉ่ “…”
หลังจากเงียบไปสองวินาที ถังซานไฉ่ถึงส่ายหน้า บอกว่า “แต่คนเราก็ไม่ได้ซวยทุกรอบเสมอไป ครั้งนี้ข้าถังซานไฉ่ก็แปลงเหตุร้ายให้กลายเป็นดีผ่านมาได้แล้วไม่ใช่หรอกหรือ”
“ทุกคน รอสักครู่!”
ขณะที่พูด สาวน้อยชุดแดงคนหนึ่งที่เดิมทีเดินผ่านพวกเขาไปพลันถลันตัว มาขวางตรงหน้าพวกเขาไว้
เมื่อตั้งใจมองให้ดี กลับพบว่าสาวน้อยคนนี้มีใบหน้าเหมือนสาวโลลิ มองเผินๆ เหมือนอายุสิบห้าสิบหกเท่านั้น ผมงามยาวตรงสยายบนชุดแดงรัดรูป สีสันตัดกันจนโดดเด่นขึ้นมา
สิ่งที่แตกต่างจากคนอื่นก็คือ บนหลังนางสะพายดาบเดี่ยวพร้อมฝักดาบเล่มหนึ่ง มองจากข้างหน้าจะเห็นฝักดาบอันสวยประณีตโผล่ขึ้นมาข้างใบหน้างามด้านขวาของนาง เหมือนเป็นงานศิลปะที่งดงามชิ้นหนึ่งเช่นกัน
หลังจากมาขวางพวกเขาไว้แล้ว สายตาของสาวน้อยก็หยุดอยู่ที่ถังซานไฉ่ทันที พร้อมเอ่ยถามว่า “เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินพวกเจ้าคุยกัน เหมือนเจ้าบอกว่าตัวเองชื่อถังซานไฉ่ ใช่ถังซานไฉ่ศิษย์สำนักถังเหมินที่บารมีสูงมากคนนั้นไหม”
“ไม่ผิดหรอก เป็นข้าเอง”
แม้ในใจถังซานไฉ่จะมีความสงสัย แต่กลับยังยอมรับฐานะตัวเองก่อน ตามด้วยถามว่า “แม่นางมาหาข้ามีธุระอะไร”
เมื่อได้ยินถังซานไฉ่ยอมรับฐานะของตัวเอง สาวน้อยชุดแดงก็ยื่นมือไปคว้าดาบเดี่ยวที่อยู่ข้างหลังช้าๆ ขณะเดียวกันก็กล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ ว่า “ไม่มีอะไร แค่จะฆ่าเจ้าเฉยๆ”
เมื่อสาวน้อยชุดแดงกล่าวเช่นนี้ ก็ทำให้อีกสี่คนที่อยู่ตรงนั้นรู้สึกตกใจเหมือนโดนฟ้าผ่าจนกรอบนอกนุ่มใน
แม่นางคนนี้ดูเหมือนน่ารักมุ้งมิ้ง ทำไมพออ้าปากก็พูดว่าจะฆ่าคนแล้วล่ะ
อีกทั้งยังพูดเรื่องการ PK ได้อย่างสบายๆ ไม่จริงจังด้วย ฟังดูง่ายดายราวกับกินข้าวดื่มน้ำ
น้องสาว นี่เธอรู้หรือเปล่าว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเป็นใคร
นั่นคือศิษย์พี่ใหญ่สำนักถังเหมินนะ!
แน่นอน ศิษย์พี่ใหญ่เป็นเพียงคำยกย่องจากผู้เล่นในสำนักเท่านั้น ไม่ได้ถูกยอมรับจากระบบ ยังมีการกล่าวเกินจริงอยู่บ้าง
แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ แต่ความจริงที่เขาเป็นยอดฝีมือระดับบนของสำนักถังเหมินก็ไม่ใช่เรื่องโกหกแม้แต่น้อย!
และนอกจากเขาแล้ว ที่นี่ก็ยังมียอดฝีมือจากสำนักลึกลับอีกสามคน เมื่อพวกเขาร่วมมือกัน เมื่อครู่เพิ่งสังหารเจ้าสำนักชิงเฉิง BOSS ใหญ่เลเวลสี่สิบตายไปนะ
มือใหม่ที่ไม่เข้าใจแม้แต่การใช้ประโยชน์จากระบบสัมภาระ ได้แต่แบกอาวุธไว้ข้างหลังอย่างเธอ ไม่น่าเชื่อว่าจะประกาศสังหารถังซานไฉ่ตรงนี้
เธอเข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับคำเรียก ‘ยอดฝีมือในเกม’ หรือเปล่า
อีกฝ่ายประกาศแล้วว่าจะฆ่าคน แต่ถังซานไฉ่กลับมีความเป็นสุภาพบุรุษมาก เขาไม่ได้กล่าวเหน็บแนม กลับถามอย่างจริงจังว่า “น้องสาว ข้ากับเจ้าไม่รู้จักกัน ทำไมพอเจอหน้ากันก็ตะโกนว่าจะสังหารข้าเสียแล้วล่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น เฟยอวี๋ที่อยู่ข้างกันกลับถามว่า “สหายถัง หรือว่าเจ้าเคยเจอมาก่อน แล้วตอนหลังลืมไปหรือเปล่า”
“เป็นไปไม่ได้!” ถังซานไฉ่ตอบอย่างเฉียบขาด “ถึงข้าจะฝึกกับสำนักถังเหมิน แต่กลับไม่ชอบ PK ยิ่งไม่ได้ผูกความแค้นกับใครด้วย มิหนำซ้ำยังเป็นสาวสวยมีเอกลักษณ์ขนาดนี้ ถ้าก่อนหน้านี้ข้าเคยรู้จึก ข้าจะต้องไม่ลืมแน่นอน”
“อย่านึกว่าชมว่าข้าสวยแล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป” ขณะที่พูด สาวน้อยชุดแดงกลับคลายมือเรียวสวยออกจากด้ามดาบ “แต่ในเมื่อเจ้าเอ่ยถามอย่างจริงใจแล้ว ข้าก็จะให้เจ้าได้ตายอย่างกระจ่างแล้วกัน”
ดวงตาโตฉ่ำน้ำกวาดมองสบสายตาทั้งสี่ สาวน้อยชุดแดงกลับบอกถังซานไฉ่โดยไม่แย่แสแม้แต่น้อยว่า “เมื่อวานตอนค่ำ เจ้าสังหารผู้เล่นที่ชื่อ ‘เจ้าอ้วนชนะฟ้า’ ตายหรือเปล่า”
“ข้าจำได้” ถังซานไฉ่ยอมรับอย่างจริงใจมาก “ตอนนั้นข้ารับภารกิจมาเพื่อปลดผนึกอาวุธชิ้นหนึ่ง ข้าต้องช่วย NPC ที่ชื่อเหลยหลิงอวิ๋นเอาชนะการแข่งหมากล้อม ข้าเล่นหมากล้อมไม่เป็น ทำได้เพียงใช้อีกช่องทางหนึ่ง ขอเพียงคู่ต่อสู้ของเขาไปตามเวลานัดไม่ได้ ก็ย่อมถือว่าภารกิจนี้สำเร็จแล้ว”
