วันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2566

186-190

บทที่ 186
บัดซบ!

ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร!

ขณะมองตำราลับที่อยู่ในมือ เยี่ยเว่ยหมิงก็อดตัวสั่นไม่ได้

ถึงแม้เขาจะเคยคิดไว้นานแล้วว่าภารกิจ ‘ประลองยุทธ์เลือกคู่’ อาจจะมีรางวัลพิเศษ แต่กลับนึกไม่ถึงว่ารางวัลจะยอดเยี่ยมขณะนี้!

สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรเชียวนะ!

นี่เป็นสุดยอดวิชาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดใน ‘เกมวีรบุรุษนิรันดร์กาล’!

ต่อให้เป็นเพียงกระบวนท่าเดียว แต่ก็เป็นสุดยอดวิชาที่เป็นของแท้สมราคาอยู่ดี!

ที่จริงแล้ว ภารกิจ ‘ประลองยุทธ์เลือกคู่’ นี้เหมือนน้ำที่ลึกมาก แม้แต่เยี่ยเว่ยหมิงเองก็ไม่รู้เงื่อนไขของมันอย่างทะลุปรุโปร่งทั้งหมดเช่นกัน

ยกตัวอย่างเช่นรางวัลที่หงชีกงแจกตอนสุดท้าย ที่จริงอาจไม่ใช่ ‘สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ เสมอไป

และถ้าอยากได้ ‘สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ ก็ยังต้องเติมเต็มสองเงื่อนไขที่ซ่อนไว้

หนึ่งในนั้นก็คือ ในระหว่างทำภารกิจ ผู้เล่นแสดงความสามารถได้ยอดเยี่ยมมากพอ ต่อให้ทำไม่ได้ถึงระดับเยี่ยเว่ยหมิง แต่อย่างน้อยตอนสู้กับหวันเหยียนคัง ก็ต้องรับมือให้ได้สามนาทีเพื่อปลดล็อกภารกิจเนื้อเรื่องขั้นต่อไป แล้วก็สู้ชนะหยางคังตอนอยู่ในโหมดทีม ปลดล็อกเนื้อเรื่องตะลุมบอนได้โดยสมบูรณ์

เมื่อเติมเต็มเงื่อนไขสองข้อนี้ ผู้เล่นจะมีโอกาสได้รับ ‘สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ หนึ่งกระบวนท่า หรือไม่ก็ ‘เคล็ดฝ่ามือท่องสราญรมย์’ ที่เป็นวิทยายุทธ์ระดับกลางทั้งชุด

ตอนสุดท้ายของสุดท้าย ผู้เล่นจะได้รับหนึ่งในวิทยายุทธ์ใดกันแน่

นั่นก็ต้องดูเงื่อนไขลับข้อสุดท้ายแล้ว นั่นก็คือสิ่งที่มู่เนี่ยนฉือตั้งใจมาตีสนิทชวนเขาคุยก่อนหน้านี้ หงชีกงชอบกินอาหารอร่อย

เนื่องจากเขาแสดงความสามารถไปมากพอแล้วในภารกิจ ‘ประลองยุทธ์เลือกคู่’ ดังนั้นหลังจากกล่าวอำลามู่เนี่ยนฉือ เยี่ยเว่ยหมิงจะต้องเจอหงชีกงแน่นอน

ความแตกต่างก็ขึ้นอยู่กับว่า หากเขาหาอาหารอร่อยที่มีคุณภาพดีมากพอได้ภายในเวลาที่กำหนด เช่นนั้นเขาก็จะได้รับ ‘สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ หนึ่งกระบวนท่า

ในทางกลับกัน หงชีกงจะดันทุรังปรากฏตัวอีกหลังจากเลยเวลาที่กำหนด จากนั้นก็จะถ่ายทอด ‘เคล็ดฝ่ามือท่องสราญรมย์’ ให้เขา

การตั้งค่าหลายอย่างในนี้ ไม่ใช่ว่าอาศัยการอุปนัยทั้งหมดเพื่อสรุปออกมา ถึงอย่างไรเขาก็ทำภารกิจของมู่เนี่ยนฉือสำเร็จ การที่หงชีกงโผล่ออกมาแจกรางวัลภารกิจ เดิมทีก็เป็นตรรกะที่ไม่สมเหตุสมผลอยู่แล้ว

แต่มันดันสอดคล้องกับตรรกะของระบบมาก

ทำภารกิจสำเร็จ แต่คนแจกภารกิจไม่มีกำลังจ่ายมากพอ เช่นนั้นชดเชยให้จากทางอื่นก็สิ้นเรื่องแล้ว

พบกันโดยบังเอิญแบบนี้ ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลย!

และท่ามกลางความบังเอิญของผู้คนมากมาย หงชีกงก็เป็นเพียงคนเดียวที่มีเบาะแสเกี่ยวข้องกับมู่เนี่ยนฉือ

ดังนั้น นักออกแบบเกมจึงออกแบบภารกิจให้กลายเป็นอย่างนี้

แม้เยี่ยเว่ยหมิงหากุญแจสำคัญที่อยู่ในนั้นไม่ได้ แต่ทั้งหมดก็สอดคล้องกับหลักเหตุผลเช่นกัน ยังดีที่แม้เขาจะยังไม่ล่วงรู้กุญแจสำคัญที่ซ่อนอยู่ในนั้น แต่ความบังเอิญกลับทำให้เขาเติมเต็มเงื่อนไขข้อสุดท้ายที่จะทำให้ได้รับ ‘สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ แล้ว

ดังนั้น การที่เขาได้รับรางวัลสุดท้ายของภารกิจนี้ นอกจากอาศัยความสามารถและสติปัญญาของตัวเองแล้ว โชคชะตาก็มีส่วนอยู่บ้างไม่น้อย

หลังจากได้ตำราลับ เยี่ยเว่ยหมิงก็ไม่ได้คิดมากมายขนาดนั้น เขานั่งลงบนโขดหินก้อนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ จากนั้นเริ่มอ่านสุดยอดวิชาที่ไม่สมบูรณ์แผ่นนี้อย่างจริงจัง

เนื่องจากมีเพียงกระดาษแผ่นเดียว เยี่ยเว่ยหมิงจึงอ่านได้เร็วมาก ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็อ่านเนื้อหาที่อยู่บนกระดาษทั้งแผ่นจนหมดแล้ว

จากนั้น…

[ติ๊ง! คุณตั้งใจอ่านศึกษาตำราลับ ‘มังกรซ่อนกบดาน’ จนเข้าใจวิทยายุทธ์ระดับสูง ‘มังกรซ่อนกบดาน’ ได้รับค่าประสบการณ์ของ ‘มังกรซ่อนกบดาน’ 100 แต้ม]

[มังกรซ่อนกบดาน (ระดับสูง)]

หนึ่งในกระบวนท่าของสุดยอดวิชา ‘สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ รวบรวมพลังฝ่ามือไว้บนฝ่ามือโดยยังไม่ปล่อยออกมา แต่เมื่อศัตรูสัมผัสเมื่อไร กลับระเบิดอานุภาพอันน่าตกใจออกมาทันที!

เลเวล: 1

ค่าประสบการณ์: 100/200

ป้องกัน +50%

โจมตี +50%

แม่นยำ +50%

กำลังภายในที่ใช้: 320 แต้ม

……

ค่าสเตตัสดูไม่เลวเลย เพียงแต่ใช้กำลังภายในหนักไปหน่อย

ตอนตั้งใจจะทดลองประสิทธิภาพของฝ่ามือนี้ ก็เพิ่งจะพบว่าตัวเองวิ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้มาถึงตีนเขาแล้ว ห่างจากเขตฝึกอัปเลเวลเป็นระยะทางประมาณหนึ่ง ถ้าจะให้ย้อนกลับไปยุ่งยากเกินไป

พอมองซ้ายมองขวา เหมือนจะมี…ต้นไม้!

ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงมายืนอยู่ตรงหน้าต้นไม้ต้นเล็กที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นประมาณชามหนึ่งใบ ย่อเข่าลงแล้วผลักฝ่ามือออกไปหนึ่งครั้งอย่างแรง

ไม่มีปฏิกิริยาอะไรทั้งนั้น…

ในหัวใจของเยี่ยเว่ยหมิง เงียบเชียบราวกับเห็นอีกาบินผ่าน

เขาส่ายหน้าด้วยความจนใจ เป็นอย่างที่คาดไว้ นี่คือสกิลประเภทป้องกันและโจมตีกลับ ต้องเติมเต็มเงื่อนไขก่อนหรือเปล่า

แต่เนื่องจากเขาปลดล็อกการใช้ฝ่ามือนี้ไม่สำเร็จ ระบบจึงหักกำลังภายในของเขาไปเพียงหนึ่งส่วนสิบเท่านั้น นั่นก็คือสามสิบสองแต้ม ภายใต้การเสริมด้วยเอฟเฟ็กต์ ‘ชำระปราณ’ ของ ‘เคล็ดวิชาจักรวาล’ ระหว่างที่หายใจเข้าสองครั้งก็เติมกำลังภายในให้กลับมาเท่าเดิมแล้ว

หลังจากสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง เยี่ยเว่ยหมิงก็ก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว มาอยู่ตรงหน้าต้นไม้เล็กต้นนั้น แล้วย่อเข่าดันฝ่ามือออกมาหนึ่งครั้ง แต่ยังคงไม่มีการตอบสนองใดๆ

แต่ชั่วพริบตาที่ฝ่ามือของเขาสัมผัสต้นไม้ต้นเล็กนั่น

กรรร!…พรึ่บ!

