ระบบกลืนกิน EXP
บทที่ 231ถึง235
ขนาดระบบยังไม่อนุญาตให้โจมตีต่อ ทุกคนต่อให้ไม่อยากฟังก็ต้องฟัง
ส่วนหลวงจีนไว้ผมก็ไม่รอให้พวกเขาตอบ พูดต่อไปว่า “ข้าฟ่านเหยากลัวตายเสียที่ไหน เพียงแต่มีสองความปรารถนาที่ยังไม่ได้ทำให้เป็นจริง ใจข้ายอมไม่ได้!…
…หนึ่งคือยังไม่ได้สังหารเฉิงคุน ฉายาหัตถ์อัสนีบาตจักรวาล คนที่ยุยงให้พรรคจรัสของข้าเกิดความแค้นกับยุทธภพ ปั่นให้ทางยุทธภพวุ่นวายจนเกิดลมคาวฝนเลือด เขาก็คือหลวงจีนหยวนเจินที่ปลุกปั่นพวกเจ้ามาสังหารข้านั่นละ…
…สองก็คือ ข้ารู้มาว่าหยวนเจินวางอุบาย ทำให้ราชสำนักมองโกลส่งยอดฝีมือทั้งหมดออกมาล้อมสังหารไป๋ลู่จื่อเจ้าสำนักคุนหลุนอยู่ที่หุบเขาน้ำเต้าโลหิตซึ่งอยู่ห่างไปทางฝั่งตะวันตกของเมืองสามสิบลี้ คิดจะยัดความผิดให้พรรคจรัส…
…เดิมทีในมือข้ามีจดหมายฉบับหนึ่งที่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้พรรคจรัสของข้าได้ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสเปิดเผยความจริงให้ใต้หล้ารู้”
ขณะกล่าว จู่ๆ หลวงจีนไว้ผมก็กวาดสายตาไปบนตัวพวกเขาทีละคน พร้อมบอกว่า “หากจอมยุทธ์น้อยทุกท่านทำความปรารถนาอย่างใดอย่างหนึ่งของข้าให้สำเร็จได้ ข้าฟ่านเหยาต่อให้ตายก็จะตายพร้อมรอยยิ้ม”
เมื่อกล่าวถึงสิ่งที่ทั้งเศร้าสลดทั้งเร้าใจจบ เหนือศีรษะของหลวงจีนไว้ผมก็เปลี่ยนเป็นชื่อฟ่านเหยาแล้ว
ข้างหูของทุกคนได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังต่อเนื่องกัน
[ติ๊ง! ฟ่านเหยาฝากฝังให้คุณสังหารเฉิงคุน ฉายาหัตถ์อัสนีบาตจักรวาลที่อยู่ในสถานะบาดเจ็บสาหัส จะรับภารกิจหรือไม่]
[ติ๊ง! ฟ่านเหยาฝากฝังให้คุณนำหลักฐานที่เขารวบรวมได้ส่งต่อให้สำนักคุนหลุน เพื่อเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพรรคจรัส คุณจะรับภารกิจหรือไม่]
ทุกคนได้ยินแล้วมองหน้ากันไปมองหน้ากันมา แล้วก็เริ่มปรึกษากันในช่องทีม ส่วนเยี่ยเว่ยหมิงก็จ้องแถบค่าพลังชีวิตของตัวเองเงียบๆ กระทั่งหลังจากผ่านไปสามนาที แถบค่าพลังชีวิตและแถบสีฟ้าก็กลับมาเต็มเหมือนเดิมเพราะมียาเม็ดช่วยเหลือ เสร็จแล้วถึงได้รับภารกิจทั้งสองอย่างพึงพอใจ แล้วบอกในช่องทีมว่า [ไม่ว่าพวกเจ้าจะคิดอย่างไร ข้าก็รับภารกิจทั้งสองไว้หมดแล้ว]
เดิมทีทุกคนลังเล แต่พอเห็นเยี่ยเว่ยหมิงรับภารกิจมาแล้ว พวกเขาก็ย่อมเรียนรู้พฤติกรรมนี้เช่นกัน แต่ละคนรับภารกิจไว้แล้ว
[โจมตีสังหารเฉิงคุน]
ที่แท้หลวงจีนหยวนเจินที่เรียกตัวเองว่านักพรตเต๋าก็คือต้นกำเนิดของความวุ่นวายหายนะทั้งหมด เฉิงคุน ฉายาหัตถ์อัสนีบาตจักรวาล! ฟ่านเหยาฝากฝังให้คุณสังหารเขาทิ้ง!
ระดับภารกิจ: 6 ดาว
ระยะเวลาภารกิจ: 1 ชั่วโมง (1:58:21)
รางวัลภารกิจ: ค่าประสบการณ์ 350,000 แต้ม ค่าบตะ 60,000 หนึ่งในทักษะยุทธ์ที่มีเลเวลไม่เกินเจ็ดจะได้เพิ่มหนึ่งเลเวล
(หมายเหตุ: เฉิงคุนมีทักษะยุทธ์สูงล้ำ ต่อให้ได้รับได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ยังอันตรายมาก กรุณาทำภารกิจด้วยความระมัดระวัง)
ภารกิจนี้ไม่ว่าจะเป็นรางวัล หรือเลเวล ก็เทียบภารกิจของหลวงจีนหยวนเจินไม่ติดเลย นี่เป็นการพิสูจน์การคาดเดาของเยี่ยเว่ยหมิงทางอ้อมเช่นกัน ภารกิจไล่ล่าสังหารกับภารกิจคุ้มครองของพวกอวิ๋นหวาซั่งเซียน คาดว่าคงถูกประเมินอยู่ในระดับภารกิจนี้แล้วเช่นกัน
[ส่งจดหมายให้คุนหลุน]
นำจดมหายที่เขียนเล่าความจริงไปส่งให้สำนักคุนหลุน ล้างความอัปยศแทนพรรคจรัส
ระดับภารกิจ: 6 ดาว
รางวัลภารกิจ: ไม่ทราบ
(หมายเหตุ: ในช่วงที่ทำภารกิจจะเก็บจดหมายไว้ในสัมภาระไม่ได้ กรุณาเก็บรักษาอย่างเหมาะสม)
ในที่สุดทุกคนก็รับสองภารกิจแล้ว ฟ่านเหยาถอนหายใจเฮือกหนึ่ง นำกล่องเหล็กออกมาจากหน้าอกแล้วบอกว่า “จดหมายนั่นซ่อนอยู่ในกล่องเหล็กนี้ เรื่องนี้ต้องฝากฝังจอมยุทธ์น้อยทุกท่านด้วย”
ถังซานไฉ่รับกล่องเหล็กไว้ จากนั้นบอกในช่องทีมว่า [ดูท่าแล้วครั้งนี้พวกเราคงต้องตั้งใจร่วมงานกันอีกสักระยะ]
แต่เยี่ยเว่ยหมิงกลับบอกว่า “ก่อนที่จะทำอย่างนั้น ข้าขอเสนอว่า การร่วมงานกันของพวกเราครั้งนี้ เริ่มจากตอนนี้จนกว่าจะแยกย้าย พวกเราควรเพิ่มกติกาการแบ่งไอเทมดรอปดีไหม”
เมื่อได้ยินเยี่ยเว่ยหมิงพูดแบบนี้ น้องดาบก็เอ่ยทันทีว่า “เจ้าลองว่ามาสิ”
“หลังจากบอสทุกคนโดนกำจัด คนสุดท้ายที่เป็นคนโจมตี จะได้เลือกของหนึ่งชิ้นจากของที่ดรอปจากบอสก่อน แต่จะไม่ร่วมมีส่วนแบ่งกับของอย่างอื่น ทุกคนคิดว่าอย่างไร”
คำแนะนำนี้ของเยี่ยเว่ยหมิงไม่ถือว่าดี ถึงขั้นเรียกว่าแย่ก็ได้ ทำให้ในทีมเกิดการแก่งแย่งช่วงชิงได้ง่ายมาก
แต่เพราะนี่คือคำแนะนำของเยี่ยเว่ยหมิง สะพานสวรรค์น้อยจึงตอบโดยไม่คิดเลยว่า “ข้าเห็นด้วย!”