ถังซานไฉ่ไม่ได้อันธพาลหยาบคายเพราะตัวเองเป็นยอดฝีมือ เขาพูดจาอย่างมีมีกฎเกณฑ์ชัดเจนมาก “ยังดีที่คู่ต่อสู้ของเหลยหลิงอวิ๋นเป็นผู้เล่นคนหนึ่ง และเป็นเจ้าอ้วนชนะฟ้าที่เจ้าบอกด้วย เดิมทีข้าเตรียมจะเจรจากับเขาสักหน่อย จะขอให้เขาละทิ้งภารกิจ ข้าถึงขั้นยินดีมอบผลประโยชน์ให้เขาบางส่วนด้วย”
ถังซานไฉ่ยักไหล่ แล้วกล่าวอย่างจนใจมากว่า “แต่เขาไม่เพียงแค่ไม่ยอม กลับพูดจาน่ารังเกียจกับข้า สบประมาทการเล่นหมากล้อมของข้า ตอนนั้นข้าโมโหจนขาดสติไปชั่วขณะ ก็เลยเลือกวิธีการง่ายๆ เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ ดังนั้น ข้าไม่คิดว่าตัวเองเสียเปรียบด้านเหตุผล ถ้าเจ้าต้องการจะลงมือ ข้าก็ไม่มีทางนั่งรอความตาย”
“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว” ขณะที่พูด สาวน้อยชุดแดงก็ยกมือกุมด้ามดาบอีกครั้ง “ที่ข้ายอมอธิบายให้เจ้าฟัง ก็เพื่อให้เจ้าตายอย่างกระจ่างก็เท่านั้นเอง…
…แต่เจ้าก็อย่ากังวลเกินไปนัก” สาวน้อยชุดแดงยิ้มบางๆ แล้วพูดต่อไปว่า “เจ้าฆ่าพี่ชายข้าหนึ่งครั้ง ข้าก็จะฆ่าเจ้าหนึ่งครั้งเช่นกัน ไม่เคยคิดสิ้นปลืองเวลามาไล่ฆ่าเจ้าจนเลเวลเหลือศูนย์”
“ในฐานะที่ทำอาชีพโจมตีระยะไกล ตอนนี้เจ้าดึงระยะห่างกับข้าให้ได้มากที่สุดได้เลย อีกสามวินาทีข้าจะลงมือ”
“หนึ่ง!”
บทที่ 78
“อย่าจองหองพองขนเกินไปนักเลย!”
สำหรับท่าทีจองหองของสาวน้อยชุดแดงที่ไม่เห็นทุกคนอยู่ในสายตา เฟยอวี๋แอบรู้สึกไม่พอใจมานานแล้ว พอตอนนี้เห็นนางเล่นนับถอยหลังเข้าสู่ความตายอะไรนี่อีก ในที่สุดก็อดไม่ไหวแล้ว
เมื่อใช้พลัง ดาบปักวสันต์ก็ปรากฏอยู่ในฝ่ามือของเขา ร่างกายเดินตามดาบไป ใช้ท่าผ่าเขาหัวซานฟันแสกหน้าไปทางสาวน้อยชุดแดงอย่างรวดเร็วฉับไว
ส่วนสาวน้อยชุดแดงก็พูดจริงทำจริง นางลงมือหลังจากนับถึงสามวินาที ไม่มีท่าทีว่าจะลงมือล่วงหน้าเลยจริงๆ
ขณะมองท่าไม้ตายมาเยือน นางก็เพียงขยับเท้าไปด้านข้างเล็กน้อย หลบดาบที่รวดเร็วปานสายฟ้าของเฟยอวี๋ได้พอดิบพอดี
คมดาบที่เยียบเย็นแทบจะฟันเฉียดผ่านนางไปหนึ่งองศา ห่างกันแค่นิดเดียว
เมื่อหลบหลีกคมดาบที่น่าหวาดเสียวของของเฟยอวี๋ได้ บนใบหน้าสาวน้อยชุดแดงก็ยังสงบราวกับน้ำนิ่ง ส่วนปากก็นับเลขออกมาเบาๆ “สอง!”
เมื่อเห็นฉากนี้ แม้แต่เยี่ยเว่ยหมิงก็อดขมวดคิ้วไม่ได้เช่นกัน
ท่าดาบของเฟยอวี๋ก่อนหน้านี้ตรงไปตรงมามาก ยิ่งไม่ใช้การเปลี่ยนแปลงท่าในตอนหลัง
อยากจะหลบดาบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เยี่ยเว่ยหมิงถามตัวเองแล้ว พบว่าทำได้เหมือนกัน แต่เขาไม่อาจทำได้อย่างสบายๆ เหมือนสาวน้อยชุดแดงแน่นอน ยิ่งไม่มีความมั่นใจพอที่จะหลบท่าไม้ตายที่ต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ของอีกฝ่ายเมื่ออยู่ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ได้เลย!
ในเมื่อสาวน้อยชุดแดงหลบหลีกได้ยอดเยี่ยมเยี่ยมขนาดนี้ ก็แสดงว่านางไม่ใช่มือใหม่อย่างที่ตัวเองคิดแน่นอน
บางทีแม้แต่เรื่องที่เยี่ยเว่ยหมิงไม่มีทางทำได้ แต่นางมีความมั่นใจว่าจะทำได้อย่างนั้นหรือ
“สมน้ำหน้า!”
สาวน้อยชุดแดงแสดงท่าทีดูถูกโดยไม่ปิดบังเลยสักนิด ทำให้เฟยอวี๋รู้สึกถึงความอัปยศอดสูอย่างใหญ่หลวง
หลังจากคว้าน้ำเหลวไปหนึ่งดาบ เขาก็พลิกข้อมือ ดาบปักวสันต์เปลี่ยนจากฟันเป็นกวาด กวาดไปทางเอวของสาวน้อยชุดแดง
เนื่องจากดาบในมือเขาอยู่ใกล้กับสาวน้อยชุดแดงมาก ดังนั้นความเร็วของดาบนี้จึงเร็วจนน่าตกใจ ไม่ยอมให้อีกฝ่ายมีเวลาไหวตัวเลยแม้แต่น้อย
ทว่าสาวน้อยชุดแดงกลับคาดเดากระบวนท่าในตอนหลังของเขาได้ตั้งนานแล้ว ตอนที่หลบดาบแรกของเขาที่ฟันมาทางตรง นางก็ออกแรงเท้าถลันถอยหลัง ยังคงหลบดาบที่สองของเฟยอวี๋ได้อย่างหวุดหวิดเหมือนเดิม
ที่จริงวิชาดาบที่เฟยอวี๋เรียนมานั้นยอดเยี่ยม ความล้ำด้านกระบวนท่าไม่ได้ด้อยไปกว่า ‘เคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ ของเยี่ยเว่ยหมิงเลย แม้อีกฝ่ายจะถอยหลังหลบได้สองดาบ แต่กระบวนท่าตอนหลังกลับต่อเนื่องไม่หยุด รวดเร็วขึ้นดาบแล้วดาบเล่า ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที ก็รัวดาบใส่สาวน้อยชุดแดงคนนี้ต่อเนื่องเจ็ดดาบแล้ว!