ตามด้วยเสียงมังกรคำรามอันน่าตกใจ พลังฝ่ามือรูปมังกรแถวหนึ่งพ่นออกมาจากฝ่ามือของเขา ทำให้ต้นไม้เล็กตรงหน้าขาดครึ่งท่อน ท่อนบนของต้นไม้กระเด็นไปไกลมากก่อนจะตกลงพื้น

เป็นอย่างที่คาดไว้ เคล็ดลับสำคัญของ ‘มังกรซ่อนกบดาน’ ขึ้นอยู่กับตัวอักษร ‘ซ่อน’ อย่างนั้นหรือ

ตอนที่ยังไม่สัมผัสก็ดูธรรมดา งุ่มง่ามเรากับชายแก่ดันรถ แต่เมื่อเจอการโจมตี กลับปล่อยพลังโจมตีกลับอันสะเทือนฟ้าสะเทือนดินทันที

ถ้าเป็นแบบนี้ แสดงว่าเคล็ดฝ่ามือนี้ก็เหมาะสมกับตัวเองมาก!

นำมาใช้วางอุบายทำร้ายคนอื่นได้!

เยี่ยเว่ยหมิงสูดหายใจอย่างตกตะลึงเฮือกหนึ่ง แล้วเก็บฝ่ามือกลับมาช้าๆ ในหัวกลับจินตนาการถึงท่าทางมากมายนับไม่ถ้วนตอนที่ตัวเองใช้ ‘มังกรซ่อนกบดาน’ ต่อสู้ ทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าทันที

และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ หากจะฝึกเคล็ดวิชานี้ ค่าประสบการณ์ที่ใช้ก็น้อยจนน่าตกใจ!

อัปจากเลเวลหนึ่งเป็นเลเวลสอง ก็ใช้ค่าประสบการณ์เพียงสองร้อยแต้มเท่านั้น เหมือนกับวิชาตัวเบาระดับต้นอย่าง ‘แปดก้าวไล่ทันคางคก’ ไม่มีผิด

ต้องรู้ไว้ว่า นี่เป็นเศษเสี้ยวของสุดยอดวิชา!

เดี๋ยวก่อนนะ!

เศษเสี้ยวของสุดยอดวิชา…นับอย่างนี้ก็เหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร

เป็นไปตามความหมายของชื่อ ‘สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ ฉบับสมบูรณ์ควรจะมีสิบแปดกระบวนท่า หากทุกกระบวนท่าล้วนต้องใช้ค่าประสบการณ์ของเคล็ดวิชาระบบสูงมาเพื่ออัปเลเวล เช่นนั้นความยากในการอัปเลเวลของมันก็จะฟังดูน่ากลัวไปหน่อย

ไม่ต้องพูดมากแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงนำ ‘ตระหนักรู้อาวุธยาว’ ที่ดรอปได้จากการคลำศพโหวทงไห่ออกมา เตรียมจะอ่านศึกษาตอนนี้เสียเลย

ที่จริงแล้ว นอกจากตำราลับตระหนักรู้เล่มนี้ เขายังมี ‘ตระหนักรู้กำลังภายใน’ หนึ่งเล่ม และ ‘ตระหนักรู้วิชาตัวเบา’ หนึ่งเล่มที่ดรอปจากตัวโหวทงไห่อีก แต่สองวิชานั้นมีเป้าหมายในการอัปเลเวลตามกำหนดอยู่แล้ว มีเพียงวิชาอาวุธยาวที่เขาไม่เคยเรียนมาก่อน หรือไม่ก็อาจใช้การเรียนรู้ผ่านเรื่องทำนองเดียวกันจากเคล็ดวิชาฝ่ามือได้

ทว่า ไม่ทันรอให้เขาเปิดดูตำราลับ จู่ๆ กลับได้ยินเสียงคำรามอันเกรี้ยวกราดดังมาจากทางเมืองเทียนจิน “เยี่ยเว่ยหมิง! ฮ่าๆ…ในที่สุดข้าก็หาเจ้าพบแล้ว!”

“ตอนแรกเจ้าสังหารศิษย์น้องของข้า แล้วยังทำร้ายท่านอ๋องน้อยของข้าตายอีก วันนี้ข้าพบตัวเจ้า ก็เท่ากับเป็นวันตายของเจ้าแล้ว!”

เยี่ยเว่ยหมิงหันขวับไปมอง เห็นคนหน้าตาดุร้ายที่บนศีรษะไม่มีผมสักเส้น สองตาแดงก่ำ ลูกตาแทบจะถลนออกมา ในมือกำลังถือทวนเถี่ยเจียง[1]ขนาดใหญ่ เขาคือหนึ่งในห้ายอดฝีมือแห่งจวนอ๋องจ้าว ฉายาพญามังกรประตูปีศาจ…ซาทงเทียน!

[1] ทวนเถี่ยเจียง เป็นทวนเหล็กประเภทหนึ่ง มีด้ามยาวและใบมีดกว้าง
บทที่ 187
เยี่ยเว่ยหมิงเห็นแล้วตกใจ รีบมองไปบนเหนือศีรษะของซาทงเทียน

[ซาทงเทียน]

หนึ่งในห้ายอดฝีมือจวนอ๋องจ้าว ฉายาพญามังกรประตูปีศาจ ก่อกรรมทำชั่วไว้มากมาย

เลเวล: 55

พลังชีวิต: 135000/135000

กำลังภายใน: 31000/31000

……

ค่าสเตตัสนี้ของซาทงเทียน ไม่น่าเชื่อว่าจะเหมือนกับตอนภารกิจประลองยุทธ์เลือกคู่ก่อนหน้านี้ไม่มีผิด แม้จะไม่ใช่ร่างสมบูรณ์ในโหมดปกติ แต่ก็ไม่ใช่บอสที่เยี่ยเว่ยหมิงในตอนนี้จะ PK ได้แน่นอน

ไม่น่าเชื่อว่าจะได้พบกับบอสประเภทนี้ในสถานที่นี้!

อย่าบอกนะว่านี่คือปัญหาค้างคาหลังจากตัวเองฆ่าหวันเหยียนคังตาย

ตอนที่เพิ่งเกิดความคิดแบบนี้ขึ้น เขากลับถูกเสียงแจ้งเตือนกะทันหันของระบบปฏิเสธความคิดนี้ให้แล้ว

[ติ๊ง! ปลดล็อกภารกิจพิเศษ “อานุภาพพิชิตมังกร”]

[ในระยะเวลาภารกิจ วิทยายุทธ์ระดับสูง ‘มังกรซ่อนกบดาน’ ของคุณจะถูกอัปให้ถึงเลเวลสูงสุดชั่วคราว ให้ซาทงเทียนได้ลิ้มรสอานุภาพของสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรสักหน่อย]

ระดับภารกิจ: 1 ดาว

รางวัลภารกิจ: ยังไม่ทราบ

……

พูดไม่ออกเลย!

เมื่อได้เห็นภารกิจนี้ เยี่ยเว่ยหมิงก็ดูที่คอลัมน์สกิลทันที

[มังกรซ่อนกบดาน (ระดับสูง)]

เลเวล: 10

ค่าประสบการณ์: …

ป้องกัน +600%

โจมตี +600%

แม่นยำ +600%

กำลังภายในที่ใช้: 500 แต้ม

ปล่อยและเก็บได้ตามใจ: ไม่ต้องปลดล็อกเงื่อนไขการโจมตี ปล่อยและเก็บพลังฝ่ามือได้ตามอำเภอใจ

สะท้อนดาเมจ: เมื่ออยู่ในสถานะปลดล็อกเงื่อนไขการโจมตีแล้ว จะสะท้อนกลับพลังโจมตีฝ่ายตรงข้าม 30%

……

ไม่ต้องพูดมากเลย ‘สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ เลเวลเต็มแล้วก็ยอดเยี่ยมแบบนี้แหละ!

แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ แต่เยี่ยเว่ยหมิงก็ไม่คิดว่าถ้าตัวเองอาศัยพลังฝ่ามือนี้แล้วจะเอาชนะซาทงเทียนได้

เพราะถึงอย่างไร นั่นก็คือ BOSS ที่เลเวลสูงถึงห้าสิบห้าเชียวนะ!

เลเวลและค่าสเตตัสของทั้งสองแตกต่างกันเกินไปจริงๆ ไม่ใช่ว่าอาศัยเศษเสี้ยวของสุดยอดวิชาพลังฝ่ามือแล้วจะเติมเต็มช่องว่างได้

อีกทั้งดูจากระดับของภารกิจที่มีเพียงหนึ่งดาว ภารกิจก็ไม่น่ายากเลย ถึงขนาดว่าเป็นประเภทที่สุ่มให้ใครทำก็ทำสำเร็จทั้งนั้น

เขาดูที่ข้อมูลแนะนำของภารกิจอีกครั้ง อย่าบอกนะว่าภารกิจนี้ก็แค่ต้อง ‘ให้ซาทงเทียนลิ้มรสอานุภาพของสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรสักหน่อย’ จริงๆ ตบเขาแค่ฝ่ามือเดียวก็ถือว่าทำภารกิจสำเร็จแล้ว?