ถังซานไฉ่ซาบซึ้งใจที่ก่อนหน้านี้เยี่ยเว่ยหมิงยอมทิ้งภารกิจของตัวเองเพื่อรับประกันว่าภารกิจของเขาจะสำเร็จได้อย่างราบรื่น เพื่อเป็นการยื่นหมูยื่นแมว เขาก็พยักหน้าเช่นกัน “ข้าก็เห็นด้วย”
ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ เขากลับไม่ได้เห็นด้วยกับคำแนะนำของเยี่ยเว่ยหมิงเท่าไรนัก
ในทีมมีทั้งหมดหกคน ตอนนี้มีเพียงสามคนที่เลือกเห็นด้วย เขาเชื่อว่าอีกสามคนจะต้องคัดค้านแน่นอน แต่กลับคลาดไม่ถึง…
“ข้าก็เห็นด้วยเหมือนกัน!” ขณะที่กำลังพูดอยู่นั้น หนิวจื้อชุนก็พลันโบกทวนเถี่ยเจี้ยงในมือ แล้วทุบไปบนศีรษะของฟ่านเหยาที่เหลือค่าพลังชีวิตอยู่เพียงนิดเดียวอย่างแรง
ตุ้บ!
ป้องกันไม่ทัน ทูตขวาฟ่านที่ไม่มีความสามารถในการป้องกันใดๆ ถูกตีจนเลือดกระจายเหมือนดอกท้อ วิญญาณกลับปรโลกไปแล้ว!
[ติ๊ง! ทีมของคุณสังหารทูตขวาพรรคจรัสฟ่านเหยา BOSS เลเวล 65 สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 250000 แต้ม ค่าบตะ 80000 แต้ม!]
[ติ๊ง! ทีมของคุณสังหารเป้าหมายภารกิจ ทำภารกิจ ‘ลงโทษมือสังหาร’ สำเร็จ ได้รับรางวัลภารกิจ: ค่าประสบการณ์ 500000 แต้ม ค่าบตะ 100000 แต้ม หนึ่งในทักษะยุทธ์ที่เลเวลต่ำกว่าเจ็ดจะได้เพิ่มเลเวลหนึ่งเลเวล (รางวัลนี้รับได้ที่หยวนเจินซึ่งเป็นผู้แจกภารกิจ)]
ประกาศระบบ: ผู้เล่นสำนักถังเหมินถังซานไฉ่…
ระบบประกาศต่อเนื่องสามรอบ แต่ทุกคนที่อยู่ตรงนี้กลับไม่มีใครสนใจ สายตาของพวกเขามองไปยังหนิวจื้อชุนที่ลงมือกระทันหันพร้อมกัน
เมื่อเห็นทุกคนบ้างก็ทำสายตาประหลาดใจ บ้างก็เหยียดหยาม บ้างก็อิจฉา บ้างก็เข้าใจกระจ่างในฉับพลัน หนิวจื้อชุนกลับเผยรอยยิ้มอันสดใสออกมา ยิ้มเหมือนเด็กน้อยที่น้ำหนักตัวร้อยกิโลกรัมคนหนึ่ง
ทว่าวินาทีถัดมา รอยยิ้มของเขากลับค้างนิ่งอยู่บนใบหน้า ตามด้วยด่าทอว่า “บัดซบ! ไม่น่าเชื่อว่าระบบจะตำหนิว่าข้าไร้สัจจะ สังหารนักรบที่มีคุณธรรม หักค่าบุญกุศลของข้าไปห้าร้อยแต้ม ตอนนี้ข้าเปลี่ยนจากวีรบุรุษกลายเป็นโจรแล้ว!”
พอพูดจบ เขาก็พลันหันไปมองฉางซิงอวี่ แล้วถามอย่างหงุดหงิด “ไม่น่าเชื่อว่าสังหารฟ่านเหยาจะถูกหักค่าวีรบุรุษเยอะขนาดนี้ ทำไมเจ้าไม่บอกเรื่องนี้ให้เร็วกว่านี้”
ฉางซิงอวี่ยักไหล่เหมือนถูกใส่ร้าย “ครั้งก่อนตอนข้าสังหารก็ไม่ถูกหักนะ ไม่เพียงแค่ไม่ถูกหัก พอทำภารกิจนี้สำเร็จ ค่าวีรบุรุษของข้ายังเพิ่มขึ้นห้าแต้มด้วย”
หนิวจื้อชุนได้ยินแล้วพูดไม่ออกทันที ได้แต่บ่นอย่างกลุ้มใจว่า “ใครบอกข้าได้บ้างว่านี่เรื่องอะไรกันแน่ ค่าวีรบุรุษถูกหักไปแล้วก็ช่างเถอะ แต่ข้าไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไรกันแน่ ข้าไม่ยอม!”
ตอนนี้เยี่ยเว่ยหมิงกลับหันไปถามฉางซิงอวี่ “ครั้งก่อนตอนที่เจ้ากำจัดเขา ผู้ชายคนนี้น่าจะยังชื่อว่าหลวงจีนไว้ผมสินะ”
ฉางซิงอวี่พนักหน้า “เป็นอย่างนั้นจริงๆ ตอนนั้นพวกเรารับภารกิจฆ่าคน ไม่ต่างอะไรกับภารกิจฆ่าบอสทั่วไป ตอนนั้นเขาถูกพวกเราฆ่าตายแล้ว ก็ไม่มีภารกิจต่อเนื่องอะไรตามมา”
เยี่ยเว่ยหมิงพยักหน้าสื่อว่าเข้าใจ “ข้าว่าต่อให้เขาเปลี่ยนชื่อแล้ว ตราบใดที่พวกเราไม่รับภารกิจ การฆ่าเขาก็จะไม่มีบทลงโทษอะไร แต่ในเมื่อพวกเรารับภารกิจของเขามาแล้ว ก็เท่ากับเชื่อคำพูดของเขาแล้ว หากในเวลานี้ยังลงมือฆ่าเขาอีก…”
หนิวจื้อชุนได้ยินแล้วพลันมองไปทางเยี่ยเว่ยหมิง “เจ้ารู้ผลลัพธ์นี้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม ถึงได้เสนอความคิดเห็นอย่างนั้นออกมา”
“เรื่องนั้นสำคัญมากหรือ” หนิวจื้อชุนเพิ่งคิดจะเถียงกลับ แต่ได้ยินเยี่ยเว่ยหมิงพูดต่อว่า “ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ข้อเสนอนั้นถูกยอมรับแล้ว อีกทั้งอิงตามข้อเสนอแนะ…”
“ใช่แล้ว!” หนิวจื้อชุนได้ยินแล้วเอามือตบหน้าผากตัวเองทันที เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา “ตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ ในบรรดาไอเทมที่ดรอปจากบอส ข้าจะได้เลือกก่อนหนึ่งชิ้น พวกเจ้าห้ามมาแย่งข้านะ!”
ขณะมองหนิวจื้อชุนที่เปลี่ยนจากกลุ้มใจมาเป็นดีใจ เยี่ยเว่ยหมิงกลับเข้ามายืนใกล้น้องดาบ แล้วกระซิบข้างหูนางเบาๆ “ที่จริงแล้ว เมื่อครู่ที่ข้าพูดไปอย่างนั้น ก็เพราะเตรียมจะวางกับดักเจ้า”
น้องดาบได้ยินแล้วกลุ้มใจทันที
จะว่าไปแล้วก็ยังวางกับดักไม่สำเร็จ มีคนอื่นรับเคราะห์แทนแล้วยังพูดออกมาได้ หรือว่าอีกฝ่ายเพียงต้องการยั่วโมโหตนเท่านั้น
ทันใดนั้น น้องดาบได้ยินเยี่ยเว่ยหมิงบอกอีกว่า “บอกความจริงมา เมื่อครู่ตอนที่เจ้าได้ยินคำแนะนำของข้า เจ้าใจเต้นบ้างหรือเปล่า…
…ต้องรู้ไว้นะ ว่านั่นคือโอกาสดีที่เจ้าจะได้ใช้สติปัญญารังแกข้า!…
…อย่าบอกนะว่าเจ้าคิดไม่ถึงว่าฟ่านเหยาจะเป็นบอสที่ถูกฆ่าตายได้เหมือนกัน นั่นถือเป็นการดูถูกสติปัญญาของตัวเจ้าเอง”
น้องดาบกลอกตามองบนอีกครั้ง ขอเพียงเลือกเห็นด้วยในเวลาสำคัญ ชิงสังหารฟ่านเหยาก่อนเยี่ยเว่ยหมิง ก็จะได้เลือกไอเทมดรอปของฟ่านเหยาก่อนแล้ว ทั้งเรื่องทำให้เจ้าคนน่ารังเกียจคนนี้ขโมยไก่ไม่ได้ ยังเสียข้าวสารอีกกำมือ[1]…
การกระทำแบบนี้น้องดาบย่อมคิดไว้แล้วเช่นกัน!