ทว่าเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่เฟยอวี๋เป็นฝ่ายรุกโดยสมบูรณ์ สาวน้อยชุดแดงยังคงกุมด้ามดาบเอาไว้ ไม่โจมตีและไม่ป้องกัน เพียงหลบหลีกเจ็ดดาบที่ต่อเนื่องของเขาอย่างผ่อนคลายเท่านั้น!
ชั่วประเดี๋ยวเดียว เวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งวินาที สาวน้อยชุดแดงนับเลขลำดับต่อไปออกมาแล้ว “สาม!”
แกร๊ง!
เมื่อสิ้นเสียงนี้ ดาบวิเศษที่อยู่ข้างหลังก็ออกจากฝักแล้ว เห็นเพียงแสงสะท้อนคมดาบวับวาบ คมดาบฟันตรงไปยังพื้นที่ว่างระหว่างนางกับเฟยอวี๋
เป็นการโจมตีที่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ จุดที่ดาบลงสุดแสนจะแปลกประหลาด แต่กลับได้ผลลัพธ์อันน่าทึ่งไร้ที่เปรียบ
เดิมทีหลังจากผ่านไปเจ็ดดาบแล้ว ดาบที่แปดของเฟยอวี๋ก็ตามออกมาติดๆ แทงตรงไปยังหัวใจของสาวน้อยชุดแดง และก็เป็นเพราะการแทงดาบนี้ ทำให้ตัวเองส่งข้อมือไปเจอกับดาบวิเศษในมือสาวน้อย จึงถูกอีกฝ่ายฟันเข้าอย่างจัง
คมดาบปาดผ่านบนข้อมือของเฟยอวี๋ราวกับไร้อุปสรรค ตามด้วยเลือดสดสาดกระจายสายหนึ่ง เหนือศีรษะของเฟยอวี๋ปรากฏตัวเลขสีแดงสดทันที
-835!
โจมตีแค่ดาบเดียวเท่านั้น ก็ทำให้เฟยอวี๋ที่เดิมทีค่าพลังชีวิตเต็มแถบลดลงไปเกินครึ่งแล้ว!
ในขณะเดียวกันนี้เอง นอกจากดาเมจแล้วยังเกิดผลเส้นเอ็นขาดตรงจุดสำคัญอีกด้วย เมื่ออยู่ภายใต้สถานะพิเศษนี้ เฟยอวี๋รู้สึกเพียงชาไปทั้งข้อมือ ดาบปักวสันต์หลุดมือปักลงพื้นแล้ว ส่งเสียงดังชัดเจนหลังจากกระแทกกับพื้นหินสีเขียว
หนึ่งดาบ!
สาวน้อยชุดแดงโจมตีเพียงดาบเดียว ก็ทำให้เฟยอวี๋อาวุธหลุดมือแล้ว ความสามารถที่น่ากลัวระดับนี้ เกรงว่าแม้แต่อวี๋ชางไห่ เจ้าสำนักชิงเฉิงที่สู้ด้วยก่อนหน้านี้ก็คงสู้ไหวกระมัง
หลังจากโจมตีสำเร็จหนึ่งครั้ง สาวน้อยชุดแดงก็ถือโอกาสถีบออกมาหนึ่งที ถีบโดนตรงหว่างหน้าอกและท้องของเฟยอวี๋พอดี ทำให้ผู้แข็งแกร่งอันดับสองในบรรดาผู้เล่นสำนักมือปราบเทพท่านนี้กระเด็นถอยหลังออกไป ร่างล้มเข้าไปในร้านค้าร้านหนึ่งริมถนนพอดี ทำให้ร้านพังระเนระนาด
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!…
แค่ชั่วพบหน้ากัน เฟยอวี๋ก็ถูกอีกฝ่ายเล่นงานจนล้มแล้ว แทบจะเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของทุกคน
แต่ในฐานะผู้เล่นเกมออนไลน์ที่คุณวุฒิสูงคนหนึ่ง ถังซานไฉ่กลับไม่ปล่อยให้ความตกตะลึงนี้กระทบต่อการเคลื่อนไหวของตัวเอง
ตอนนี้เขาถอยหลังออกไปไกลแล้ว ขณะเดียวกันก็โบกมือสองข้างไม่หยุด อาวุธลับสิบกว่าชิ้นยิงออกจากสองมือของเขาอย่างต่อเนื่อง ปกคลุมจุดสำคัญรอบกายสาวน้อยชุดแดง ในนั้นมีตะปูเจ็ดดาวหนึ่งเล่ม เข็มปากยุงสองเล่ม และเข็มกษิติครรภ์สามเล่ม กล่าวได้ว่า พอลงมือก็ใช้ทักษะที่ตัวเองถนัดเลย
ทว่ายามเผชิญหน้ากับการโจมตีอันหนาแน่นน่ากลัวขนาดนี้ของถังซานไฉ่ สาวน้อยชุดแดงกลับโซเซเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งตัวราวกับเปลี่ยนเป็นล่องหน อาศัยการเปลี่ยนท่าร่างอันแปลกประหลาดนี้ ก็หลบหลีกอาวุธลับทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย บรรยายไม่ถูกเลยว่าท่วงท่าสง่างามขนาดไหน
จากนั้นพอนางโน้มตัวอีกครั้ง ก็เตรียมจะลอดผ่านเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยไปหาถังซานไฉ่โดยตรง
“กวาดหิมะต้มชา!”