ไม่มีเวลาให้เยี่ยเว่ยหมิงคิดมาก ซาทงเทียนควงทวนเถี่ยเจียงพุ่งเข้ามาหาเขาแล้ว ลมแรงขณะควงทวนเถี่ยเจียงขนาดใหญ่พัดฝุ่นดินและใบไม้ร่วงรอบๆ จนปลิวว่อน

เยี่ยเว่ยหมิงเห็นแล้วเพ่งสายตาไปที่จุดเดียว พอแบมือขวา กระบี่อาญาสิทธิ์ก็ปรากฏอยู่ในฝ่ามือ จากนั้นเริ่มด้วยท่าพเนจรสุดขอบฟ้า เขาเริ่มใช้ ‘เคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ กับ BOSS อันธพาลคนนี้แล้ว

ต้องทราบไว้ว่าความสามารถของซาทงเทียนไม่ได้มีไว้ประดับเฉยๆ ถ้าพูดถึงทักษะยุทธ์ ระดับความความลึกซึ้งยอดเยี่ยมก็ไม่ใช่สิ่งที่โหวทงไห่จะเทียบติดได้เลย

สี่ผีแห่งแม่น้ำหวงเหอก่อนหน้านี้ล้วนเป็นศิษย์ของเขา ดูจากฉายาของสี่คนนั้น ดาบฟันวิญญาณ ทวนล่าชีพ แส้ปล้นวิญญาณ ขวานมรณะ แต่ละคนใช้อาวุธไม่เหมือนกัน ส่วนทวนเถี่ยเจียงที่ซาทงเทียนใช้ก็แตกต่างกับศิษย์ทั้งสี่ของเขา

จากสิ่งนี้จะเห็นได้ว่า เจ้าหมอนี่มีทักษะยุทธ์ที่ถนัดมากมายขนาดไหน ขอเพียงมีทวนเถี่ยเจียงอยู่ในมือก็แสดงความสามารถออกมาได้แล้ว ทั้งยังใช้ได้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็ง ไม่ได้ใช้ความดุดันแข็งกร้าวอย่างเดียว

เป็นเรื่องยากที่จะอาศัยฝีมือที่ว่องไวกับกระบวนท่าที่ยอดเยี่ยมมาเอาเปรียบ เพราะ ‘เคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ ที่สูงถึงเลเวลหกของเยี่ยเว่ยหมิง อย่างไรเสียยามอยู่ต่อหน้าพญามังกรประตูปีศาจก็หาความได้เปรียบไม่ได้เลยสักนิด ถูกอีกฝ่ายข่มจนตกเป็นรองอย่างเปลี่ยนแปลงได้ยาก

ทำได้เพียงต้านทานไว้ ไร้ความสามารถโต้ตอบ!

สถานการณ์ที่ฝ่ายตรงข้ามได้เปรียบโดยสมบูรณ์อย่างนี้ ทำให้หงชีกงที่แอบอยู่บนต้นไม้เห็นแล้วโมโหจนถลึงตาอยู่พักหนึ่ง

เจ้าเด็กนี่ดูปราดเปรียวไหวพริบดีมาก เหตุใดยามลงมือกับคนอื่นจึงโง่เง่าเช่นนี้

โง่เง่าเกินเยียวยาจริงๆ!

ภารกิจบอกไว้ชัดเจนแล้วแท้ๆ ว่าให้ซาทงเทียนลิ้มรสอานุภาพของ ‘สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ ก็พอ

ขอเพียงเจ้าทำตามคำขอของภารกิจ โจมตีด้วย ‘มังกรซ่อนกบดาน’ หนึ่งฝ่ามือไปซึ่งๆ หน้า ทำให้ซาทงเทียนเสียเปรียบมากก็พอแล้ว

หลังจากโจมตีไปหนึ่งกระบวนท่า ตอนหลังเจ้าจะถูกอีกฝ่ายข่มเอง หรือจะถูกโจมตีจนทั้งตัวเต็มไปด้วยรอยเขี้ยวเล็บก็ไม่เป็นอะไรทั้งนั้น

ข้ายังอยู่ตรงนี้ไม่ใช่หรอกหรือ

ในเมื่อภารกิจบอกไว้ชัดเจนแล้วว่า ‘ทำให้ซาทงเทียนลิ้มรสอานุภาพของสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ อีกทั้งภารกิจก็ถูกกำหนดระดับความยากไว้เพียงหนึ่งดาว แสดงว่าตอนหลังจะต้องมีวิธีช่วยเหลือเพื่อรับประกันความปลอดภัยให้เจ้าอยู่แล้ว!

ในภารกิจ ‘ประลองยุทธ์เลือกคู่’ ก่อนหน้า เจ้าเด็กนี่แสดงความสามารถได้ยอดเยี่ยมมาก อย่าบอกนะว่าแม้แต่จุดนี้เจ้าก็มองไม่ออก

เขาตั้งใจจะยื่นมือเข้าไปช่วยเสียตอนนี้เลย ถือโอกาสให้ความรู้กับเจ้าเด็กโง่นี่สักหน่อย แต่เขาก็ยังต้องข่มความวู่วามนี้ไว้

เพราะเยี่ยเว่ยหมิงยังไม่ได้ใช้มังกรซ่อนกบดาน ยังไม่เติมเต็มเงื่อนไขในการลงมือของเขา

นอกจากนี้ ตอนนี้แม้เยี่ยเว่ยหมิงจะดูจนตรอก แต่ความจริงไม่มีอันตรายถึงชีวิต

อาศัย ‘เคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ รับมือกับอีกฝ่าย ดันทุรังสู้กันไม่กี่ครั้งแค่ในช่วงเวลานี้ ถูกหักค่าพลังชีวิตไป 1000 กว่าแต้ม ยังห่างไกลจากความตายตั้งเยอะ!

ให้เจ้าเด็กนี่ลำบากดูบ้างก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้หลาบจำ!

ด้วยความสามารถของเยี่ยเว่ยหมิงกับซาทงเทียนตอนนี้ ย่อมไม่สังเกตเห็นหงชีกงที่กำลังซ่อนตัวอยู่แล้ว

ต่อสู้กันมาตั้งนาน ในที่สุดความอ่อนแอของเยี่ยเว่ยหมิงก็ค่อยๆ กลายเป็นความพ่ายแพ้ ถูกซาทงเทียนฉวยโอกาสหลายครั้ง ทำให้กระบี่ของเขาสะเทือนแรงมาก เกือบหลุดมือเพราะกุมไว้ไม่อยู่

พลังมหาศาลบนทวนเถี่ยเจียงของอีกฝ่ายยังทำให้ร่างเขาสะเทือนอยู่สักพัก สะเทือนจนถอยหลังก้าวหนึ่งอย่างควบคุมไม่ได้ ตรงหน้าอกเกิดช่องโหว่ให้อีกฝ่ายโจมตีแล้ว

เมื่อถูกโจมตีครั้งนี้ ใบหน้าหล่อเหลาของเยี่ยเว่ยหมิงก็เผยอารมณ์หวาดกลัวไร้ที่เปรียบทันที ตอนที่เห็นว่าซาทงเทียนก้าวตามมา มือซ้ายของเขาก็ผลักออกมาโดยจิตใต้สำนึก แต่กลับไม่เห็นพลังปล่อยออกมาแม้แต่น้อย

ฝ่ามือนี้ของเขา ทำให้คนรู้สึกเหมือนมีสาวน้อยบอบบางที่อ่อนแอ น่าสงสาร ทั้งยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้คนหนึ่งกำลังถูกล่วงเกิน จะยื่นมือไปผลักชายรูปร่างสูงใหญ่อย่างไรก็ผลักไม่ออกเลย

เมื่อเห็นฉากนี้ บนใบหน้าซาทงเทียนก็เผยรอยยิ้มโหดเหี้ยมออกมาทันที พลันย้ายทวนเถี่ยเจียงมาไว้มือซ้าย ส่วนมือขวาก็คว้าข้อมือเยี่ยเว่ยหมิงไว้

อย่างไรเสีย หากดูจากพลังต่อสู้ที่เยี่ยเว่ยหมิงเพิ่งแสดงให้เห็น ต่อให้กระบวนท่านี้ของเขาจะทำให้เยี่ยเว่ยหมิงบาดเจ็บสาหัสได้ หรือถึงขั้นใช้ทวนเถี่ยเจียงตัดแขนของเยี่ยเว่ยหมิงได้ แต่หากคิดจะจัดการเยี่ยเว่ยหมิงให้แพ้ราบคาบ ก็ต้องใช้ความพยายามมากขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

แต่การที่จะทำลายแขนเยี่ยเว่ยหมิงข้างหนึ่งไปพร้อมๆ กับคว้ามือเอาไว้ ด้วยความสามารถของซาทงเทียน โจมตีเพียงไม่กี่ครั้งก็ทำให้เจ้าเด็กน่ารังเกียจนี่ตายได้แล้ว!

พอนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้กำลังจะล้างแค้นให้ศิษย์น้องของตัวเองได้แล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของซาทงเทียนก็เปลี่ยนเป็นดุร้ายยิ่งกว่าเดิม พลังที่อยู่บนนิ้วมือเพิ่มขึ้นจากเดิมสิบส่วนโดยไม่รู้ตัว

เวลาเหมือนผ่านไปช้า แต่ความจริงเร็วมาก!

เพียงชั่วพริบตาเดียว ซอกนิ้วมือขวาของซาทงเทียนก็สัมผัสกับข้อมือซ้ายของเยี่ยเว่ยหมิงแล้ว

วินาทีถัดมา…

“อา!…”

ทันใดนั้น พลังฝ่ามือรูปมังกรวูบออกมาจากฝ่ามือของเยี่ยเว่ยหมิง โจมตีไปบนตัวซาทงเทียนอย่างรุนแรง!

กร๊อบ!

แขนของซาทงเทียนเหมือนเป็นหนังหน้าไฟ นิ้วมือ ฝ่ามือและท้องแขนล้วนมีเลือดเนื้อปะปนกันเละเทะเพราะการโจมตีนี้

กระดูกแตก!

จากนั้น ภายใต้พลังสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรของเยี่ยเว่ยหมิง พญามังกรประตูปีศาจคนนี้ก็ถูกพิชิตคาที่ กระอักเลือดสดออกมาคำหนึ่ง แล้วกระเด็นออกไปข้างหลังราวกับว่าวสายป่านขาด

-10192!

เมื่อหงชีกงที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ได้เห็นฉากนี้ ก็อดเดาะลิ้นชื่นชมไม่ได้

เจ้าเด็กนี่ ก่อนหน้านี้ไม่ยอมลงมือ แต่พอได้ลงมือก็โหดกับอีกฝ่ายทันที

ช่างโจมตีได้…

แข็งแกร่ง!

หากเป็นเช่นนี้ต่อไป บางทีอาจไม่ต้องให้ข้าลงมือช่วยเหลือ เจ้าเด็กนี่โจมตีให้ซาทงเทียนล่าถอยได้อยู่ดี

ตอนที่เพิ่งจะเกิดความคิดนี้ขึ้นมา หงชีกงกลับชะงักไปชั่วขณะ

เป็นเพราะตอนที่ร่างของซาทงเทียนถูกพลังฝ่ามือโจมตีกระเด็นไปข้างหลัง กำลังภายในแตกซ่าน ยังไม่ทันรวบรวมพลังขึ้นมาใหม่ เยี่ยเว่ยหมิงที่อยู่ข้างล่างก็พลิกข้อมือ คีบลูกดีดเหล็กขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือไว้แล้ว!