สาเหตุที่ก่อนหน้านี้นางไม่ได้แสดงท่าทีและลงมือทันที ก็เพราะกำลังพิจารณาว่านี่ใช่กับดักหรือไม่
ตอนที่นางกำลังครุ่นคิดนี้เอง หนิวจื้อชุนก็แสดงท่าทีแล้ว และลงมือแล้วเช่นกัน ใช้การปฏิบัติจริงพิสูจน์แล้วว่านี่คือกับดักจริงๆ!
เพียงแต่สิ่งที่นางไม่เข้าใจก็คือ “เยี่ยเว่ยหมิง ดูจากท่าทางของเจ้า เหมือนจะไม่พอใจกับผลลัพธ์นี้มากเลยนะ อย่าบอกนะว่าต้องวางกับดักข้าให้ได้เจ้าถึงจะพอใจ”
เยี่ยเว่ยหมิงส่ายหน้าอย่างไม่ลังเล สื่อว่าน้องดาบคิดมากไปเอง พร้อมทั้งอธิบายว่า “ถ้าเพียงไม่อยากให้ตัวเองถูกหักค่าวีรบุรุษเท่านั้นเอง แต่ถ้าเจ้าเข้ามาเหยียบกับดัก ต่อให้ถูกค่าวีรบุรุษ เจ้าก็จะไม่พูดออกมาเพราะกลัวเสียหน้าแน่นอน…
…พอเป็นอย่างนั้น ภาพลักษณ์ของข้าก็ยังดูจิตใจงดงามและไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวเหมือนเดิม แก้ไขปัญหาได้สมบูรณ์แบบกว่าตอนนี้ตั้งเยอะ ไม่ใช่หรอกหรือ”
ขณะที่พูดก็ยกมือ “จะเหมือนตอนนี้ได้อย่างไร ทำเอาข้าเหมือนเป็นคนต่ำช้าที่วางกับดักสหายตัวเอง”
น้องดาบอมยิ้มมองเยี่ยเว่ยหมิงแวบหนึ่ง “อย่าเรียกว่าเหมือน เจ้าน่ะเป็นอย่างนั้นเลย!”
แม้ทั้งสองจะคุยกันเสียงไม่ดังมาก แต่ก็ไม่ใช่การคุยส่วนตัว แต่ละคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนเป็นยอดฝีมือ ย่อมได้ยินทุกอย่างหมดแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดแขวะอย่างไรดี
มีเพียงสะพานสวรรค์น้อยผู้ไร้เดียงสาที่มีมุมมองต่อปัญหาแตกต่างจากคนอื่น “พี่ใหญ่เยี่ย ในเมื่อฟ่านเหยาไม่ใช่คนชั่ว เจ้าไม่เคยคิดที่จะไว้ชีวิตเขาสักครั้งหรือ”
“มีเพียงเจ้าที่ถามคำถามนี้ออกมาได้” เยี่ยเว่ยหมิงส่ายหน้าอธิบาย “ประการแรก ฟ่านเหยาคนนี้ไม่ใช่ร่างแท้ เป็นเพียงบอสที่อยู่ในโหมดภารกิจเท่านั้น หลังจากตายแล้วก็รีเฟรชใหม่ได้ทุกเมื่อ…
…นอกจากนี้” เยี่ยเว่ยหมิงเบะปากเหยียดหยาม “ถ้าเขาเป็นคนดีจริง ภารกิจที่สองที่เขาจะมอบหมายให้พวกเราก็คงเป็นการไปช่วยเหลือเจ้าสำนักคุนหลุนที่ถูกล้อมโจมตี ไม่ใช่ให้ส่งจดหมายลบล้างมลทินของพรรคจรัสเฉยๆ หรอก…
…สุดท้ายแล้ว เขาก็สนใจเพียงว่าพรรคจรัสจะได้รับผลกระทบจากแผนชั่วนี้ไปด้วยหรือไม่ ถึงขั้นไม่สนใจความเป็นความตายของคนอื่นในยุทธภพ ในสายตาเขา พวกนั้นก็เป็นเพียงมดและต้นหญ้าเล็กๆ ไร้ค่าเท่านั้น”
ตอนนี้เอง จู่ๆ กลับได้ยินหนิวจื้อชุนอุทานอย่างประหลาดใจ “โอ้ว! รวยแล้ว!”
ทุกคนได้ยินแล้วกระปรี้กระเปร่าทันที ทุกสายตามองไปบนไอเทมดรอปของฟ่านเหยาพร้อมกัน
[กระบี่มังกรขาว (ทองคำ)]
กระบี่ยาวเล็กที่ทำจากโลหะประหลาดแห่งแดนซีอวี้ แหลมคมอย่างมาก
โจมตี +360
กำลังภายใน +30%
……
[ประคำหยกเทียนกู (อาวุธล้ำค่า)]
ลูกประคำของหลวงจีนลายบุปผาหลู่จื้อเซิน ‘ดาวสวรรค์โดดเดี่ยว’ แห่งเขาเหลียงซาน
ความแข็งแกร่ง +200
พละกำลัง +300
เลเวลของทักษะประเภทอาวุธยาวทั้งหมด +1
พุทธธรรม +1!
……
[ถอดรหัสมวยซั่นโส่วสำนักถังเหมิน] บันทึกความเข้าใจที่ฟ่านเหยามีต่อมวยซั่นโส่วสำนักถังเหมิน จะเพิ่มค่าประสบการณ์ทักษะ ‘มวยซั่นโส่วสำนักถังเหมิน’ 65000 แต้ม!
……
[ถอดรหัสดรรชนีศักดิ์สิทธิ์] บันทึก…จะเพิ่มค่าประสบการณ์ทักษะ ‘ดรรชนีศักดิ์สิทธิ์’ 65000 แต้ม!
ถอดรหัสกำลังภายในอู่ตัง: …
เคล็ดกระบี่ดรุณีหยก…
เคล็ดกระบี่ฉวนเจิน…
เคล็ดวิชาดาบโลหิต…
……
พวกไอเทมหลังจากนั้นส่วนใหญ่เป็นประเภทที่เอามือคลำแล้วดรอปทันที นับว่าทุกคนได้รางวัลพื้นฐานคนละชิ้น
มีเพียงสองอย่างที่นับว่าเป็นของที่ทำให้ทุกคนตื่นเต้นประหลาดใจได้ กระบี่มังกรขาวยังดีหน่อย อุปกรณ์ระดับทองคำ แม้จะเป็นของดีสำหรับทุกคน แต่สำหรับพวกยอดฝีมือที่อยู่ตรงนี้ ยังไม่ถือว่ายอดเยี่ยมเท่าไรรนัก
แต่ประคำหยกเทียนกูนั่นแตกต่างกัน
นั่นคืออาวุธล้ำค่าเชียวนะ!
ทั้งเมื่อดูค่าสเตตัส ก็ไม่ด้อยไปกว่า ‘รองเท้าเจ้าลมกรด’ ของเยี่ยเว่ยหมิงเลย!