แม้จะว่ากันตามเหตุผล อีกฝ่ายก็มีเหตุผลให้มาคิดบัญชีกับถังซานไฉ่จริงๆ แต่จากความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนร่วมงานแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงก็ไม่อาจทนดูเขาถูกสาวน้อยชุดแดงที่ดุดันพิลึกคนนี้ฟันตายเช่นกัน
หลังจากส่งเสียงทักทายแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยก็ลงมือพร้อมกัน ใช้เอฟเฟ็กต์กระบี่คู่ผนึกรวมของเคล็ดกระบี่ดรุณีหยกใจพิสุทธิ์ กระบี่วิเศษสองเล่ม เล่มหนึ่งกวาดในแนวขวาง เล่มหนึ่งแทงขึ้นในแนวเฉียง ชั่วพริบตาเดียวก็ปิดทางถอยทั้งหมดของสาวน้อยชุดแดงแล้ว
เมื่อสาวน้อยชุดแดงเห็นดังนั้น ดวงตากลมโตที่ดูเฉลียวฉลาดกลับฉายประกายฉับพลัน จากนั้นถอยหลังหนึ่งก้าว ในขณะที่ทั้งสองนึกว่านางเตรียมจะถอยหลัง นางกลับฟันออกมาหนึ่งดาบอย่างฉับพลัน ชั่วพริบตาที่กระบี่วิเศษสองเล่มไขว้กันเป็นรูปกากบาท คมดาบก็ฟันไปตรงจุดที่รวมกันพอดี
แกร๊ง!
ตามด้วยเสียงดังชัดใสก้องทั้งถนน เยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยรู้สึกถึงลมปราณที่หน่วงหนืดพร้อมกัน กำลังภายในที่รวมเป็นหนึ่งเดียวกันเมื่อใช้เคล็ดกระบี่ดรุณีหยกใจพิสุทธิ์ ไม่น่าเชื่อว่าจะถูกนางฟันให้แตกซ่านด้วยดาบเดียวแล้ว!
นี่มัน…เป็นไปได้อย่างไรกัน!
ไม่สนใจว่าสองคนที่ถูกทำลายกระบวนท่าจะตกตะลึงอย่างไร การโจมตีของสาวน้อยชุดแดงกลับไม่หยุดพักแม้แต่น้อย
หลังจากฟันโจมตีปราณแท้ของทั้งสองขาดช่วงอย่างต่อเนื่อง มือก็ใช้งานจนพลังอ่อนแรงแล้วเช่นกัน นางจึงพลิกตัวทันที เปลี่ยนเป็นท่าพุ่งเอาศีรษะลง ตามด้วยแยกขาสองข้าง กางขาเป็นมุมร้อยแปดสิบองศา แล้วสองเท้าขาวดุจหยกที่สวมรองเท้าจอมยุทธ์สีแดงก็ถีบไปที่หน้าผากของทั้งสอง
เนื่องจากกระบี่วิเศษของทั้งสองถูกดาบยาวของอีกฝ่ายยับยั้งไว้ ในขณะที่ลนลานจึงทำได้เพียงยกมือต้านไว้
ตอนนี้ต้านได้แล้ว หลังจากมีเสียงหนักทึบดัง ตุบ! สองครั้ง ก็ถูกตัดสินแล้วว่าต้านการโจมตีนี้สำเร็จ ทั้งสองถึงขั้นไม่ถูกหักค่าพลังชีวิตด้วย
แม้จะดันทุรังรับการโจมตีนี้ของสาวน้อยชุดแดงได้แล้ว แต่พวกเขาก็ถูกพลังเท้าอันแข็งแกร่งของอีกฝ่ายทำให้สะเทือนจนถอยหลังไปสามก้าวเช่นกัน
ส่วนสาวน้อยชุดแดงคนนั้น อาศัยพลังดีดกลับของเท้า ร่างกายจึงพุ่งไปหาถังซานไฉ่ราวกับผีพุ่งไต้ พอนางตวัดคมดาบ อาวุธลับที่ถังซานไฉ่โจมตีใส่นาง ไม่ว่าจะเป็นที่ลับหรือที่แจ้ง ก็ถูกนางกวาดร่วงทั้งหมดแล้ว
จากนั้นก็เห็นดาบวิเศษในมือนางกวาดหนึ่งทีและฟันหนึ่งที ถูกแขนขวาและลำคอของถังซานไฉ่อย่างแม่นยำ
-834!
-1818!
ถังซานไฉ่ผู้น่าสงสารกลายเป็นแสงสีขาวหายไปในชั่วพริบตาเดียว ไปเจอกับซานเย่ว์ที่จุดฟื้นชีพแล้ว
ปลิดชีพ!
บทที่ 79
สุดท้ายถังซานไฉ่ก็ยังตายอยู่ดี เขาที่รอดผ่านเงื้อมมืออวี๋ชางไห่ BOSS เลเวลสี่สิบที่ถูกปรับให้อ่อนแอลงเมื่ออยู่ในโหมดภารกิจ สุดท้ายกลับตายอยู่ภายใต้ดาบของผู้เล่นคนหนึ่ง
อย่าบอกนะว่าเป็นเพราะตั้งชื่อได้อัปมงคลเกินไป ดังนั้นทุกครั้งที่ถูกท้าสู้จากคนที่เลเวลสูงกว่า ก็จะต้องลงหลุมศพเป็นเพื่อน BOSS?
อาจจะลงหลุมศพเป็นเพื่อนสายไปหน่อย แต่ไม่มีทางขาดประชุมแน่นอน?
แต่ตอนนี้เยี่ยเว่ยหมิงกลับไม่มีอารมณ์ไปแขวะชะตากรรมของถังซานไฉ่แล้ว เพราะตัวเขาเองก็ยังไม่หลุดพ้นจากอันตรายเช่นกัน!
ก่อนที่จะลงมือ ไม่ว่าใครก็นึกไม่ถึงว่าผู้หญงคนนี้จะเหี้ยมหาญขนาดนี้!
ตอนนี้นางกำจัดถังซานไฉ่ทิ้งเหมือนที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เช่นนั้นในขั้นต่อไป นางจะจากไปหรือจะสู้ให้ถึงที่สุด กำจัดสมาชิกในทีมของสำนักมือปราบเทพให้หมดหรือไม่กันแน่ ก็ไม่มีใครรู้ทั้งนั้น
‘สำนักคุ้มภัยฝูเวย’ ในฐานะที่เป็นภารกิจทีมขนาดใหญ่ระดับหกดาว ตราบใดที่ไม่ถูกกำจัดยกทีม ภารกิจก็ถือว่าไม่ล้มเหลว ตอนนี้โหยวโหยวเข้าไปอยู่ในการคุ้มภัยของสำนักคุ้มภัยทงเทียน ตามหลักแล้วไม่น่าจะเกิดเหตุไม่คาดคิดอะไร
แต่ในสถานการณ์อย่างนี้ ใครจะรับประกันได้ล่ะ?
เพื่อป้องกันไม่ให้ทีมถูกกำจัด เพื่อรับประกันว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จราบรื่นได้ในระดับสูงสุด และเพื่อรับประกันผลลัพธ์อันราบรื่นไว้ในมือ เยี่ยเว่ยหมิงตัดสินใจเอาตัวเข้าไปเสี่ยงอันตราย ขณะที่ถ่วงเวลาผู้หญิงคนนี้ไว้ ก็ต้องทำให้นางได้เปิดหูเปิดตากับสิ่งที่เรียกว่า ‘คนโหดเวอร์ชั่นอัปเกรด’ สักหน่อย!