เยี่ยเว่ยหมิงไม่เคยคิดจะขอความช่วยเหลือหงชีกงมาตั้งแต่แรก ถึงขั้นอาศัยกำลังตัวเองโจมตีให้ซาทงเทียนล่าถอยแล้วด้วย

เป็นเพราะเป้าหมายของเขาไม่ใช่การ ‘พิชิตมังกร’ เลย

สาเหตุที่เขาอดกลั้นมาตลอดจนถึงตอนนี้ เพราะมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียว

นั่นก็คือ…ฆ่ามังกร!
บทที่ 188
ที่จริงแล้ว เริ่มตั้งแต่เสียงแจ้งเตือนภารกิจดังขึ้น เยี่ยเว่ยหมิงก็รู้ว่าสถานการณ์นี้ปลอดภัยมั่นคง

อิงจากระดับภารกิจและข้อมูลแนะนำภารกิจ แม้เขาจะไม่แน่ใจว่าผู้ที่มาช่วยตนจะต้องเป็นหงชีกง แต่เมื่อเขาตกอยู่ในอันตราย ก็ไม่พ้นต้องมีคนมาช่วยกู้สถานการณ์แน่นอน

ไม่อย่างนั้นแล้ว ก็เป็นไปไม่ได้ที่ภารกิจนี้จะมีระดับเพียงหนึ่งดาว

ถ้าแม้แต่ภารกิจระดับหนึ่งดาวยังต้องให้ผู้เล่นสู้กับ BOSS ที่เลเวลสูงกว่าตัวเองสามสิบกว่า เช่นนั้นผู้เล่นเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์ก็ไม่ต้องทำภารกิจแล้ว

ดังนั้น เยี่ยเว่ยหมิงจึงทดลองได้อย่างกล้าหาญไร้กังวล ถึงขั้นไม่เสียดายที่จะเอาตัวเข้ามาเสี่ยงอันตรายด้วย

เพราะเขารู้ดีว่าข้างหลังมียอดฝีมือที่รู้ทุกอย่างคอยเฝ้ารักษาการณ์อยู่!

จากนั้น ก็เกิดภาพเหตุการณ์ที่เขาไม่ใช้แม้กระทั่งเคล็ดกระบี่ ‘มังกรร่อนล่อหงส์’ อาศัยเพียง ‘เคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ มาสู้ตัวต่อตัวกับพญามังกรประตูปีศาจเป็นหลัก

ส่วนเหตุการณ์ตอนที่อาวุธสะเทือนเกือบหลุดมือ จนตรงหน้าอกมีช่องโหว่ใหญ่ให้โจมตี นั่นก็ไม่ใช่การแสดงละครของเขา เพราะเดิมทีความสามารถของเขาก็ต่างจากอีกฝ่ายมากอยู่แล้ว เขาก็เพียงตั้งใจโจมตีอย่างจริงจัง แล้วก็ถูกอีกฝ่ายทารุณอย่างจริงจัง

ตอนแรกแสร้งทำเป็นสู้ไม่ไหวก่อน จากนั้นเมื่อถึงเวลาสำคัญ ก็ใช้ท่ามังกรซ่อนกบดานโจมตีเงียบๆ อาศัยประโยชน์จากความซ่อนเร้นของกระบวนท่านี้โจมตีจนอีกฝ่ายรับมือไม่ถูก นี่ก็คือกลยุทธ์ที่เยี่ยเว่ยหมิงกำหนดไว้แล้วตั้งแต่เริ่มต้น

ปฏิบัติตามแผนนี้ ผลลัพธ์ดีอย่างน่าอัศจรรย์!

ไม่เพียงแค่ทำให้ซาทงเทียนบาดเจ็บสาหัสในคราเดียว ทั้งยังทำลายแขนข้างหนึ่งของอีกฝ่ายได้สมปรารถนา!

ตอนนี้เอง ฉวยโอกาสช่วงที่ซาทงเทียนขยับตัวไม่ได้เพราะกำลังกระเด็นถอยหลังและกำลังภายในแตกซ่าน เยี่ยเว่ยหมิงตามติดไปโจมตีซ้ำอีกครั้ง

แกร๊ง!

ดรรชนีศักดิ์สิทธิ์ที่อัปถึงเลเวลเจ็ดแล้ว ทำให้ภาพที่เกิดขึ้นแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก แค่เสียงที่อาวุธฝ่าปะทะกับอากาศอย่างเดียว ก็เปลี่ยนจากเสียงผิวปากแหลมเล็กกลายเป็นเสียงที่ให้ความรู้สึกเหมือนโลหะกระทบกัน พลานุภาพน่าทึ่ง!

ซาทงเทียนผู้น่าสงสารตอนนี้อยู่ในช่วงอ่อนแอโดยสิ้นเชิง ตกอยู่ในสถานะแช่แข็งและใช้วิชาไม่ได้ชั่วคราว ไม่เพียงแค่ไร้ความสามารถหลบหลีก แม้กระทั่งการป้องกันก็ลดลงจนถึงศูนย์แล้ว พอถูกวิชาดรรชนีศักดิ์สิทธิ์ของเยี่ยเว่ยหมิงโจมตีถูกกระดูกหัวเข่าขวา จึงเกิดผล ‘กระดูกแตก’ ทันที

-3838!

ดาเมจที่เกิดจากการโจมตีนี้ แม้จะเทียบกับดาเมจ ‘มังกรซ่อนกบดาน’ เลเวลสิบไม่ได้ แต่กลับทำให้ซาทงเทียนขาข้างขวาพิการไปแล้ว ครั้งนี้แม้แต่จะวิ่งก็ทำไม่ได้!

กระทั่งตอนนี้ มุมปากของเยี่ยเว่ยหมิงเพิ่งจะเผยรอยยิ้มลำพองใจที่แผนชั่วสำเร็จ สองเท้าพลันออกแรง กระโจนตัวเข้าไปตรงจุดที่ซาทงเทียนล้มลงมา

ส่วนซาทงเทียนแม้จะอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ แต่ก็ยังโบกทวนเถี่ยเจียงต่อต้านอย่างแข็งขัน

ทว่าไร้ประโยชน์!

เป็นอย่างที่เขาบอกไว้ก่อนหน้า ผู้ที่ใช้งานอาวุธยาว ล้วนให้ความสำคัญกับความสอดคล้องของมือหยินหยาง ตอนนี้มือข้างขวาของซาทงเทียนใช้งานไม่ได้แล้ว ไม่ใช่แค่หยินหยางเสียสมดุล นี่มัน ‘หยินโดดเดี่ยวมิอาจถือกำเนิด หยางโดดเดี่ยวมิอาจเติบโต[1]’ ต่างหาก!

เมื่ออยู่ภายใต้สถานการณ์นี้ ต่อให้เขามีพลังอภินิหารเป็นพันอย่าง แต่ก็ไม่มีทางใช้มันได้เลย กอปรกับขาขวาถูกโจมตีจนพิการ ท่าร่างก็แทบจะเป็นศูนย์เช่นกัน สำหรับซาทงเทียนที่ตกอยู่ในสภาพอับจน นี่ก็ยิ่งเรียกว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัด!

ผ่านไปเพียงสามกระบวนท่า เขาก็ถูกเยี่ยเว่ยหมิงแทงทะลุกระดูกบ่า สุดท้ายแขนข้างซ้ายก็ใช้งานไม่ได้แล้วเช่นกัน

ต่อมาเยี่ยเว่ยหมิงใช้เท้าเตะพญามังกรประตูปีศาจกลิ้งไปบนพื้น พอออกแรงแทงกระบี่อาญาสิทธิ์ที่เสียบอยู่บนบ่าอีกนิดหน่อย ก็ทะลุและตอกร่างของเขาไว้กับพื้นได้แล้ว

จากนั้นเยี่ยเว่ยหมิงก็ใช้มือข้างหนึ่งกุมด้ามกระบี่อาญาสิทธิ์ แล้วยกเท้าเหยียบบนจุดตันเถียน[2]ของซาทงเทียน

มือซ้ายลองงอนิ้วคำนวณ…

101×12=

เยี่ยเว่ยหมิงอึ้งทันที ตั้งแต่เรียนเคล็ดจิตนี้มา นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เจอโจทย์คำนวณที่ง่ายขนาดนี้

1212!

[ติ๊ง! เปิดใช้งานแอคทีฟสกิลไท้ซัวเป็นไฉนสำเร็จ!]

ง่ายขนาดนี้เลยหรือ

แต่เมื่อเห็นซาทงเทียนที่นอนกระดิกกระเดี้ยตัวต่อต้านไม่ได้อยู่บนพื้น เยี่ยเว่ยหมิงก็โล่งใจแล้วเช่นกัน ใช้การคำนวณกับ BOSS ที่สูญเสียความสามารถขัดขืนแบบนี้ โจทย์ก็ไม่ควรจะยากเกินไปจริงๆ

เยี่ยเว่ยหมิงยิ้มบางๆ แล้วรวบรวมกำลังภายใน ตบฝ่ามือไปบนหว่างคิ้วของซาทงเทียนอย่างเงียบเชียบ

มังกรซ่อนกบดาน!

อา!…พรึ่บ!

-35835!

ด้วยการโจมตีของฝ่ามือนี้ ขณะที่พรากพลังชีวิตของซาทงเทียนไปเยอะมาก ยังทำให้ติดสถานะมึนงงด้วย!

งอนิ้วคำนวณอีกครั้ง!

6×10=

60!

มังกรซ่อนกบดาน!

-35830!

ตอนนี้ซาทงเทียนติดสถานะพิการ บาดเจ็บสาหัส+เฉียดตาย!