ดังนั้น ก็เป็นไปตามคาด หนิวจื้อชุนเลือกประคำชาวพุทธย่างไม่เกรงใจเลยสักนิด จากนั้นก็สวมไว้บนคอตัวเอง
ประสิทธิภาพของอาวุธล้ำค่า ก็ทำให้ความสามารถของเขาเพิ่มขึ้นเยอะมากในชั่วพริบตาเดียว
เพียงแต่สร้อยประคำชาวพุทธที่ห้อยอยู่บนคอของนักพรตเต๋าคนหนึ่ง มักทำให้คนรู้สึกว่าไม่เข้ากันเท่าไร
แต่หนิวจื้อชุนไม่ถือสาเรื่องนี้เลยสักนิด กลับดูภาคภูมิใจด้วยซ้ำ
เมื่อทุกคนเห็นเขามีท่าทางลำพองใจขณะนี้ ก็เกิดความรู้สึกชั่ววูบอยากจะจับเขาทุบบนพื้น เพียงแต่ตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ เดิมทีประคำชาวพุทธเส้นนี้ก็เป็นของที่เขาสมควรจะได้อยู่แล้ว ถึงอย่างไรเขาก็จ่ายค่าวีรบุรุษไปตั้งห้าร้อยแต้มไม่ใช่หรือ
ดังนั้น สำหรับความลำพองใจของหนิวจื้อชุน ทุกคนจึงตัดสินใจมองข้ามไปเสียเลย แล้วเริ่มคลำไอเทมอย่างอื่นของหลวงจีนไว้ผมต่อไป
ประการแรก หลังจากได้รับถอดรหัสทักษะยุทธ์ของฟ่านเหยาไปคนละเล่มแล้ว ก็ยังเหลือ ‘ถอดรหัสเคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ อีกเล่ม หนิวจื้อชุนเห็นแล้วกระเหี้ยนกระหือรือนิดหน่อย “เล่มนั้น…”
ทุกคนหันไปมองเขาด้วยสายตาโกรธเคืองพร้อมกัน
หนิวจื้อชุนถูกจ้องจนเหงื่อแตก ได้แต่เอามือลูบประคำชาวพุทธบนคออย่าเก้อเขิน “ไม่มีอะไร ข้าก็แค่ดูอยู่ข้างๆ จะว่าไปแล้ว ‘ถอดรหัสเคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ เล่มนี้ พวกเจ้าคิดจะขายแล้วแบ่งเงินกันหรือเปล่า”
“ไม่คิด!” ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกัน
ส่วนเยี่ยเว่ยหมิงก็บอกว่า “นี่ต่างหากสาเหตุแท้จริงที่ข้าเตรียมวางกับดักน้องดาบ”
“นางเป็นศิษย์สำนักดาบโลหิตที่ชั่วร้าย ค่าวีรบุรุษไม่ได้สำคัญมาก ต่อให้กลายเป็นคนชั่วก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนวิทยายุทธ์สำนักของนาง…
…ประการต่อมา ในบรรดาพวกเรา คนที่เคยเรียนเคล็ดวิชาดาบโลหิตมาก่อนมีแค่นางคนเดียว ถ้าสุดท้ายเหลือ ‘ถอดรหัสเคล็ดวิชาดาบโลหิต’ พวกเราก็ไม่มีทางอื่นนอกจากขายให้นาง”
ขณะที่พูดอยู่นั้น เยี่ยเว่ยหมิงส่งสัญญาณมือที่สื่อว่าจนใจให้หนิวจื้อชุน “ไม่เหมือน ‘ถอดรหัสเคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ ที่นอกจากเจ้าแล้ว ข้ากับสะพานสวรรค์น้อยก็ใช้งานมันได้เหมือนกัน”
หนิวจื้อชุนน้ำตาร่วง
น้องดาบกลับถามอย่างเหยียดหยามเล็กน้อย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมก่อนหน้านี้เจ้าไม่พูดให้ชัดเจน”
“พูดไปแล้วเจ้าจะเชื่อหรือ” เยี่ยเว่ยหมิงถามกลับ
น้องดาบส่ายหน้าอย่างไม่ลังเล “ไม่เชื่อ!”
สุดท้าย หลังจากปรึกษากันแล้ว ทุกคนก็ตัดสินใจนำ ‘ถอดรหัสเคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ ที่เกินมาให้กับเยี่ยเว่ยหมิงที่สร้างผลงานการต่อสู้ครั้งนี้มากที่สุด
อย่างไรเสีย หากไม่มี ‘ไท้ซัวเป็นไฉน’ ของเขา ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่การต่อสู้ครั้งนี้จะได้ชัยชนะมาอย่างง่ายดายและงดงามขนาดนี้!
สำหรับคำแนะนำนี้ นอกจากเยี่ยเว่ยหมิงแล้ว ถึงขั้นว่าแม้แต่น้องดาบก็ไม่คัดค้านใดๆ
เยี่ยเว่ยหมิงเห็นดังนั้น ก็ทำได้เพียงรับไว้อย่าง ‘ฝืนทำสิ่งที่ยากเกินไป’
ส่วนกระบี่มังกรขาวที่เหลือ ก็ทำให้ทุกคนตกอยู่ในความรู้สึกลำบากใจอีกครั้ง
ค่าสเตตัสของกระบี่เล่มนี้ไม่เลว ถ้าพูดถึงการโจมตีอย่างเดียวก็ถึงขั้นเหนือกว่ากระบี่มังกรคำรามและกระบี่จินสยาในมือสะพานสวรรค์น้อยด้วย
แต่สะพานสวรรค์น้อยชอบรูปลักษณ์ภายนอกที่งดงามของกระบี่จินสยามาก ไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนกระบี่ ดังนั้นคนเดียวในทีมที่ต้องการมันก็เหลือเพียงถังซานไฉ่ที่ฝึก ‘เคล็ดกระบี่ลมสน’ ควบคู่กับทักษะหลัก
เพื่อเพิ่มศักยภาพโดยรวมให้กับทีมในระหว่างปฏิบัติภารกิจหลังจากนี้ ถังซานไฉ่รับปากว่าจะขายกระบี่เล่มนี้หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ จากนั้นก็เก็บกระบี่เข้ากระเป๋า
เมื่อเห็นดังนั้น หนิวจื้อชุนก็คลำประคำชาวพุทธบนคอตัวเองแล้วน้ำตาไหลต่อไป
หลังจากตรวจนับไอเทมที่ได้เรียบร้อยแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงก็ส่งคำขอซื้อขายไปให้สะพานสวรรค์น้อยเป็นการส่วนตัว แล้วส่ง ‘ถอดรหัสเคล็ดกระบี่ฉวนเจิน’ ที่เพิ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ ไปด้วย
พร้อมทั้งบอกเป็นการส่วนตัวด้วยว่า [อย่าส่งเสียงร้องดีใจ รับไป]
สาเหตุที่ยอมสละตำราถอดรหัสเล่มนี้ให้ เพียงเพราะเยี่ยเว่ยหมิงต้องการตบรางวัลให้กับการแสดงท่าทีของนางก่อนหน้านี้เท่านั้นเอง
ก่อนหน้านี้ตอนที่รวมกลุ่มหลังโจมตี คนอื่นต่างยุ่งอยู่กับการรับมือศัตรูของตัวเอง มีเพียงน้องสาวคนนี้ที่สนใจการปกป้องความปลอดภัยของเยี่ยเว่ยหมิง
ตอนหลังเพื่อเยี่ยเว่ยหมิง นางก็ถึงขั้นยอมสู้ตายกับตัวละครโหดอย่างน้องดาบ
แม้เยี่ยเว่ยหมิงจะไม่จำเป็นให้น้องสาวคนนี้ออกหน้าแทน อีกทั้งการกระทำของนาง ถ้ามองจากมุมของทีมแล้วก็ถือว่าไม่คำนึงถึงสถานการณ์ภาพรวมอยู่บ้าง
แต่ในมุมของเยี่ยเว่ยหมิง เขารู้สึกว่าท่าทีของสะพานสวรรค์น้อยควรค่าที่จะส่งเสริมมาก!
ค่าประสบการณ์ทักษะยุทธ์ ไม่ว่าใครก็ต้องการทั้งนั้น แต่ด้วยเลเวลทักษะยุทธ์ของเยี่ยเว่ยหมิงตอนนี้ ก็ไม่เสียดายของเล็กน้อยพวกนี้เลยจริงๆ
“แต่ว่า…”
“ให้เจ้ารับไว้ เจ้าก็รับไว้เถอะ!”
เมื่อเห็นเยี่ยเว่ยหมิงมีท่าทีแน่วแน่ขนาดนี้ สะพานสวรรค์น้อยก็ทำได้เพียงรับไว้เงียบๆ
หลังจากทุกคนแบ่งของกันเรียบร้อยแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงก็นำโลงไม้หนานมู่ที่เตรียมไว้ออกมา เปิดฝาโลงศพออก วางศพฟ่านเหยาเข้าไป แล้วก็ปิดฝาโลง
หลังจากสามขั้นตอนที่เรียบง่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว…
ได้รับ ‘ตระหนักรู้เคล็ดกระบี่’ ×1
ได้รับ ‘ตระหนักรู้กำลังภายใน’ ×1
ได้รับ’ ตระหนักรู้เคล็ดฝ่ามือ’ ×1
……
เยี่ยเว่ยหมิงเก็บโลงศพที่บรรจุแล้วเข้าสัมภาระ แล้วก็มองตำราลับสามเล่มในกระเป๋าอย่างพึงพอใจ แล้วหันไปพูดกับถังซานไฉ่ที่ถือกล่องเหล็กว่า “สหายถัง ตอนนี้ภารกิจของเจ้าส่วนใหญ่ถือว่าสำเร็จแล้ว ถือกล่องเหล็กนี้ไว้ พวกเราไปรายงานผลภารกิจเร็วๆ ดีกว่า รีบนำ ‘หินสามชาติ’ มาไว้ในมือ ช้ากว่านี้เกรงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดคิด”
ถังซานไฉ่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย “สหายเยี่ยพูดถูกมาก ครั้งนี้ต้องพึ่งพาทุกคนแล้ว ไม่ง่ายเลยที่ข้าจะไม่ต้องลงหลุมศพไปกับฟ่านเหยานั่นด้วย เรารีบไปรายงานผลภารกิจเร็วๆ หน่อยดีกว่า ทำเช่นนั้นข้าถึงจะสงบใจได้”
ทุกคนได้ยินแล้วพยักหน้า แล้วหันตัวเดินออกจากวัดร้างอู๋เจียนแห่งนี้ไป
ทว่า ตอนที่ทุกคนเพิ่งเดินออกจากประตูวัด ก็เห็นว่ามีคนเก้าคนรออยู่ข้างหน้าตรงจุดที่ห่างออกไปสิบเมตร
แต่ละคนขี่ม้าตัวสูงใหญ่ ในจำนวนนั้นผู้ที่อยู่หน้าสุดสวมหมวกงอบ มองไม่เห็นใบหน้าชัดเจน อีกแปดคนข้างกายล้วนสวมชุดเกราะหนัง ในมือของทุกคนถือธนูหนึ่งคัน ตอนนี้ขึ้นศรเรียบร้อยแล้ว สายธนูถูกดึงจนตึง เล็งมายังทั้งหกคนที่เพิ่งเดินออกจากวัด
“ยิง!”