ขณะเห็นสาวน้อยชุดแดงหันตัวกลับมาช้าๆ หลังจากกำจัดถังซานไฉ่ทิ้งแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงก็ส่งข้อความสองรายการในช่องทีมอย่างแนบเนียนช่องทีม
เยี่ยเว่ยหมิง [เฟยอวี๋รีบถอย]
เยี่ยเว่ยหมิง [สะพานสวรรค์น้อย ข้าใช้ ‘อักษรชิงเก้าโหล’ เป็นของค้ำประกัน นำชุดเต๋าปากว้ามาแลกกับข้า! จากนั้นเจ้าก็หนีไปได้เลย แต่อย่าไปเส้นทางเดียวกับเฟยอวี๋ พวกเราต้องปกป้องผู้รอดชีวิตฝั่งตัวเองให้ได้มากที่สุด เน้นตัวบุคคลเป็นหลัก! ส่วนผู้หญิงคนนี้ ให้ข้าจัดการเอง!]
เฟยอวี๋ไม่ได้ตอบอะไร ส่วนสะพานสวรรค์น้อยตอบอยู่ในช่องทีมว่า [ไม่ต้องใช้ของรับประกันหรอก] จากนั้นเป็นฝ่ายส่งคำขอซื้อขาย ส่งชุดเต๋าปากว้าให้เยี่ยเว่ยหมิงแล้ว
และในตอนนี้ ดวงตากลมโตของสาวน้อยชุดแดงก็มองบนตัวเยี่ยเว่ยหมิงอย่างสนใจ หัวเราะคิกคักพร้อมบอกว่า “ดูจากท่าทางของเจ้า อย่าบอกนะว่าคิดจะลงมือกับข้าต่อ”
ขณะที่พูด สาวน้อยก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ดวงตางามที่เดิมทีปราดเปรียว ตอนนี้พลันฉายแววตื่นเต้นประหลาดใจราวกับได้พบเจอของเล่นที่น่าสนใจ “อย่าบอกนะว่า เจ้ายังมีสุดยอดวิชาล้ำค่าอะไรที่ร้ายกาจกว่า ‘กระบี่คู่ผนึกรวม’ แล้วยังไม่ได้เปิดเผยออกมา”
“รีบแสดงทักษะเฉพาะตัวของเจ้าออกมา ให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาสักหน่อย!”
ในตอนนี้ สะพานสวรรค์น้อยที่ส่งอุปกรณ์ให้เยี่ยเว่ยหมิงก็ได้ใช้ท่าร่างหนีไปไกลแล้ว หลังจากเก็บดาบปักวสันต์ที่เฟยอวี๋ทำหลุดมือไว้ก่อนหน้านี้ นางก็หันกลับมามองเยี่ยเว่ยหมิงอย่างเป็นห่วงแวบหนึ่ง เสร็จแล้วถึงได้หนีเข้าไปในซอยที่อยู่เส้นทางตรงกันข้ามกับเฟยอวี๋ อ้อมไปเจอกับโหยวโหยวแล้ว
เมื่อรู้สึกได้ว่าเพื่อนร่วมทีมสองคนหนีไปหมดแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงที่เดิมทีรู้สึกตึงเครียดก็ผ่อนคลายลงทันที เขาโบกมือเปลี่ยนใส่อุปกรณ์คุณภาพทองคำอย่างชุดเต๋าปากว้าแทนชุดเฟยอวี๋ เมื่อสวมใส่แล้วก็นำเนื้อหมาป่าย่างออกมาชิ้นหนึ่ง หลังจากกัดไปคำหนึ่งแล้วก็เก็บไว้ ก่อนจะกล่าวอย่างสุขุมว่า “ข้าจะทำให้เจ้าสมปรารถนา!”
ขณะเห็นเยี่ยเว่ยหมิงเปลี่ยนอุปกรณ์ ทั้งยังกินเนื้อย่างอีก สาวน้อยชุดแดงก็เผยสีหน้าระแวงสงสัยอย่างอดไม่ได้ “ถ้าคิดว่าอาศัยอุปกรณ์กับของกินมาเพิ่มค่าสเตตัสชั่วรคราวแล้วจะสู้ชนะข้าได้ เช่นนั้นก็น่าผิดหวังจริงๆ”
“อย่างนั้นหรือ”
เยี่ยเว่ยหมิงที่ในใจไม่มีความเกรงกลัวอีก ตอนนี้เริ่มรู้สึกฮึกเหิมเลือดเดือดแล้วเช่นกัน
ต้องบอกเลยว่า การได้สู้แบบเต็มฝีมือกับคู่ต่อสู้ระดับสาวน้อยชุดแดงนั้น เป็นเรื่องที่ถึงอกถึงใจจริงๆ
เมื่อเตรียมตัวทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงก็พลันฮึกเหิม เขาใช้วิธีการอันคุ้นเคยเหมือนอย่างตอนที่สู้กับ BOSS ก่อนหน้านี้ ขณะที่มือซ้ายงอนิ้วคำนวณ เขาก็ตะโกนใส่สาวน้อยชุดแดงว่า “เจ้าเข้ามาสิ!”
สัมผัสได้ถึงอันตรายรุนแรงที่มาพร้อมไท้ซัวเป็นไฉน สีหน้าทะเล้นของสาวน้อยชุดแดงพลันค้างนิ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ไท้ซัวเป็นไฉน ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะใช้เคล็ดจิตนี้ได้อย่างสบายๆ มองดาบ!”
ยามเผชิญกับภัยคุกคามของไท้ซัวเป็นไฉน ต่อให้เป็นคนที่มั่นใจในตัวเองอย่างสาวน้อยชุดแดง แต่ก็ไม่กล้าปล่อยให้เขาคำนวณอย่างสงบใจได้จนจบอยู่ดี นางจึงใช้ท่าร่างให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ร่างกายอรชรอ้อนแอ้นราวกับกลายเป็นเงามายาสีแดงสายหนึ่ง ชั่วพริบตาเดียวก็พุ่งไปตรงหน้าเยี่ยเว่ยหมิงแล้ว พอยกดาบขึ้น ก็ใช้กระบวนท่า ‘ผ่าเขาหัวซาน’ ฟันลงมา!
นางไม่ได้หวังมากว่าดาบนี้จะแม่นยำ แต่นางกลับมีความมั่นใจ ว่าจะขัดจังหวะการคำนวณของเยี่ยเว่ยหมิงได้แน่นอน
เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว!