2×2=

ตาย!

มังกรซ่อนกบดาน!

กรรร!…

โครม!

[ติ๊ง! คุณโจมตีสังหารพญามังกรประตูปีศาจ BOSS เลเวล 55 สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 150000 แต้ม ค่าตบะ 41000 แต้ม!]

[ติ๊ง! เลเวลของคุณเพิ่มเป็น 23!]

[ติ๊ง! คุณทำภารกิจพิเศษ ‘อานุภาพพิชิตมังกร’ สำเร็จ หงชีกงรับหน้าที่แจกรางวัลภารกิจในภายหลัง]

[ประกาศระบบ: ผู้เล่นสำนักมือปราบ เยี่ยเว่ยหมิง…]

……

ประกาศระบบสามรอบต่อเนื่องกัน ผู้เล่นหลายคนที่สนิทกับเยี่ยเว่ยหมิงพากันเผยสีหน้าตะลึงค้าง

โดยเฉพาะน้องสะพานสวรรค์น้อย

จะว่าไปแล้ว พวกเราเพิ่งแยกย้ายกันเอง ข้าเพิ่งอยู่ระหว่างทางไปถังกู่ แต่ฝั่งเจ้าจัดการ BOSS เลเวลห้าสิบห้าตายแล้วหรือ

ทั้งยังลุยเดี่ยวด้วย!

การที่เจ้าทำแบบนี้ ไม่รู้สึกว่าโหดเหี้ยมไปหน่อยหรือ

……

กลับมาที่ตีนเขาของยอดเขาผิงกู่ หลังจากเยี่ยเว่ยหมิงฆ่าซาทงเทียนแล้ว ยังไม่ทันได้คลำศพ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะคุ้นหู หากไม่ใช่หงชีกงแล้วจะเป็นใครไปได้

เมื่อได้ยินเสียงหงชีกง เยี่ยเว่ยหมิงไม่ได้หันกลับไปมองในทันที แต่เปิดคอลัมน์สกิลของตัวเองออกมา ใช้ค่าตบะที่เพิ่งได้มาทำให้ ‘มังกรซ่อนกบดาน’ ที่กลับมาอยู่ที่เลเวลหนึ่งกลายเป็นเลเวลแปดในอึดใจเดียว

จากนั้นก็ชักกระบี่อาญาสิทธิ์ที่ปักอยู่บนศพซาทงเทียนขึ้นมาอย่างไม่รีบร้อน หลังจากเก็บกระบี่แล้ว ถึงได้มองหงชีกงที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ชีกง ที่แท้ท่านก็อยู่ที่นี่มาตลอด ข้าตกใจแทบแย่!”

หงชีกงมองซาทงเทียนที่อยู่บนพื้นแวบหนึ่ง สภาพการตายของเจ้าเวรนี่อนาถจนทนมองไม่ไหว ทั้งศีรษะไม่เหลือสภาพมนุษย์แล้ว เหลือเพียงงานโมเสกสีแดงสลับขาว

เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นรอยยิ้มไร้พิษภัยของเยี่ยเว่ยหมิงอีกครั้ง หงชีกงก็รู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว

ก่อนหน้านี้ตัวเองคิดว่าเจ้าเด็กนี่ซื่อสัตย์ไร้เล่ห์เหลี่ยม ถึงขั้นโง่เง่าด้วย

พอมาดูตอนนี้ เจ้าเด็กนี่ซื่อสัตย์เสียที่ไหนกัน ทั้งยังไม่ใช่คนโง่อะไรด้วย!

นี่เรียกว่าคมในฝัก ภายในปลิ้นปล้อนที่สุด!

ในจินตนาการของหงชีกงตอนแรก ภารกิจควรจะมีขั้นตอนอย่างนี้…

เยี่ยเว่ยหมิงเจอซาทงเทียน แม้จะสู้ไม่ชนะ แต่ก็ยังอาศัย ‘มังกรซ่อนกบดาน’ ที่เลเวลเต็มแล้วทำให้อีกฝ่ายตกใจได้ จากนั้น เจ้าเด็กนี่ก็ถูกซาทงเทียนจับกดบดขยี้

เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไม่เพียงแค่ทำให้เจ้าเด็กนี้รู้ถึงประสิทธิภาพที่แท้จริงของสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร ทั้งยังทำให้เขาตระหนักได้ว่าเรียนรู้มาเพียงฝ่ามือเดียวยังไม่พอ

แล้วในเวลานี้ ก็ถึงคราวที่ตัวเองจะได้ขึ้นเวทีอย่างสวยงาม โจมตีจนซาทงเทียนคุกเข่าขอร้อง ไม่เพียงแค่ได้โอ้อวด ทั้งยังทำให้เจ้าเด็กนี่เลื่อมใสตนอย่างหมอบราบคาบ ขอร้องให้ตนสอนอีกสิบเจ็ดฝ่ามือให้เขา

จากนั้นตนก็ปฏิเสธอย่างไร้ไมตรีอีก เรียกได้ว่าระดับความอวดเก่งพุ่งสูงทะลุฟ้า!

แต่นึกไม่ถึงว่าเจ้าเด็กนี่จะใช้วิธีการ ‘ปลอมตัวเป็นหมูเพื่อกินเสือ[3]’ โจมตีให้ซาทงเทียนตายทั้งเป็น สิ่งนี้ทำให้การมีตัวตนอยู่ของหงชีกงดูค่อนข้างอึดอัด

หากไม่ใช่เพราะภารกิจห้ามไว้ หงชีกงคงหายตัวไปโดยไม่บอกกล่าวแล้วแน่นอน

แต่ภารกิจนี้กำหนดไว้แล้วว่าให้เขาเป็นผู้แจกรางวัลภารกิจให้เยี่ยเว่ยหมิง

สิ่งที่เกินไปกว่านั้นก็คือ เจ้าเด็กนี่รู้ได้อย่างไรว่ารางวัลของภารกิจนี้ คือ ‘มังกรซ่อนกบดาน’ ที่ถูกชี้แนะโดยเขา!

[1] หยินโดดเดี่ยวมิอาจถือกำเนิด หยางโดดเดี่ยวมิอาจเติบโต 孤阴不长,独阳不生 อุปมาว่าเมื่อขาดปัจจัยด้านใดด้านหนึ่งไปก็ไม่อาจทำเรื่องราวให้สำเร็จหรือก้าวหน้าได้ เหมือนหยินหยางที่เป็นตัวแทนหญิงกับชาย เมื่อขาดเพศใดเพศหนึ่งไปก็ไม่อาจให้กำเนิดบุตรได้

[2] จุดตันเถียน 丹田 ทุ่งพลังมีอยู่ 3 แห่งด้วยกัน คือที่ตรงกลางระหว่างคิ้ว (ตันเถียนบน) ตรงกลางหัวใจ (ตันเถียนกลาง) และตรงท้องน้อย (ตันเถียนล่าง)

[3] ปลอมตัวเป็นหมูเพื่อกินเสือ 扮猪吃虎 หมายถึง แกล้งทำตัวอ่อนแอเพื่อทำให้ฝ่ายตรงข้ามประมาท
บทที่ 189
เยี่ยเว่ยหมิงรู้ได้อย่างไรน่ะหรือ

ก็ต้องเดาอยู่แล้ว!

แต่ไม่ใช่การหลับหูหลับตาเดาไปเรื่อย เป็นการเดาที่มีหลักฐานและเหตุผลรองรับ

หัวใจสำคัญของภารกิจก็คือ ‘สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ ขนาดชื่อยังตั้งว่า ‘อานุภาพพิชิตมังกร’ เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้เก้าในสิบว่าภารกิจในอนาคตจะเกี่ยวข้องกับ ‘สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ ด้วยเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่แจกรางวัลภารกิจก็ยังเป็นหงชีกงอีก ยิ่งทำให้เขาแน่ใจการคาดเดาของตัวเอง

หากไม่ชี้แนะวิธีการใช้ ‘มังกรซ่อนกบดาน’ ให้เขา อย่าบอกนะว่าจะสอน ‘สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ ให้เขาอีกหนึ่งกระบวนท่า

หากเป็นอย่างนั้นจริง เยี่ยเว่ยหมิงก็จะไม่ถือสาแน่นอน

เขาสาบาน!

ดังนั้น เพื่อให้ได้รับรางวัลจำนวนสูงสุด ก่อนที่หงชีกงจะแจกรางวัล เยี่ยเว่ยหมิงจึงอัปเลเวล ‘มังกรซ่อนกบดาน’ ให้สูงจนอัปเลเวลมากกว่านี้ไม่ได้อีก

แต่การกระทำที่อวดฉลาดของเขา กลับทำลายความตั้งใจของหงชีกงได้ยาก

อิงตามขั้นตอนการแจกรางวัลภารกิจ เขาควรจะชี้แนะพลังฝ่ามือให้เยี่ยเว่ยหมิงจนได้อัปหนึ่งเลเวลจริงๆ นั่นยังเป็นรางวัลภารกิจพื้นฐานที่สุดด้วย หรือพูดอีกอย่างก็คือ ใช้ ‘มังกรซ่อนกบดาน’ โจมตีจนซาทงเทียนทำอะไรไม่ถูก จากนั้นให้หงชีกงมากู้สถานการณ์จนทำภารกิจสำเร็จด้วยระดับความสำเร็จต่ำที่สุด

ตามเงื่อนไขลับของภารกิจ หากตอนสู้กับซาทงเทียน เยี่ยเว่ยหมิงยืนหยัดได้สามกระบวนท่า อีกทั้งรักษาค่าพลังชีวิตไว้ได้หนึ่งในสามส่วนขึ้นไป รางวัลก็จะเพิ่มอีกหนึ่งระดับ หงชีกงจะชี้แนะ ‘มังกรซ่อนกบดาน’ ให้เขาจนได้อัปเลเวลสูงขึ้นสองเลเวล

เยี่ยเว่ยหมิงโจมตีไม่ถึงสามกระบวนท่า แต่ก็ใช่ว่าเขาจะยืนหยัดไม่ถึงสามกระบวนท่า เป็นซาทงเทียนต่างหากที่ยืนหยัดไม่ถึงสามกระบวนท่าก็ถูกเขาเล่นงานจนตายแล้ว!