เมื่อเห็นพวกเยี่ยเว่ยหมิงเดินออกมาจากวัดร้าง คนที่เป็นหัวหน้าก็ออกคำสั่งทันที ลูกธนูแปดดอกยิงออกจากสายไปบนตัวถังซานไฉ่ที่อยู่ท่ามกลางทั้งหกพร้อมกัน
ฟังจากเสียงแหลมเสียดหูที่ลูกธนูพวกนี้ฝ่าอากาศ ก็ทำให้คนไม่กล้าดูถูกลูกธนูพวกนี้แม้แต่น้อย!
[1] ขโมยไก่ไม่ได้ ยังเสียข้าวสารอีกกำมือ 偷鸡不成蚀把米 หมายถึงฉวยโอกาสไม่สำเร็จแล้วยังขาดทุน
มีการดักซุ่ม!
ทั้งหกคนตกใจพร้อมกัน ด้วยอิทธิพลของ ‘เงาของเทพกระบี่’ เยี่ยเว่ยหมิงไหวตัวได้เร็วที่สุด ก่อวงล้อมกระบี่สามฉื่อจากเคล็ดกระบี่ ‘มังกรร่อนล่อหงส์’ ก้าวมาขวางตรงหน้าถังซานไฉ่แล้ว
น้องดาบที่ประสบการณ์โชกโชนที่สุดไหวตัวช้ากว่าเยี่ยเว่ยหมิงนิดหน่อย แต่ก็ตั้งดาบในแนวขวางทันที ช่วยเยี่ยเว่ยหมิงแบกรับความกดดันได้ส่วนหนึ่ง
แกร๊ง! แกร๊ง! แกร๊ง…
หลังจากเกิดเสียงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลูกธนูแปดดอกถูกเยี่ยเว่ยหมิงกับน้องดาบกันไว้ได้ทั้งหมด ไม่ได้ทำให้ถังซานไฉ่ผู้โชคร้ายได้รับบาดเจ็บใดๆ
แต่พลังของสายธนูดุดันผิดปกติ ต่อให้อาศัยฝีมือของเยี่ยเว่ยหมิงกับน้องดาบ แต่ทุกดอกที่ปัดลงก็ทำให้พวกเขาสะเทือนถอยหลังหนึ่งก้าว
ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้ เยี่ยเว่ยหมิงรับลูกธนูไว้ได้ทั้งหมดห้าดอก น้องดาบรับไว้ได้สามดอก
ภายใต้บทบาทของแรงสะท้อนกลับที่ต่อเนื่อง เยี่ยเว่ยหมิงกับน้องดาบ หรือแม้แต่ถังซานไฉ่ที่ถูกปกป้องอยู่ข้างหลังพวกเขาต้องกลับเข้ามาในวัดร้างอีกครั้งแล้ว
เพื่อนร่วมทีมอีกสามคนย่อมไม่กล้าบุ่มบ่ามลุยเดี่ยว ทำได้เพียงรักษากระบวนทัพสามคนเอาไว้ แล้วก็กลับเข้ามาในวัดร้างอู๋เจียน
ลูกธนูแปดดอกนี้มีที่มาอย่างไรกันแน่
ไม่น่าเชื่อว่าฝีมือจะทรงพลังขนาดนี้!
ไม่ต้องให้เยี่ยเว่ยหมิงกำชับล่วงหน้า เพื่อนร่วมทีมทั้งหกคนก็แบ่งเป็นสองกลุ่มโดยอัตโนมัติแล้ว เยี่ยเว่ยหมิง สะพานสวรรค์น้อย น้องดาบอยู่ทางซ้าย ถังซานไฉ่ ฉางซิงอวี่ หนิวจื้อชุนอยู่ทางขวา สองกลุ่มนี้หลบให้พ้นสายตาศัตรูที่อยู่ตรงข้ามกับประตูวัดพร้อมกัน อาศัยกำแพงของวัดร้างพรางตัว
“ใครใช้ให้เจ้ามีเมตตาปรานีในช่วงเวลาสำคัญ ดันปล่อยเจ้าคนที่ชื่ออวิ๋นหวาซั่งเซียนไปเสียได้ ตอนนี้เขาคงมาล้างแค้นแล้วน่ะสิ” ตอนนี้คนที่ไม่ลืมพูดแขวะเยี่ยเว่ยหมิง นอกจากน้องดาบก็ย่อมไม่มีใครอีกแล้ว
เยี่ยเว่ยหมิงได้ยินแล้วกลับพูดอย่างมีเหตุผลเต็มปากเต็มคำว่า “การปรากฏตัวของคนพวกนี้เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของข้าจริงๆ แต่ไม่ใช่ว่าอวิ๋นหวาซั่งเซียนนั่นจะมีความสามารถล่อพวกเขามาแน่นอน เขายังไม่มีอำนาจมากขนาดนั้น”
น้องดาบได้ยินแล้วขมวดคิ้ว จากนั้นก็เข้าใจทันที “เป็นภารกิจส่งจดหมายหรือ”
“แล้วยังไม่ชัดเจนอีกหรือ” เยี่ยเว่ยหมิงยักไหล่ “ถึงอย่างไรก็เป็นภารกิจระดับหกดาว เจ้าคิดว่าระบบจะไม่สร้างปัญหาให้พวกเราสักหน่อย ปล่อยให้พวกเราส่งจดหมายไปที่สำนักคุนหลุน แล้วก็ไปรับรางวัลเฉยๆ อย่างนั้นหรือ”
ตอนนี้ฉางซิงอวี่ที่อยู่อีกฝั่งพูดอย่างไม่ค่อยพอใจว่า “สหายเยี่ย นี่ก็คือความผิดของเจ้า เจ้ารู้อยู่แก่ใจว่าภารกิจ ‘หินสามชาติ’ มีความสำคัญต่อสหายถังขนาดไหน เหตุใดต้องสร้างปัญหาเพิ่มอีก”
เยี่ยเว่ยหมิงแสดงออกว่าตัวเองกำลังถูกยัดความผิดอย่างไม่เป็นธรรม “ตอนนั้นข้าบอกแค่ว่าข้ารับสองภารกิจนั่นไว้แล้ว ไม่ได้บอกให้พวกเจ้ารับไว้เสียหน่อย ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ข้าก็คิดไว้แล้วว่าในระหว่างส่งจดหมายย่อมต้องมีปัญหาเกิดขึ้น แต่กลับคิดไม่ถึงว่าปัญหานั่นจะมาเร็วขนาดนี้ ก็ได้ ถือว่าข้าพิจารณาไม่ถี่ถ้วนก็แล้วกัน”
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาโทษกัน” ตอนนี้ถังซานไฉ่เอ่ยปากไกล่เกลี่ย “สหายเยี่ย เจ้าคิดว่าตอนนี้ควรทำอย่างไรดี”
ตอนที่ทุกคนปรึกษากันเรื่องกลยุทธ์ในวัดร้าง กลับได้ยินเสียงคนตะโกนมาจากด้านนอก “คนข้างในฟังให้ดี พวกเจ้าถูกล้อมไว้หมดแล้ว วางอาวุธลงเดี๋ยวนี้ การยอมแพ้คือหนทางรอบเดียวของพวกเจ้า ขอเพียงพวกเจ้าส่งจดหมายฉบับนั้นมาแต่โดยดี วันนี้ข้าอารมณ์ดี อาจจะไว้ชีวิตพวกเจ้าสักครั้งก็ได้”
ทุกคนได้ยินแล้วสายตาไปรวมอยู่บนกล่องเหล็กในมือถังซานไฉ่พร้อมกัน
ศัตรูพุ่งเป้ามาที่กล่องใบนี้จริงๆ ด้วย!