ขอเพียงขัดจังหวะการใช้เคล็ดจิตไท้ซัวเป็นไฉนได้ นางก็ไม่เชื่อหรอกว่าเยี่ยเว่ยหมิงยังจะมีวิธีการอะไรที่สร้างภัยคุกคามต่อนางได้อีก
ทว่า ยามเผชิญหน้ากับดาบของสาวน้อยชุดแดงที่ฟันแสกหน้าเข้ามา เยี่ยเว่ยหมิงก็พลันยกแขนขึ้นโดยไม่หลบหลีก ขณะเดียวกันก็ใช้พลังภายในให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ไม่น่าเชื่อว่าบนแขนจะเกิดเกราะพลังชี่ที่เห็นรางๆ หนึ่งชั้น!
เดิมที ด้วยกำลังภายในที่น้อยนิดจนน่าสงสารของบรรดาผู้เล่นในปัจจุบัน ไม่มีทางใช้เกราะพลังชี่อะไรนั่นได้เลย
แต่ด้วยค่าสเตตัสที่เพิ่มขึ้นจากอุปกรณ์คุณภาพทองคำอย่างชุดเต๋าปากว้า กลับเพิ่มขีดจำกัดกำลังภายในสูงสุดหนึ่งพันแต้มให้เยี่ยเว่ยหมิงแล้ว ทำให้กำลังภายในของเขาเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัว
กำลังภายในที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ เพียงพอที่จะทำให้เยี่ยเว่ยหมิงใช้เกราะปราณแท้ได้ครั้งสองครั้งภายในเวลาสั้นๆ
กระบวนท่านี้ของเยี่ยเว่ยหมิงเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป กะทันหันเกิดไป และเหนือความคาดหมายเกินไปเช่นกัน
สาวน้อยชุดแดงยังไม่ทันหายตกตะลึง ดาบวิเศษในมือก็ฟันบนแขนของเขาแล้ว
ฉึก!
-214!
ดาบนี้ของสาวน้อยชุดแดงถูกเกราะปราณแท้ของเยี่ยเว่ยหมิงต้านและทำลายไปแล้วเกินครึ่ง กอปรกับพลังป้องกันหนึ่งร้อยแต้มจากชุดเต๋าปากว้า ทำให้ลดพลังโจมตีที่เคยพรากพลังชีวิตของเฟยอวี๋ไปได้เกินครึ่ง สร้างดาเมจให้เยี่ยเว่ยหมิงได้เพียงสองร้อยสิบสี่แต้มเท่านั้น ถึงขั้นโจมตีให้เกิดผลเส้นเอ็นขาดไม่ได้ด้วย!
แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ การโจมตีนี้ก็ยังทำให้เยี่ยเว่ยหมิงเจ็บจนขมวดคิ้วเล็กน้อยอยู่ดี
ไม่ผิดหรอก!
หลังจากคุยกับโหยวโหยวครั้งนั้น ยามปกติเยี่ยเว่ยหมิงก็ต่อสู้โดยเปิดโหมดความรู้สึกเจ็บปวดไว้เสมอ
อย่างไรเสียก็มีโบนัสกำไรตั้งยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาก็เสียของน่ะสิ!
เยี่ยเว่ยหมิงข่มความรู้สึกเจ็บปวดทะลุหัวใจบนแขนเอาไว้ แทนที่จะถอยกลับบุก หลังจากกรอกกำลังภายในใส่กระบี่ชิงจู๋บนมือขวาแล้ว ก็พลันแทงออกมาหนึ่งที แทงตรงไปยังหัวใจของสาวน้อยชุดแดง
ไซซีกุมดวงใจ!
สาวน้อยชุดแดงเห็นแล้วตกใจมาก นางทำได้เพียงบิดร่างงามขณะลนลาน หลบจุดสำคัญตรงหัวใจได้ แต่กลับถูกกระบี่ชิงจู๋แทงจนเป็นแผลใต้ซี่โครง
-1266!
ถูกพิษ!
เป็นดาเมจธรรมดาเช่นกัน แต่ค่าพลังชีวิตของสาวน้อยชุดแดงกลับหายไปแล้วสามในสี่ส่วน!
ทั้งยังทำให้นางถูกพิษได้ด้วย!
สาวน้อยชุดแดงที่สาหัสเพราะกระบี่เดียวของเยี่ยเว่ยหมิงหน้าเขียวแล้ว ชั่วพริบตาเดียวก็ใช้ท่าร่างจนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ถอยออกจากขอบเขตการโจมตีของเยี่ยเว่ยหมิงไปไกล ก่อนจะด่าอย่างโมโหว่า “ถ้าเจ้าต่อสู้แบบนี้ในชีวิตจริง คงโดนคนฟันตายไปนานแล้ว! อย่างเจ้าเรียกว่าประลองกำลังวิชาประสาอะไรกัน เจ้ามันเป็นพวกใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกงจากกติกาเกมชัดๆ!”
บทที่ 80
“เล่นแง่? ก็ช่างสิ แค่เอาชนะเจ้าได้ก็พอแล้ว” เยี่ยเว่ยหมิงเอามือซ้ายไพล่หลังอย่างแนบเนียน อดทนไม่ให้ตัวเองแสดงท่าทางเจ็บปวดทรมาน แสร้งพูดอย่างสบายไร้กังวล “เข้ามาอีกสิ!”
ขณะที่พูด สองตาก็จ้องสาวน้อยชุดแดงตรงหน้าไม่ละไปไหน สองมือที่ไขว้หลังอยู่เริ่มงอนิ้วคำนวณอีกครั้ง
เมื่อสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามรุนแรงของเคล็ดจิตไท้ซัวเป็นไฉน สาวน้อยชุดแดงก็มีสีหน้าย่ำแย่ทันที
วิธีการต่อสู้ของเยี่ยเว่ยหมิงที่จริงแล้วป่าเถื่อนเรียบง่ายถึงขีดสุด เป็นวิธีการต่อสู้ป่าเถื่อนแบบเอาเลือดมาแลกเลือดเหมือนในช่วงแรกของการเล่นเกม
แต่ผู้เลิศล้ำอย่างสาวน้อยชุดแดง ยามเผชิญหน้ากับวิธีการต่อสู้แบบนี้ ไม่น่าเชื่อว่าจะหาหนทางรับมือไม่ได้แม้แต้น้อย
ขอเพียงนางไปโจมตีเยี่ยเว่ยหมิง เมื่อดาบวิเศษโจมตีโดนเขา ก็จะค้างไปครู่หนึ่งอย่างเลี่ยงได้ยาก ก็เหมือนเวลาดาบกระบี่ฟันโดนบนตัวศัตรูในชีวิตจริง ก็จะค้างอยู่บนเนื้อของอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน
แม้จะเป็นเพียงชั่วพริบตาเดียว แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เยี่ยเว่ยหมิงโจมตีกลับแบบรุนแรงถึงชีวิตได้
ด้วยพลังโจมตีของเยี่ยเว่ยหมิงตอนนี้ ถึงขั้นไม่จำเป็นต้องแทงโดนจุดสำคัญด้วยซ้ำ ต่อให้กระบี่เฉียดโดนผิวนางนิดหน่อย ก็เพียงพอที่จะทำให้ค่าพลังชีวิตที่เหลือของนางหมดลงโดยสิ้นเชิงแล้ว!