แล้วทีนี้จะนับอย่างไร

อิงตามตรรกะก่อนหน้านี้ อย่างน้อยก็น่าจะเพิ่มได้อีกสามเลเวลสิ

ที่จริงเพิ่มไม่ถึงสามเลเวลก็ไม่เป็นอะไร หงชีกงไม่ใช่คนตระหนี่ ถึงขั้นว่าเมื่อได้เห็นเขาแสดงความสามารถแล้ว อาจจะเพิ่มให้เขาได้สี่เลเวลด้วยซ้ำ อัปให้ ‘มังกรซ่อนกบดาน’ ของเขาสูงถึงเลเวลห้า

แต่เจ้าเด็กนี่ ไม่น่าเชื่อว่าจะเดารางวัลออกตั้งแต่แรกแล้ว ฉวยโอกาสตอนที่ตนยังไม่ปรากฏตัว ใช้ค่าตบะเพิ่มเลเวล มังกรซ่อนกบดาน’ ให้ถึงเลเวลแปดในคราเดียว!

นี่เจ้ากำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของระบบ เจ้ารู้ตัวหรือเปล่า

ต้องทราบไว้ว่า การอัปเลเวลทักษะยุทธ์จากเลเวลหนึ่งจนถึงเลเวลห้า ที่จริงแล้วใช้ค่าประสบการณ์ไม่เยอะเลย

ยกตัวอย่างเช่นมังกรซ่อนกบดาน ใช้ค่าประสบการณ์เพียงสามพันเจ็ดร้อยแต้มก็ทำได้แล้ว

แต่การจะเพิ่มจากเลเวลแปดให้ถึงเลเวลสิบซึ่งเป็นเลเวลสูงสุด กลับต้องใช้ค่าประสบการณ์ถึงสองแสนห้าหมื่นแต้มถึงจะทำได้!

หลังจากลังเลครู่หนึ่ง สุดท้ายหงชีกงก็ยังบอกว่า “เจ้าเด็กนี่ ไม่น่าเชื่อว่าใช้ ‘มังกรซ่อนกบดาน’ ที่ข้าสอนให้เจ้าแล้วจะสังหารยอดฝีมืออย่างซาทงเทียนได้ ไม่ทำให้ตาแก่ขอทานคนนี้เสียหน้าจริงๆ ทำได้งดงาม!”

เยี่ยเว่ยหมิงเกาศีรษะอย่างเก้อเขิน หงชีกงเห็นแล้วกลอกตามองบนอยู่พักหนึ่ง

เสแสร้ง เจ้าเสแสร้งต่อไปเถอะ!

พอเปลี่ยนประเด็นสนทนา น้ำเสียงของหงชีกงก็เริ่มจริงจังขึ้น “แต่เจ้ารู้หรือไม่ สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรไม่ควรใช้อย่างที่เจ้าใช้ กระบวนท่านี้ชื่อว่า ‘มังกรซ่อนกบดาน’ สิ่งที่ซ่อนกบดานคือมังกร เจ้ารู้จักมังกรหรือเปล่า มังกรไม่ได้ปลอมตัวเป็นหมูเพื่อกินเสือ!”

เยี่ยเว่ยหมิงเอาแต่พยักหน้า

ตอนนี้คงเป็นช่วงของการชี้แนะกระบวนท่าแล้วจริงๆ แม้จะไม่ได้เห็นด้วยกับที่หงชีกงพูดทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้โต้เถียงเช่นกัน

ผิดถูกล้วนไม่สำคัญ ตราบใดที่ไม่ส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์การชี้แนะของหงชีกงก็พอ

หงชีกงเห็นแล้วอดขมวดคิ้วไม่ได้ โบกมืออย่างทนรำคาญไม่ไหว “มีอะไรก็พูดมาตรงๆ มัวอึกอักไม่สบายใจเลยสักนิด”

เยี่ยเว่ยหมิงได้ยินแล้วลองถามหยั่งเชิง “เช่นนั้นข้าพูดได้ใช่ไหม”

“เจ้าพูดมา!”

เยี่ยเว่ยหมิงพยักหน้า แล้วบอกว่า “ที่จริงข้ารู้สึกว่า…หากตัวเองไม่ใช่มังกรอยู่แล้ว ต่อให้ปลอมตัวเป็นหมูก็กินเสือไม่ไหวอยู่ดี”

หงชีกงได้ยินแล้วชะงักไป เจ้าเด็กนี่พูดจามีเหตุผล เขาไม่รู้จะเถียงอย่างไร

หงชีกงส่ายหน้า แต่ยังบอกว่า “‘สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ นั้นต้องโจมตีความโอหังและความน่าเกรงขามของมังกรออกมา ปลอมตัวเป็นหมูมากินเสืออย่างเจ้าน่ะ เข้าใจความหมายที่แท้จริงของ ‘สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ แล้วหรือ”

เยี่ยเว่ยหมิงเอามือลูบจมูก “เอ่อ คือ หากจะให้โจมตีจนเกิดความน่าเกรงขาม ด้วยค่าสเตตัสเท่านี้ของข้า จะใช้ท่า ‘มังกรซ่อนกบดาน’ โจมตีซาทงเทียนตายได้หรือ”

หงชีกงถูกคำตอบของเขาทำให้สะอึกจนเถียงไม่ออกอีกครั้ง “เจ้าหุบปาก! ต่อไปฟังข้าพูดก็พอ”

“ไม่มีปัญหา”

“‘สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร’ ที่จริงแล้วเป็นอย่างนี้ มังกรซ่อนกบดานคือ…”

[ติ๊ง! ได้รับคำชี้แนะจากหงชีกง เลเวล ‘มังกรซ่อนกบดาน’ ของคุณเพิ่มขึ้น ตอนนี้เป็นเลเวลเก้าแล้ว!]

“ที่จริงอิงตามระดับความสำเร็จในการทำภารกิจของเจ้า ข้าชี้แนะให้เลเวลกระบวนท่านี้เพิ่มขึ้นสักสามสี่เลเวลเลยก็ได้ แต่เจ้าเด็กนี่เจ้าเล่ห์เกินไป นึกไม่ถึงว่าจะเพิ่มถึงเลเวลแปดในคราเดียว!…

…ตอนนี้ข้าเพิ่มเลเวลให้มันได้เพียงหนึ่งเลเวล แต่หนึ่งเลเวลนี้ ก็ยากว่าสามสี่เลเวลก่อนหน้านี้สิบกว่าเท่า!…

…เจ้าเด็กนี่ได้ทีชุบมือเปิบใหญ่แล้ว!”

เยี่ยเว่ยหมิงยิ้มบางๆ เผยสีหน้าขวยเขินหนักมาก

หงชีกงกลอกตาอีกครั้ง “วันนี้ก็พอเท่านี้ ขอตัวก่อน!”

เมื่อพูดจบ ฟิ้ว! หงชีกงก็แสดงท่าร่างหายตัวไปอีกครั้ง

ครั้งนี้ เขาน่าจะไปจริงๆ แล้ว

เยี่ยเว่ยหมิงเก็บสายตากลับมา ดูที่ค่าสเตตัสของ ‘มังกรซ่อนกบดาน’ อีกครั้ง

[มังกรซ่อนกบดาน (ระดับสูง)]

……

เลเวล: 9

ค่าประสบการณ์: 0/200000

ป้องกัน +450%

โจมตี +450%

แม่นยำ +450%

กำลังภายในที่ใช้: 480 แต้ม

……

ดูแล้วเหมือนไม่ต่างกับตอนเลเวลแปดมากนัก ยังห่างกับเลเวลสิบอยู่มาก

เป็นอย่างที่คาดไว้ ทักษะยุทธ์วิชาหนึ่ง จะต้องเพิ่มถึงระดับสมบูรณ์ ซึ่งก็คือเลเลวลสิบ ถึงจะแสดงคุณภาพแบบ ‘เปลี่ยนของผุพังให้กลายเป็นความอัศจรรย์’ ออกมาได้

เยี่ยเว่ยหมิงส่ายหน้า แล้วเริ่มคลำศพกับบรรจุศพ

[ทวนเถี่ยเจียงประตูปีศาจ (ทองคำ)]

อาวุธที่พญามังกรประตูปีศาจซาทงเทียนใช้บ่อย เป็นอาวุธมีด้าม

โจมตี +280

ป้องกัน +50

กำลังภายใน +10%

[ทวนล่าชีพ (ระดับต้น)]

วิทยายุทธ์ของพรรคหวงเหอ เมื่อฝึกถึงระดับล้ำลึก ก็จะมีประสิทธิภาพไม่ธรรมดา

เงื่อนไขการฝึก

ความแข็งแกร่ง 35

พละกำลัง 40

เงิน: 300 เหรียญทอง

……

ไม่ได้เรื่อง!