ส่วนถังซานไฉ่ก็ถูกคนพวกนั้นมองจนขนลุกนิดหน่อย อดส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปที่เยี่ยเว่ยหมิงไม่ได้ “สหายเยี่ย ตอนนี้พวกเราจะทำอย่างไรดี”
เยี่ยเว่ยหมิงได้ยินแล้วงอนิ้วคำนวณด้วยความเคยชิน กวาดสายตามองภายในวัดร้างแวบหนึ่ง แล้วก็มองไปทางเก้าคนข้างนอกที่ไล่ตามมา จากนั้นกล่าวอย่างไม่ทุกข์ร้อน “อีกฝ่ายพูดชัดเจนแล้วว่าพุ่งเป้ามาที่กล่องเหล็ก เมื่อครู่ความสนใจของอีกฝ่ายก็รวมอยู่ที่ตัวสหายถังคนเดียว แสดงว่าอีกฝ่ายจะพิจารณาโจมตีคนที่ถือกล่องใบนี้ไว้ก่อน”
หลังจากชะงักไปครู่เดียว เขาก็พูดต่อทันทีว่า “สหายถังโยนกล่องเหล็กมาให้ข้าก็ได้ ในบรรดาพวกเราที่อยู่ตรงนี้ ข้าคงมีความสามารถในการปกป้องตัวเองได้มากที่สุด ข้ามั่นใจที่สุดด้วยว่าจะฝ่าวงล้อมสำเร็จ แต่ขอพูดสิ่งที่ไม่น่าฟังเอาไว้ก่อน ในเมื่อคนที่มีกล่องเหล็กอยู่ในมือถูกมองว่าสำคัญที่สุดในภารกิจ เช่นนั้นหลังจากทำภารกิจนี้สำเร็จแล้ว รางวัลที่ได้…พวกเจ้าเข้าใจใช่ไหม”
แต่ละคนที่อยู่ตรงนี้ มีใครบ้างที่ไม่ใช่ยอดฝีมือในเกม
ไม่ต้องให้เยี่ยเว่ยหมิงอธิบายมากกว่านี้ เขาก็เข้าใจชัดเจนแล้วว่าเยี่ยเว่ยหมิงกำลังสื่อถึงอะไร
ถึงอย่างไรเกมนี้ก็ค่อนข้างให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมของการลงทุนและการรับผลตอบแทน คนที่ถือกล่องเหล็กแบกรับความเสี่ยงมากที่สุด ถูกโจมตีโหดเหี้ยมที่สุด เช่นนั้นหลังจากทำภารกิจสำเร็จอย่างราบรื่นแล้ว ก็ย่อมต้องได้ส่วนแบ่งเยอะที่สุดเช่นกัน
แม้ทุกคนจะรู้ว่ากล่องเหล็กเป็นทั้งตัวแทนของอันตรายทั้งโอกาสที่จะได้ผลประโยชน์ แต่กลับไม่มีใครคิดจะแย่งกับเขา
อย่างไรเสียก็ไม่มีใครมีศักยภาพและความกล้าหาญเท่าเยี่ยเว่ยหมิง
ก็เหมือนกับที่เยี่ยเว่ยหมิงไม่อยากสละค่าวีรบุรุษของตัวเองเพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่มากที่สุดตอนดรอปไอเทมจากบอส คนอื่นก็ไม่อยากแบกรับอันตรายเพื่อส่วนแบ่งที่มากที่สุดของรางวัลภารกิจเช่นกัน
ตอนนี้กลับเห็นเยี่ยเว่ยหมิงส่งข้อความในช่องทีม [ประเดี๋ยวตอนสหายถังโยนกล่องเหล็กมา อาจจะเกิดเหตุไม่คาดคิด ทุกคนเตรียมตัวต่อสู้ล่วงหน้าด้วย]
“อย่าเอาแต่ดึงดันรักษากล่องเหล็กนั่นไว้ ถึงอย่างไรภารกิจนี้ก็เป็นเพียงผลตอบแทนพิเศษ ต่อให้ภารกิจล้มเหลวก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ พยายามอย่าให้ตัวเองถูกฆ่าในเวลานี้ ถ้าตายก่อนแล้วรับรางวัลภารกิจก่อนหน้านี้ไม่ได้ แบบนั้นก็น่ากลุ้มใจแล้ว”
ทุกคนได้ยินแล้วพยักหน้าสื่อว่าเข้าใจพร้อมกัน ในที่สุดถังซานไฉ่ก็บอกเยี่ยเว่ยหมิงว่า “สหายเยี่ย รับไว้!”
ขณะที่พูด เขาก็โยนกล่องเหล็กขึ้นมากลางอากาศไปทางจุดที่เยี่ยเว่ยหมิงยืนอยู่แล้ว
ฟิ้ว!
ตอนที่กล่องเหล็กถูกโยนออกมาจากมือถังซานไฉ่ ระหว่างทางที่กำลังลอยไปหาเยี่ยเว่ยหมิง ทุกคนกลับเห็นเงาของคนคนหนึ่งแวบผ่านตรงหน้า ที่แท้ก็เป็นชายสวมหมวกงอบซึ่งเป็นหัวหน้าของเก้าคนนั้น จู่ๆ ก็ทะลุผ่านเข้ามาในวัด คว้ากล่องเหล็กที่หลวงจีนไว้ผมทิ้งไว้ให้พวกเขาไปแล้ว
ขณะเดียวกันนี้เอง ชื่อและข้อมูลของบอสคนนี้ก็ปรากฏอยู่ในสายตาทุกคนแล้วเช่นกัน
[อาซาน]
ยอดฝีมือจากสำนักจินกังแดนซีอวี้ หนึ่งในหกยอดฝีมือจวนท่านอ๋องหรู่หยาง
เลเวล: 65
พลังชีวิต: 360000/360000
กำลังภายใน: 80000/80000
……
ที่แท้ฝีมือของศัตรูคนนั้นก็แข็งแกร่งขนาดนี้ ต่อให้อยู่ห่างสิบเมตร แต่ก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างเยี่ยเว่ยหมิงกับถังซานไฉ่
หรือไม่เขาก็ฉวยโอกาสตอนที่ทุกคนซ่อนตัว แต่งตัวมาอยู่นอกประตูวัดอย่างเงียบๆ แล้ว จากนั้นก็ได้ยินเสียงทุกคนคุยกัน แล้วก็ลงมือชิงกล่องเหล็กที่ถังซานไฉ่โยนออกมาได้อย่างถูกจังหวะ?
แต่สำหรับทุกคนที่อยู่ในวัดนี้ การปรากฏตัวของบอสที่ตั้งชื่ออย่างขอไปทีนั้นไม่ได้สำคัญ
ที่สำคัญก็คือ ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าหมอนี่จะเข้าประตูวัดมาได้ ก็เท่ากับเขาละทิ้งการโจมตีระยะไกลที่มีพลังที่สุดไปแล้ว
ถึงเวลาสังหารให้เขาตายแล้ว!
เยี่ยเว่ยหมิงที่เตรียมตัวไว้ตั้งแต่แรกแล้วก็ยิ่งถอยมาอยู่ชิดข้างกำแพง มือซ้ายงอนิ้วคำนวณ มือขวาถือกระบี่แสงทองชี้อาซานที่อยู่ไกลๆ “ลูกซาน ยังไม่รีบมาทักทายบิดาเจ้าอีกหรือ”
“เจ้าเด็กนี่รนหาที่ตาย!”
ภายใต้การเย้ยหยันสองชั้นของ ‘ไท้ซัวเป็นไฉน’ + ล้อเรื่องจริยธรรม บอสที่ชื่ออาซานนั่นตาแดงก่ำทันที ตะคอกอย่างเดือดดาลแล้วพุ่งมาทางเยี่ยเว่ยหมิงแล้ว
มือข้างหนึ่งของเขาถือกล่องเหล็ก ส่วนมืออีกข้างก็ไม่กลัวคมกระบี่ล้ำค่าของเยี่ยเว่ยหมิงเลยสักนิด เขางอนิ้วเป็นกรงเล็บ แล้วคว้าคมกระบี่ในมือเยี่ยเว่ยหมิงโดยตรง
BOSS สมัยนี้โหดขนาดนี้เชียวหรือ
แม้ในใจจะสงสัย แต่เยี่ยเว่ยหมิงกลับไม่เก็บกระบี่เพียงเพราะสงสัยในการกระทำของอีกฝ่าย เขาถือโอกาสก้าวมาข้างหน้า แทงกระบี่แสงทองในมือตัวเองที่ฝ่ามือของอีกฝ่ายเสียเลย
เขาก็อยากเห็นเหมือนกัน ว่ามือของบอสเลเวลหกสิบห้าแข็งกว่า หรือกระบี่แสงทองที่เป็นอาวุธล้ำค่าในมือของเขาคมกว่า!