ถึงอย่างไรก็เป็นเกม ยังต้องคุยกันโดยอิงตัวเลขเป็นหลัก!
ถ้าเป็นผู้เล่นทั่วไปคนหนึ่ง นางก็ยังทดลองใช้เทคนิคเพื่อโจมตีอีกฝ่ายโดยที่ตัวเองไม่บาดเจ็บได้
แต่ความว่องไวและระดับทักษะที่เยี่ยเว่ยหมิงแสดงให้เห็นก่อนหน้านี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้อยู่ในขอบเขตที่นางจะเอาชนะได้เลย
ก่อนหน้านี้นางฟันทำลายเอฟเฟ็กต์กระบี่คู่ผนึกรวมของเยี่ยเว่ยหมิงกับสะพานสวรรค์น้อยได้ นั่นก็เป็นเพราะกระบี่คู่ผนึกรวมของทั้งสองเดิมทีก็มีข้อด้อยมากมายอยู่แล้ว และข้อด้อยเหล่านั้น อวี๋ชางไห่ที่ถูกปรับให้อ่อนแอลงเมื่ออยู่ในโหมดภารกิจก็ไม่มีทางหาพบ แต่ผู้เล่นที่ฝึกยุทธ์มาตั้งแต่เด็กกลับอาศัยพลังสายตาและการกระทำของตัวเองโจมตีทำลายได้
แต่วิธีการต่อสู้ที่แทบจะไร้หลักการเหตุผลของเยี่ยเหวยหมิงตอนนี้ กลับเหนือกว่ากระบวนการรับรู้ของอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง
ยามเผชิญหน้ากับกลยุทธ์แบบคนโหดเวอร์ชั่นอัปเกรดของเยี่ยเว่ยหมิง นอกเสียจากว่าค่าสเตตัสพื้นฐานด้านโจมตีและป้องกันจะข่มเขาได้เท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีทางแก้ปัญหาได้เลย!
ส่วนที่บอกว่าอาศัยท่าร่างวิ่งสู้กับเขา จากนั้นค่อยๆ วางแผนน่ะหรือ
นั่นก็ยิ่งเป็นเรื่องเหลวไหล!
แม้สาวน้อยชุดแดงจะอวดดีกับการกระทำของตัวเองมาก แต่ก็ไม่ได้อวดดีถึงขั้นคิดว่าตัวเองจะรับมือกับ ‘ไท้ซัวเป็นไฉน’ แบบซึ่งหน้าได้!
เมื่อได้ยินเยี่ยเว่ยหมิงท่องสูตรคูณพวก ‘สามเจ็ดยี่สิบเอ็ด สามแปดยี่สิบสี่’ ในที่สุดสาวน้อยชุดแดงก็ล้มเลิกความคิดที่จะสู้ตัดสินแพ้ชนะกับเขาแล้ว
นางกระทืบเท้าอย่างแรง แล้วแลบลิ้นใส่เยี่ยเว่ยหมิง “คนขี้โกงอย่างเจ้าน่ะ ทำเกินไปแล้วจริงๆ! แต่ถึงข้าจะสู้ไม่ชนะเจ้า แต่เจ้าก็เลิกคิดไปได้เลยว่าจะทำให้ข้าตาย ถ้าเก่งนักก็ตามข้ามาสิ! แบร่ๆ…”
พอพูดจบ ร่างกายนางก็กลายเป็นเงาเลือนสายหนึ่ง หลังจากขวักไขว่อยู่ท่ามกลางกลุ่มคนพักหนึ่ง ก็หายไปจากสายตาเยี่ยเว่ยหมิงแล้ว
[ติ๊ง! ฝ่ายตรงข้ามหลุดออกจากขอบเขตการคำนวณขนาดใหญ่แล้ว การเปิดใช้ไท้ซัวเป็นไฉนล้มเหลว!]
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบ ในที่สุดเยี่ยเว่ยหมิงก็โล่งอกแล้ว เมื่อควักยาจินฉวงมาตบบนบาดแผลที่แขนซ้าย เขาถึงได้รู้สึกว่าความเจ็บปวดบรรเทาลง
ทว่าเมื่ออยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่ใจว่าสาวน้อยชุดแดงจะย้อนกลับมาสังหารหรือไม่ เขากลับไม่กล้ายกเลิกโหมดความรู้สึกเจ็บ เนื่องจากกลยุทธ์คนโหดเวอร์ชั่นอัปเกรดของเขา จะต้องทำงานร่วมกับโหมดความรู้สึกเจ็บถึงจะแสดงผลแบบ ‘สกิลร่างคลั่ง'[1] ออกมาได้
ถ้าปิดโหมดความรู้สึกเจ็บ ชั่วพริบตาที่ร่างกายถูกโจมตีก็จะถูกควบคุมให้ถอยหลัง หลบหลีก หรือแสดงท่าทางต่างๆ ด้วยฝีมือของสาวน้อยชุดแดง หากอยากจะใช้กระบวนท่าต่อเนื่องเพื่อเอาชนะเขาในสถานการณ์เช่นนั้น ก็เหมือนจะไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ถึงอย่างไรก็ไม่ได้อยู่ในโหมดการต่อสู้ อาการบาดเจ็บฟื้นตัวเร็วมาก อดทนสักหน่อยเดียวก็ผ่านไปแล้ว
ยาจินฉวงแสดงผลเร็วมาก ใช้เวลาไม่นานเท่าไร เยี่ยเว่ยหมิงก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดบนร่างกายหายไปแล้ว แทนที่ด้วยความรู้สึกเย็นสบายอย่างที่บรรยายออกมาได้ยาก
ถึงอกถึงใจ!
ความรู้สึกสบายนี้ไม่ได้ออกมาจากร่างกาย แต่เป็นความรู้สึกสบายที่มาจากส่วนลึกของหัวใจ!
ผู้ฝึกยุทธ์ในโลกแห่งความจริงแล้วทำไม!
ยอดฝีมือฝืนลิขิตฟ้าแล้วอย่างไร!
เมื่ออยู่ใต้อานุภาพขั้นเทพของข้า ก็ยังต้องหนีจนฝุ่นมอมแมมเต็มหน้าไม่ใช่หรอกหรือ
รอยยิ้มบนใบหน้าสดใสไร้ที่เปรียบ ตอนที่เยี่ยเว่ยหมิงบอกข่าวนี้ให้เพื่อนร่วมทีมรู้ น้ำเสียงกลับถ่อมตัวมาก [สหายซานไฉ่ ขออภัยจริงๆ เด็กนั่นหนีเร็วมาก ข้าล้างแค้นให้เจ้าไม่สำเร็จ ขอโทษนะ! (ノ´д`)]
เฟยอวี๋ [เจ้าบอกว่าเจ้าโจมตีจนผู้หญิงคนนั้นหนีไปหรือ!]