เป็นบอสเลเวลห้าสิบห้าเหมือนกัน ต่อให้ไม่ใช่ร่างสมบูรณ์โหมดปกติ แต่ความแตกต่างระหว่างซาทงเทียนกับโหวทงไห่ศิษย์น้องของเขาก็เหมือนจะมากไปหน่อย

อาจเป็นเพราะในภารกิจพิเศษนี้ เยี่ยเว่ยหมิงได้เพิ่มเลเวล ‘มังกรซ่อนกบดาน’ ก่อนต่อสู้ จึงถือว่าเขาไม่ได้ใช้ความสามารถที่แท้จริงเอาชนะซาทงเทียน ไอเทมดรอปก็เลยถูกลดลงเกินครึ่ง

คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าเป็นไปได้

ยกตัวอย่างเช่นค่าประสบการณ์กับค่าตบะที่ได้หลังจากฆ่าซาทงเทียน ดูเหมือนได้เยอะกว่าโหวทงไห่ แต่สถานการณ์ตอนนั้นเป็นห้าคนตั้งทีมกัน แม้จะกล่าวไม่ได้ว่าทุกคนได้คะแนนพื้นฐานเท่ากัน แต่ค่าประสบการณ์กับค่าตบะที่แบ่งไปให้ผู้เล่นทุกคนต้องมีลดลงบ้างแน่นอน

ส่วนรายละเอียดว่าลดลงอย่างไร เยี่ยเว่ยหมิงเองรู้ดีที่สุด แต่มีอยู่จุดหนึ่งที่มั่นใจได้ นั่นก็คือผลตอบแทนที่ได้จากการตั้งทีมฆ่าบอสน้อยกว่าลุยเดี่ยวฆ่าบอสแน่นอน

แล้วซาทงเทียนคนนี้ก็คือบอสที่เยี่ยเว่ยหมิงฆ่าตายด้วยตัวคนเดียว แต่ค่าประสบการณ์กับค่าตบะที่เขาได้รับกลับสูงกว่าตอนได้จากโหวทงไห่ไม่เท่าไร

ดูจากจุดนี้อย่างเดียว ก็เพียงพอที่จะอธิบายถึงปัญหาได้แล้ว

เมื่อเข้าใจกุญแจสำคัญ เยี่ยเว่ยหมิงก็ไม่คิดวนเวียนถึงปัญหาไอเทมดรอปของซาทงเทียนอีก เปิดโลงบรรจุศพเพื่อรับตำรา ‘ตระหนักรู้กำลังภายใน’ ‘ตระหนักรู้อาวุธยาว’ ‘ตระหนักรู้วิชาตัวเบา’

ส่วนใหญ่ต่างกับที่ดรอปได้จากโหวทงไห่ศิษย์น้องของเขาไม่มากนัก ด้านคุณภาพยังแย่กว่านิดหน่อย อาจะเป็นเพราะเหมือนกับก่อนหน้านี้ ไม่ซ้ำกันอีก

หลังจากเก็บทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เว่ยหมิงก็นำพลั่วออกมาขุดดินฝังศิษย์พี่ศิษย์น้องรวมกัน ให้พวกเขาได้ตายแล้วฝังหลุมเดียวกัน

มองจากจุดนี้ เยี่ยเว่ยหมิงรู้สึกว่าตัวเองยังน้ำใจงามมาก

ต่อให้ปฏิบัติกับศัตรู ก็ยังมีเมตตากรุณาขนาดนี้เลย

ฝังศิษย์พี่ศิษย์น้องไว้ในหลุมศพเดียวกัน ในอนาคตเวลาจะกลายเป็นผีเสื้อ[1]จะได้สะดวกใช่ไหมล่ะ

ตอนนี้เขาถึงได้เปิดดูสัมภาระของตัวเอง หยิบจดหมายที่ดรอปได้จากหยางคังก่อนหน้านี้ออกมา

จดหมาย: เป็นจดหมายฉบับหนี่งที่ไม่มีหน้าซอง ในนั้นเหมือนจะซ่อนภารกิจที่สำคัญกว่าปกติเอาไว้

ไม่มีเครื่องหมายวงเล็บข้างหลัง คงจะเปิดตอนไหนก็ได้ละมั้ง

เยี่ยเว่ยหมิงไม่พูดมากแล้ว ฉีกซองจดหมายออก นำจดหมายแผ่นหนึ่งที่อยู่นั้นออกมาเสียเลย

หลังจากเปิดจดหมายออกแล้ว บนนั้นกลับมีตัวอักษรธรรมดาแปดตัว

[ใครจะช่วยชีวิตข้าได้บ้าง?]…ฉินหนานฉิน

[ติ๊ง! ได้รับภารกิจภารกิจ ‘ช่วยชีวิตฉินหนานฉิน’]

[กรุณาหาตัวสาวน้อยฉินหนานฉินที่กำลังลำบากให้เจอภายในสามวัน (ภารกิจนี้ทำได้คนเดียวเท่านั้น หากตั้งทีม ระดับความยากจะเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่า!)]

ระดับภารกิจ: 6 ดาว

รางวัลภารกิจ: ยังไม่ทราบ

[บทลงโทษเมื่อภารกิจล้มเหลว: หยางกั้ว บุตรชายของหยางคัง หลังจากเรียนทักษะยุทธ์สำเร็จแล้วจะล้างแค้นให้บิดา จะตามไล่ล่าสังหารคุณไม่หยุดจนกว่าจะสังหารจนคุณกลับหมู่บ้านมือใหม่!]

[นับถอยหลังภารกิจ: 2 วัน 23 ชั่วโมง 59 วินาที]

[1] กลายเป็นผีเสื้อ 化蝶 ล้อเล่นตัวเอกจากนิยายเรื่องม่านประเพณี เรื่องราวของศิษย์พี่กับศิษย์น้องที่รักกันแต่ไม่สมหวัง สุดท้ายฆ่าตัวตายและวิญญาณกลายร่างเป็นผีเสื้อสองตัวบินเคียงคู่กัน
บทที่ 190
เมื่อได้เห็นภารกิจนี้ เยี่ยเว่ยหมิงก็มือสั่นทันที ถึงขั้นไม่จับจดหมายเอาไว้ ปล่อยให้มันตกลงจากฝ่ามือไปแล้ว จากนั้นเมื่อลมพัดมาวูบหนึ่ง มันก็ลอยไปไกลก่อนจะหายไป

กลับมาที่กระเป๋าสะพายหลังของเขา

อืม…

นี่ก็คือกฎของระบบ

ไอเทมที่เป็นของผู้เล่น หากไม่ได้ตั้งใจทิ้ง หลังจากลอยไปไกลได้สักระยะ มันก็จะถูกเก็บกลับเข้ามาในสัมภาระโดยอัตโนมัติ

ถ้าไม่อย่างนั้น ทุกคนก็คงไม่ต้องปวดหัวกับทักษะการขโมยที่เพ้อเจ้อนั่นหรอก ยังจะต้องทำซ้ำไปซ้ำมาไปทำไม แย่งไปตรงๆ ก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ

เพียงแต่จุดที่เยี่ยเว่ยหมิงสนใจตอนนี้ไม่ได้อยู่บนกระดาษแผ่นนั้น แต่เป็นภารกิจนี้ที่แม่งขี้โกงเกินไปแล้ว!

หยางกั้วเป็นใครกัน

เยี่ยเว่ยหมิงยังจำที่อินปู้คุยเคยบอกได้ ว่านั่นคือพระเอกของเรื่องนี้!

หลังจากพระเอกของเรื่องฝึกทักษะยุทธ์สำเร็จแล้ว ความสามารถจะอ่อนด้อยได้หรือ

ถูกพระเอกของเรื่องไล่ฆ่า…

แค่คิดก็รู้สึกปวดไข่แล้ว!

พึ่บพั่บๆๆ…

ตอนนี้ จู่ๆ นกพิราบขาวตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวอยู่ตรงจุดที่ไม่ไกลจากเขา วิธีการบินของมันเหมือนกำลังวาดเค้าโครงคำว่า ‘ส่าปี[1]ไหมล่ะ’ บนท้องฟ้า จากนั้นก็มาเกาะบนบ่าของเยี่ยเว่ยหมิงแล้วหายไป

[บัดซบ ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าจะฆ่าซาทงเทียนด้วยตัวคนเดียว! หากเจ้าฆ่าเช่นนี้ต่อไป ไม่ใช่ว่าเตรียมจะฆ่าล้างจวนอ๋องจ้าวหรอกหรือ]…อินปู้คุย

เมื่อเห็นชื่อนี้ บนใบหน้าเยี่ยเว่ยหมิงก็เผยรอยยิ้มเจื่อน ตอนนี้กำลังจะตอบ อีกฝ่ายกลับส่งข้อความมาอีก

[กลยุทธ์ที่ข้าบอกไว้ก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้ว เจ้าฆ่าได้สบายๆ เลย หลังจากดูกลยุทธ์แล้วค่อยพิจารณาว่าจะฆ่า หรือเก็บไว้ก็ยังไม่สาย]…อินปู้คุย

ตอนนี้เอง ข้อความของเยี่ยเว่ยหมิงก็ถูกส่งออกไปอย่างเร็วที่สุดเช่นกัน

[เจ้ารอก่อน! ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า รีบมาก เกี่ยวกับความเป็นความตาย!]…เยี่ยเว่ยหมิง

[เรื่องอะไรร้ายแรงขนาดนั้น]…อินปู้คุย

เยี่ยเว่ยหมิงสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง แล้วพิมพ์ข้อความอีกครั้ง

[คำถามแรก หยางกั้วเป็นใคร ข้ารู้ว่าเขาเป็นพระเอกของเรื่องอะไรสักอย่าง แต่ทางที่ดีเจ้าช่วยบอกให้ละเอียดกว่านี้สักหน่อย]…เยี่ยเว่ยหมิง

อินปู้คุยตอบข้อความกลับเร็วมากเช่นกัน

[หยางกั้ว เปลี่ยนชื่อแล้ว หยางคัง หรือบุตรชายของหวันเหยียนคังกับมู่เนี่ยนฉือที่เจ้าสังหารตายไปก่อนหน้านี้ พบเจอชะตากรรมโหดร้ายทั้งชีวิต แต่กลับกลายเป็นคนที่ไม่ธรรมดา เรื่องราวความรักระหว่างเขากับเสี่ยวหลงหนี่ว์[2]ก็ยิ่งทำให้คนซาบซึ้งใจทั้งแผ่นดิน เรื่องมันยาวมาก]…อินปู้คุย

[ตอนนี้ข้าไม่อยากรู้เรื่องความรักของเขา สิ่งที่ข้าอยากรู้ก็คือ เขาเก่งกาจมากหรือเปล่า]…เยี่ยเว่ยหมิง