แกร๊ง!
เหนือความคาดหมายของทุกคน ตอนที่อาซานใช้สามนิ้วของตัวเองคีบคมของกระบี่แสงทองไว้ ไม่น่าเชื่อว่ากระบี่แสงทองที่เป็นอาวุธล้ำค่าจะกรีดเข้าหนังอีกฝ่ายไม่ได้ด้วยซ้ำ ถูกอีกฝ่ายคว้าไว้แน่นในฝ่ามือ
กลับตัวก็ไม่ได้ เดินหน้าต่อก็ไม่ถึง!
ถ้าเป็นการสู้แบบตัวต่อตัว เยี่ยเว่ยหมิงที่ถูกควบคุมอาวุธถือว่าตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายโดยสมบูรณ์แล้ว
แต่…
เขาไม่ใช่คนเดียวที่กำลังต่อสู้อยู่!
หลังจากกระบี่ล้ำค่าในมือเยี่ยเว่ยหมิงถูกอีกฝ่ายคว้าไว้ สะพานสวรรค์น้อยกับน้องดาบที่อยู่อีกด้านก็ลงมือพร้อมกัน คนหนึ่งใช้กระบี่คู่โจมตีแผ่นหลังกับบ่าซ้ายของอาซาน อีกคนใช้ดาบปาดไปทางลำคอของอาซาน
อาซานเห็นสถานการณ์แล้วขมวดคิ้ว ได้แต่โยนกล่องเหล็กให้สูงขึ้น ถือโอกาสก้มศีรษะหลบการโจมตีลำคอของน้องดาบ พร้อมทั้งใช้มือซ้ายที่ว่างยื่นออกมากะทันหัน ตอนที่สะพานสวรรค์น้อยยังไม่ทันไหวตัว นิ้วทั้งสามก็คีบคมของกระบี่มังกรคำรามในมือซ้ายของนางไว้แล้ว จากนั้นถือโอกาสยกกรงเล็บขึ้นข้างบน แล้วใช้กระบี่มังกรคำรามของสะพานสวรรค์น้อยค้ำกระบี่จินสยาที่นางฟันตามลงมา
แกร๊ง!
ท่ามกลางเสียงกระบี่ที่ไพเราะ ร่างงามของสะพานสวรรค์น้อยสะเทือนทันที เหนือศีรษะมีตัวเลขพลังชีวิตลดสี่หลักลอยขึ้นมา
-1211!
สมกับเป็นบอสใหญ่เลเวลหกสิบห้า แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่สามยอดฝีมือล้อมโจมตี แต่ตัวเองกลับเหลือพลังโจมตีศัตรูให้บาดเจ็บ!
สะพานสวรรค์น้อยบาดเจ็บจากการโจมตีเพียงครั้งเดียว มือขวาของอาซานที่คว้ากระบี่แสงทองกลับสะบัดอย่างแรง ทำให้เยี่ยเว่ยหมิงกระเด็นถอยหลังทั้งคนทั้งกระบี่ไปกระแทกอยู่บนกำแพงด้านหลังแล้ว เขารู้สึกเลือดลมปั่นป่วนอยู่พักหนึ่ง
โชคดีที่เยี่ยเว่ยหมิงเองมีพื้นฐานวิชามั่นคง กอปรกับกระบี่แสงทองมีเอฟเฟ็กต์พิเศษที่เป็นปราณแท้ป้องกัน ถึงได้ไม่ถูกอีกฝ่ายโจมตีจนเกิดตัวเลขดาเมจสูง
เป็นอย่างที่คาดไว้!
เมื่อไม่มีเอฟเฟ็กต์จาก ‘ไท้ซัวเป็นไฉน’ ด้วยศักยภาพของเยี่ยเว่ยหมิง ยามเผชิญหน้ากับบอสเลเวลหกสิบห้าก็มีสิทธิ์เพียงถูกอีกฝ่ายจับแขวนโจมตี!
สาเหตุที่กล้าท้าสู้กับอีกฝ่าย ก็เป็นเพราะเขายังมีเพื่อนในทีมอยู่ก็เท่านั้นเอง
น้องดาบที่โจมตีดาบแรกแล้วอีกฝ่ายหลบได้อย่างสบายๆ ตอนนี้นางกลับหมุนตัวกระบี่ แล้วแทงกลับไปที่หัวใจของอาซานอีกครั้ง
ส่วนอาซานที่ในที่สุดก็มือว่างข้างหนึ่งเสียที พอเห็นสถานการณ์ดังนั้นก็ยื่นมือไปคว้าดาบล้ำค่าในมือน้องดาบทันที
น้องดาบเห็นแล้วลังเลเล็กน้อย แต่ก็เริ่มแน่วแน่อีกครั้ง ฟันดาบลงมาโดยไม่เปลี่ยนท่า ปล่อยให้อาซานกำดาบเอาไว้อย่างนั้น
นางตัดสินใจจะเชื่อเยี่ยเว่ยหมิงสักครั้ง เสียสละการโจมตีของตัวเองเพื่อควบคุมมือขวาของอาซานเอาไว้สักพัก ให้ช่องว่างกับเจ้ามือปราบหน้าเหม็นไร้ยางอายนั่นแสดงฝีมือ
เจ้าหมอนั่นขอเพียงมีโอกาส บางทีอาจจะตอบแทนนางด้วยการสร้างความประหลาดใจก็ได้!
มือข้างหนึ่งสนใจแต่ออกแรงดันดาบ ส่วนมืออีกข้างของน้องดาบก็รับกล่องเหล็กที่ตกลงจากฟ้าเอาไว้ จากนั้นสะบัดมือโยนมันไปทางอีกฝั่งของวัดร้างที่มีพวกถังซานไฉ่ยืนอยู่
แม้จะต้องฆ่าบอส แต่ไอเทมภารกิจก็ยังต้องปกป้องเอาไว้ให้ดี!
สำหรับความไว้วางใจของน้องดาบ และการปกป้องไอเทมภารกิจของนาง เยี่ยเว่ยหมิงพยักหน้าให้นางอย่างชื่นชม จากนั้นแทงกระบี่ท่า ‘ไซซีกุมดวงใจ’ ตรงไปยังตำแหน่งหัวใจผ่านแผ่นหลังของอาซาน
อาซานตั้งใจจะปล่อยมือจากอาวุธของผู้หญิงสองคนนี้เพื่อไปรับมือกับท่าไม้ตายของเยี่ยเว่ยหมิง แต่ช่วยไม่ได้ที่น้องดาบกับสะพานสวรรค์น้อยกลับออกแรงขึ้นมากะทันหัน เพิ่มแรงอาวุธในมือบนตัวเขาให้มากขึ้น ขอเพียงเขาปล่อยมือ ก็จะถูกอาวุธของผู้หญิงสองคนนี้โจมตีจนเลือดสาดทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาแน่นอน
อาซานไม่อยากสัมผัสประสบการณ์พิเศษถูกฟันเอว ทำได้เพียงออกแรงที่สองเท้า กระโจนร่างกายขึ้นมาข้างบน จากนั้นสองเท้าก็แบ่งไปทางซ้ายและขวา ขณะหลบกระบี่ที่ใกล้จะแทงหัวใจของเยี่ยเว่ยหมิงได้ เขาก็ถีบหน้าผากของผู้หญิงสองคนนั้นไปพร้อมกันด้วย
น้องดาบกับสะพานสวรรค์น้อยเห็นแล้วยกสองแขนขึ้นมาบังพร้อมกัน แต่กลับถูกอาซานเตะกระเด็นถอยหลังทั้งคนทั้งอาวุธ
-2315
-2542
ตัวเลขดาเมจจำนวนมากลอยขึ้นเหนือศีรษะของสาวงามร่างอรชรอ้อนแอ้นสองคนอีกครั้ง
นี่ก็คือจุดที่น่ากลัวของบอสเลเวลสูง!
ต่อให้เจ้าจะอาศัยการใช้ฝีมือและเอาชนะอีกฝ่ายได้ในด้านกระบวนท่า แต่อีกฝ่ายก็ยังบดขยี้ทำดาเมจสูงบนตัวเจ้าได้อย่างง่ายดาย
หากไม่มีตัวแทงค์ที่มีพลังแข็งแกร่งคอยต้านการโจมตีซึ่งหน้าของอีกฝ่าย ลำพังแค่ดาเมจบดขยี้แบบนี้ เกรงว่าใช้ไม่กี่กระบวนท่า ก็ส่งให้ยอดฝีมือในเกมกลับไปรายงานตัวที่จุดคืนชีพได้แล้ว!