เยี่ยเว่ยหมิง [เฮ้อ…วิชาตัวเบาของนางเหนือกว่าข้า ข้าตามไม่ทัน! o(TヘTo)]
ถังซานไฉ่ [สหายเยี่ย ขออภัยที่ข้าพูดตรงนะ ทำไมข้ารู้สึกว่าเจ้ากำลังขี้โม้]
สะพานสวรรค์คริสตัล [ขี้โม้ +1!]
เฟยอวี๋ [ขี้โม้ +2!]
เยี่ยเว่ยหมิง [(⊙ˍ⊙) พวกเจ้าดูออกหมดแล้วเหรอเนี่ย]
ถังซานไฉ่ [แปลกใหม่ขนาดนั้นเชียว แต่จะว่าไปแล้ว ข้าก็ไม่ได้คิดจะล้างแค้นนางให้ได้หรอก ตรงกันข้ามเลย ด้วยฝีมือของนาง หากเป็นไปได้ ข้ายินดีจะคบหานางเป็นสหายมาก]
เยี่ยเว่ยหมิง [สหายซานไฉ่ เจ้าเคยได้ยินเพลงโบราณที่ชื่อว่า ‘ดาบกระบี่ดุจความฝัน’ หรือเปล่า]
ถังซานไฉ่ [เคยสิ ทำไมหรือ]
เยี่ยเว่ยหมิง [ไม่มีอะไร ข้าก็แค่ลืมว่าท่อนแรกของเพลงนี้ร้องอย่างไร เจ้าพอจะจำเนื้อเพลงสองสามคำแรกได้หรือเปล่า]
ถังซานไฉ่ [หว่อเจี้ยน[2]!]
…
ถังซานไฉ่ [นี่เจ้ากำลังด่าข้าทางอ้อมหรือ! O(≧口≦)O]
สะพานสวรรค์คริสตัล [เลิกเถียงกันได้แล้ว พูดเรื่องจริงจังเถอะ ข้ารู้สึกว่าวิชาดาบกับวิชาตัวเบาที่นางใช้ เหมือนจะเป็นสุดยอดวิชาทั้งคู่เลย ไม่อย่างนั้นจะมีอานุภาพมากขนากนี้ได้อย่างไร! (⊙-⊙)]
เมื่อได้ยินดังนั้น ในช่องทีมตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง
สุดยอดวิชา!
ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงแรกของการเล่นเกม ทักษะเฉพาะตัวของผู้เล่นโดยทั่วไปมีเพียงทักษะยุทธ์ระดับต้นหนึ่งถึงสองวิชาเท่านั้น ใครที่ฝึกวิทยายุทธ์ระดับกลางได้นิดหน่อย ก็ถือเป็นยอดฝีมือเหนือยอดฝีมือแล้ว ยกตัวอย่างเช่นบางคนในทีมสำนักมือปราบเทพ หลายสถานการณ์ก็เป็นเช่นนี้
ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ การมีสุดยอดวิชาสองวิชามีความหมายว่าอะไร ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าจินตนาการ
สิ่งที่ทำให้ทุกคนไม่กล้าจินตนาการยิ่งกว่านั่นก็คือ คู่ต่อสู้อย่างนี้ เยี่ยเว่ยหมิงโจมตีจนนางแพ้ได้อย่างไรกันแน่
หลังจากช่องทีมตกอยู่ในความเงียบไปครึ่งนาที ในที่สุดเฟยอวี๋ก็ส่งข้อความทำลายความเงียบสงัดแล้ว [ท่าร่างของนางเป็นอย่างไรข้าไม่เห็น แต่วิชาดาบที่นางใช้ไม่ใช่สุดยอดวิชาอะไรแน่นอน แต่เป็นวิชาดาบระดับกลางที่ชื่อว่า ‘วิชาดาบตระกูลหู’ ╮(﹀_﹀)╭]
[จะเป็นไปได้อย่างไร!?] ×4
เฟยอวี๋ [ความจริงเป็นอย่างนั้น เพราะข้าก็ใช้ ‘วิชาดาบตระกูลหู’ เหมือนกัน ดังนั้นข้ามองไม่ผิดแน่ กระบวนท่าเดียวกัน เพียงแต่เลเวลเคล็ดวิชาของนางน่าจะสูงกว่าข้าเยอะ]
หากเลเวลของสกิลสูงมากพอ แม้จะเป็นเพียงวิทยายุทธ์ระดับกลาง แต่ก็แสดงประสิทธิภาพอันน่าหวาดกลัวออกมาได้เช่นกันอย่างนั้นหรือ
[สุดยอดวิชา?]
ขณะทุกคนกำลังตกตะลึงที่สาวน้อยชุดแดงมีวิชาดาบระดับกลาง แสดงประสิทธิภาพออกมาได้ขนาดนี้ โหยวโหยวที่เงียบมาตลอด สุดท้ายก็ส่งข้อความในช่องทีมแล้ว
ตอนที่เยี่ยเว่ยหมิงเตรียมให้ความรู้เรื่องเลเวลเคล็ดวิชาใน ‘วีรบุรุษนิรันดร์กาล’ กับนางสักหน่อย ข้อความของโหยวโหยวก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
[พูดถึงสุดยอดวิชา ที่จริงตอนนี้ในมือข้าก็มีอยู่เล่มหนึ่งเหมือนกัน ข้าเพิ่งได้มาตอนทำภารกิจ]
ทุกคนได้ยินแล้วตะลึง ส่วนโหยวโหยวก็ส่งลิงก์ไอเทมในช่องทีม [เคล็ดกระบี่พิชิตมาร]
[เคล็ดกระบี่พิชิตมาร (สุดยอดวิชา)]
สุดยอดวิชาไร้เทียมทานของหลินหย่วนถูแห่งสำนักคุ้มภัยฝูเวย หากต้องการฝึกจนได้ผลลัพธ์อัศจรรย์ ต้องโบกดาบเฉือนความเป็นชายทิ้ง!
เงื่อนไขการฝึก: เฉือนความเป็นชายทิ้ง!
[1] 霸体สกิลร่างคลั่งหรือสกิล Endure เมื่อถูกโจมตี แม้จะได้รับดาเมจ แต่ตัวละครจะไม่ถูกควบคุม จะไม่กระตุก ถอยหลัง หรือเคลื่อนไหวช้าลง
[2] หว่อเจี้ยน 我剑 แปลว่ากระบี่ของข้า พ้องเสียงกับคำว่า หว่อเจี้ยน 我贱 ที่แปลว่าข้าต่ำทราม