ครั้งนี้อินปู้คุยไม่ได้ตอบกลับอย่างรวดเร็ว ใช้เวลานานมาก

[คำถามที่ว่าเขาเก่งกาจหรือไม่…

ก็พระเอกของเรื่องน่ะ เจ้าคิดเอาเองแล้วกัน!…

…หลังจากเรียนทักษะยุทธ์สำเร็จ คาดว่าคงอยู่ระดับเดียวกับห้ายอดฝีมือแห่งใต้หล้า…

…นอกจากนี้เขายังมีอินทรีเทพตัวหนึ่งเป็นสัตว์เลี้ยง คงเลเวลประมาณร้อยห้าสิบกระมัง…

…ยังมีอีกนะ ภรรยาของเขาก็มีฝีมือร้ายกาจมากเช่นกัน ประมาณเลเวลร้อยหกสิบห้าเห็นจะได้…

…เจ้าก็รู้จักกระบี่คู่ผนึกรวม อีกฝ่ายกุมกระบี่สองมือด้วยตัวคนเดียว ก็ใช้กระบี่คู่ผนึกรวมได้แล้ว ทั้งยังเป็นกระบี่คู่ผนึกรวมที่ไม่มีจุดด้อยด้วย!…

…จะว่าไปแล้ว จู่ๆ เจ้าถามถึงเรื่องนี้ทำไม]…อินปู้คุย

เมื่ออ่านข้อความนี้จบ เยี่ยเว่ยหมิงก็ราวกับรู้สึกได้ถึงเจตนาร้ายอันลึกซึ้งที่มาจากระบบ

เขาส่ายหน้า แล้วจับภาพหน้าจอข้อมูลภารกิจที่เพิ่งได้มาส่งไป แนบคำถามไปด้วยว่า [ฉินหนานฉินเป็นใคร]

หลังจากได้อ่านข้อความ อินปู้คุยก็ส่งคำว่า ‘บัดซบ’ ให้เขาสิบสามตัว จากนั้นบอกเขาว่าต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จให้ได้ ไม่ว่าจะต้องจ่ายด้วยอะไรก็ตาม!

ส่วนคำถามที่ว่าฉินหนานฉินเป็นใคร

อินปู้คุยบอกว่าเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน คงเป็นตัวละครที่ผู้ออกแบบเกมสร้างขึ้นมากระมัง

เมื่อคุยกันผ่านจดหมายจบแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงก็รู้สึกกดดันเหมือนแบกภูเขา

เล่นเกมมาตั้งนาน นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าความกดดันนั้นน่ากลัวขนาดนี้

เขาไม่อยากประมือกับหยางกั้ว

ฉากน้ำเน่าอย่างการล้างแค้นให้บิดาแม่งดราม่าเกินไปจริงๆ สำหรับเนื้อเรื่องดราม่าแบบนี้ คนที่สง่างามสดใสอย่างเยี่ยเว่ยหมิง ถ้าเลี่ยงได้ก็ต้องเลี่ยงอยู่แล้ว

สาเหตุที่สำคัญที่สุดก็คือ…สู้ไม่ไหวจริงๆ!

หยางกั้วเลเวลหนึ่งร้อยแปดสิบ+อินทรีเทพเลเวลหนึ่งร้อยห้าสิบ+ภรรยาหยางกั้วเลเวลหนึ่งร้อยเจ็ดสิบ การรวมตัวแบบนี้งดงามจนทำให้คนรู้สึกสิ้นหวังแล้ว

ยามเผชิญหน้ากับการรวมกลุ่มอันงดงามแบบนี้ สำนักมือปราบจะปกป้องข้าไหวหรือเปล่า

เยี่ยเว่ยหมิงส่ายหน้า ยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ตัวเองทำไหว ทางที่ดีอย่าไปรบกวนคนอื่นเลย

เขานำจดหมายขอความช่วยเหลือของฉินหนานฉินออกมาอีกครั้ง

เบาะแสมีเพียงกระดาษแผ่นนี้ บนนั้นกลับไม่มีชื่อตัวละครที่มากกว่านี้สักคน หากผู้เล่นทั่วไปเผชิญกับสถานการณ์นี้ จะต้องรู้สึกว่าตัวเองจนปัญญาแน่นอน

แต่เยี่ยเว่ยหมิงไม่ใช่ผู้เล่นทั่วไป เข้าเป็นมือปราบยศขั้นหกของสำนักมือปราบ!

ถ้าอยากจะตัวฉินหนานฉินให้พบ เขามีสองวิธีการให้เลือก

วิธีการแรกก็คือ เรียกเฟยอวี๋มาช่วย ทักษะ ‘สืบเสาะหมื่นลี้’ ของเจ้าหมอนั่นเหมือนเป็นอาวุธชั้นเลิศในการหาคนจริงๆ

แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเฟยอวี๋ไม่ค่อยดีนัก จะขอให้อีกฝ่ายช่วยก็ต้องติดหนี้น้ำใจกันหนึ่งครั้ง หรือไม่ก็ต้องจ่ายบางอย่าง

นอกจากนี้ เยี่ยเว่ยหมิงก็ไม่อยากให้เจ้าหมอนั่นรู้ภารกิจของตัวเองด้วย

ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจใช้วิธีการที่สองก่อน

พอเกิดความคิดนี้ขึ้น เขาก็เรียกอาหวงออกจากกำไลมิติสัตว์เลี้ยงอีกครั้ง จากนั้นนำจดหมายขอความช่วยเหลือของฉินหนานฉินยื่นไปตรงจมูกของมัน “อาหวง! ดมดูหน่อย จะตามหาเจ้าของเดิมของสิ่งนี้ได้ไหม”

“โฮ่งๆๆ…” อาหวงเห่าใส่เยี่ยเว่ยหมิงสองสามคำ จากนั้นหันตัวและวิ่งสั่นหัวส่ายหางไปทางเมืองเทียนจิน

ทำได้จริงๆ ด้วย!

……

ให้อาหวงหาคน ประสิทธิภาพไม่ดีเท่าทักษะ ‘สืบเสาะหมื่นลี้’ ของเฟยอวี๋แน่นอน

จุดที่ชัดเจนที่สุดก็คือ มันไม่เร็วเท่าเฟยอวี๋!

ระยะทางช่วงหนึ่งที่ไม่ไกลมาก อาหวงกลับใช้เวลาวิ่งไปครึ่งชั่วโมงกว่า ในที่สุดก็คือจุดที่อยู่ห่างจากเมืองเทียนจินออกไปสามลี้ พบหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า ‘หมู่บ้านรั่วหวา’

เพียงแต่ตอนที่อยู่ห่างจาก ‘หมู่บ้านรั่วหวา’ ประมาณสามสิบจั้ง[3] จู่ๆ อาหวงก็ไม่วิ่งต่อ มันขดตัวเป็นวงกลม ตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ แววตาเผยอาการหวาดกลัวมาก เทียบกับตอนที่เยี่ยเว่ยหมิงเจอมันครั้งแรก ตอนนี้มันดูว่านอนสอนง่ายยิ่งกว่าตอนอยู่ใกล้โก่วเหยียนหวังที่จะจับมันไปต้มเสียอีก

เป็นอย่างที่คาดไว้ ภายนอกหมู่บ้านภูเขาแห่งนี้ดูสงบ แต่ความจริงผิดปกติและอันตรายอย่างนั้นหรือ

แต่คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าใช่ ในเมื่อเป็นภารกิจระดับหกดาว ก็ไม่ควรจะง่ายเกินไป

หากไม่ใช่เพราะเวลากระชั้นชิด เยี่ยเว่ยหมิงก็อยากจะกลับไปตั้งใจฝึกทักษะยุทธ์ หรือไม่ก็จัดการเรื่องทางฝั่งสำนักชิงเฉิง อัปเลเวล ‘เคล็ดกระบี่วีรสตรี’ ให้เต็มก่อนแล้วค่อยบุกหมู่บ้านนี้อีกที

แต่เวลาไม่คอยใคร เยี่ยเว่ยหมิงไม่อยากถูกหยางกั้วที่ฝึกทักษะยุทธ์สำเร็จแล้วพาภรรยากับสัตว์เลี้ยงมาไล่ล่าสังหารทั่วโลก จึงได้แต่พยายามช่วยผู้หญิงที่ชื่อฉินหนานฉินนั่นออกมาให้เร็วที่สุด

เยี่ยเว่ยหมิงสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่งแล้วก้าวมาข้างหน้า เคาะประตูใหญ่ของหมู่บ้านภูเขา

ผู้ที่เปิดประตูคือชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่บึกบึน แต่เลเวลไม่สูง เลเวลยี่สิบเท่านั้น ยังไม่ใช่ BOSS ดูจากพลังแล้วเป็นได้เป็นเพียงมอนสเตอร์อีลิท

หลังจากอีกฝ่ายเห็นเยี่ยเว่ยหมิง ก็ถามด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตรว่า “เจ้าเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่”

เยี่ยเว่ยหมิงยิ้มน้อยๆ หยิบมีดสั้นที่สลักว่า ‘กัวจิ้ง’ ออกมาจากหน้าอก ขณะเดียวกันก็ปรับลมหายใจ พยายามทำให้ตัวเองดูใจเย็นที่สุด “ท่านอ๋องน้อยสั่งให้ข้ามาหาคนที่ชื่อว่าฉินหนานฉิน นี่คือของที่ระลึกที่เขาให้ข้า”

ชายฉกรรจ์ที่เฝ้าประตูเห็นแล้วชะงัก ท่าทีไม่เป็นมิตรเจือจางลงในชั่วพริบตาที่เห็นมีดสั้น “เจ้าตามข้ามาเถอะ”

[1] ส่าปี 傻逼 คำที่หยาบคายมากๆ 逼 อวัยวะเพศหญิง 傻โง่

[2] เสี่ยวหลงหนี่ว์ 小龙女 หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อเซียวเหล่งนึ่ง

[3] จั้ง หน่วยวัดของจีน 1 จั้งเท่ากับ 500 เมตร