ตอนนี้เอง กระบี่ของเยี่ยเว่ยหมิงก็เพียงแทงผ่านใต้หว่างขาของอาซานเท่านั้น ทำอะไรผิวหนังของอีกฝ่ายไม่ได้เลยสักนิด!
เห็นได้ชัดว่าอาซานเคลื่อนไหวรวดเร็วถึงขีดสุดแล้ว หลังจากกระโดดถีบขาคู่จนน้องดาบกับสะพานสวรรค์น้อยกระเด็นออกไป สองขาก็กลับมารวมกันอีกครั้ง แต่กลับใช้พลังที่เหนือกว่าของตัวเอง หนีบท้องแขนขวาของเยี่ยเว่ยหมิงที่ข้อมืออยู่ข้างหลังเอาไว้แน่น ทำให้เยี่ยเว่ยหมิงขยับไปไหนไม่ได้
แม้เจ้าหมอนี่จะฝึกจนถึงขั้นอาวุธฟันแทงไม่เข้าแล้วจริงๆ แต่ถึงอย่างไรมือสองข้างก็เป็นเพียงนิ้วทั้งสิบเท่านั้น ไม่เหมือนอ๋าวป้ายที่หนีบตัวกระบี่โดยตรง แต่ถ้าให้หนีบแขนของเยี่ยเว่ยหมิง อาซานก็ยังไม่กลัว
ตุ้บ! จากนั้นอาซานก็ควบคุมมือขวาที่ถือกระบี่ของเยี่ยเว่ยหมิง แล้วพลันเหยียบสองเท้าบนพื้น ทำให้อิฐสีเขียวใต้เท้าแตกกระจาย
หลังจากเท้าเหยียบพื้นแล้ว สุดท้ายเขาก็เล่นบทโหดอีกครั้ง เขาหมุนตัวแล้วใช้มือขวายื่นไปขยุ้มจุดไป่ฮุ่ยบนศีรษะของเยี่ยเว่ยหมิง
ถ้าถูกเขาขยุ้มแบบนี้ก็ไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว ต้องเกิดคริติคอลดาเมจแน่นอน เยี่ยเว่ยหมิงต่อให้ไม่ตายแต่ก็หนังลอกแน่!
และตอนนี้ สะพานสวรรค์น้อยกับน้องดาบก็เพิ่งถูกโยนกระเด็นออกไปพร้อมกัน ฉางซิงอวี่กับหนิวจื้อชุนก็อยู่ไกลมาก ล้วนมาช่วยไม่ทัน
การโจมตีของถังซานไฉ่มาถึงเร็วพอสมควร แต่ยามเผชิญหน้ากับอาวุธลับพวกนั้นของเขา อาซานเลือกที่จะไม่สนใจแม้แต่น้อย ใช้ปราณแท้ป้องกันดีดให้อาวุธลับทั้งหมดเด้งไปด้านข้าง
เมื่ออยู่สถานการณ์ที่ไม่มีผู้ช่วยที่ช่วยไหว เยี่ยเว่ยหมิงทำได้เพียงยกฝ่ามือขึ้นมารับกับนิ้วอานุภาพเกรียงไกรของอาซานอย่างฉุกละหุก!
เมื่อได้เห็นฉากนี้ บนใบหน้าอาซานกลับเผยรอยยิ้มน่าเวทนาขีดสุดออกมา สามนิ้วแทงลงไปสุดกำลัง ฉวยโอกาสนี้ทำลายแขนข้างหนึ่งของเยี่ยเว่ยหมิงก่อนแล้วค่อยว่ากัน
ส่วนมือซ้ายของเขาก็ยกสูงขึ้นพร้อมกัน กะว่าหลังจากทำให้แขนของเยี่ยเว่ยหมิงพิการแล้ว ก็จะถือโอกาสทำคริติคอลดาเมจ ส่งศัตรูที่รับมือยากคนนี้กลับไปรายงานตัวที่จุดคืนชีพ!
เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่แทบจะสิ้นหวังแบบนี้ เยี่ยเว่ยหมิงยังจะทำอะไรได้อีก
เขาในตอนนี้ ถึงขั้นคลายมือออกจากกระบี่แสงทองที่เดิมทีจับไว้แน่น เลิกขัดขืนอย่างไร้ความหวาดกลัว
แต่เพื่อรักษาหน้าตาศักดิ์ศรีของตัวเอง เขายังต้องทำอะไรอีกสักหน่อย
ดังนั้นเขาจึงไขว้นิ้วชี้และนิ้วกลางบนมือข้างขวาของตัวเองที่ถูกอาซานหนีบไว้ จากนั้นใส่กำลังภายในไปสิบส่วน ดีดเบาๆ ลงตรงอวัยวะสำคัญเบื้องล่างของอาซาน
พรึ่บ!
-15376!
ท่ามกลางสายตาของพวกถังซานไฉ่ อวัยวะสำคัญท่อนล่างของอาซานกลายเป็นภาพโมเสกสีแดงเลือดอยู่ภายใต้นิ้วดีดของเยี่ยเว่ยหมิงแล้ว!
เพื่อนร่วมทีมชายสามคนนั้นเห็นแล้วปวดไข่กับรูทวาร เสียวสันหลังวาบอยู่พักหนึ่ง
วิชาดรรชนีศักดิ์สิทธิ์นำมาซึ่งภาพที่สะเทือนสายตาคนดูมาก มันช่าง…
นกเขาน้อยตรงหว่างขาระเบิดแล้ว!
“อ๊าก!!!…”
ไม่เหมือนพวกผู้เล่นที่ปิดโหมดความรู้สึกเจ็บได้ NPC ไม่ได้มีสวัสดิการดีอย่างนั้น
นอกจากคนสุดโหดอย่างฟ่านเหยาที่ฝืนทนความเจ็บเพื่อแลกดาเมจเยี่ยเว่ยหมิง บอสโดยส่วนใหญ่ก็ทนรับความเจ็บปวดมหาศาลแบบนี้ไม่ได้เลยจริงๆ
ยกตัวอย่างเช่นอาซานที่อวัยวะเพศระเบิด เมื่อถูกกระตุ้นให้อวัยวะตรงหว่างขาเจ็บปวดเข้าหัวใจ ทำให้เขาร้องเสียงหลงไม่เป็นภาษาคนทันที
ส่วนน้องดาบที่ได้เห็นฉากนี้ มุมปากกลับคงเผยรอยยิ้มไม่เหนือความคาดหมายออกมา
เป็นอย่างที่คาดไว้ เจ้ามือปราบหน้าเหม็นเป็นคนไร้ยางอาย โหดร้ายทารุณ ไม่มีขอบเขตขนาดนั้น…ทำได้งดงามมาก!
ในใจคิดอย่างนี้ แต่น้องดาบที่เพิ่งถูกถีบกระแทกกำแพงกลับออกแรงข้างหลังดีดตัวกลับมา ขณะเดียวกันนี้เอง ดาบยาวคมในมือของนางก็ถูกกระตุ้นด้วยกำลังภายในแล้ว ทำให้เกิดเสียงดับคำรามเสียงชัดใส!
ทว่า สิ่งที่ทำให้น้องดาบคาดคิดไม่ถึงก็คือ ท่าไม้ตายของเยี่ยเว่ยหมิงไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นี้เท่านั้น
แม้อาซานจะสูญเสียความสามารถในการต่อต้านเพราะเจ็บปวดแล้ว แต่นิ้วที่จิ้มฝ่ามือของเยี่ยเว่ยหมิงกลับยังไม่หยุด มันตกลงมาข้างล่างต่อภายใต้แรงเฉื่อย ติดที่ถูกกระตุ้นด้วยความเจ็บปวดถึงขั้วหัวใจ นิ้วนี้จึงหมดพลังเดิมที่มีอยู่ ไม่ได้น่ากลัวอีกแล้ว
อย่าว่าแต่เยี่ยเว่ยหมิง ต่อให้ผู้เล่นธรรมดาคนอื่นถูกนิ้วนี้โจมตี ก็จะต้านทานได้อย่างง่ายดายอยู่ดี
อย่างไรเสีย พลังของเขาก็ได้รับผลกระทบจากความเจ็บปวดแล้ว พลังกระจายหายไปหมดแล้ว!
ทว่า ตอนที่นิ้วของเขาตกลงบนฝ่ามือของเยี่ยเว่ยหมิง กลับยังเจอผลสะท้อนกลับของ ‘มังกรซ่อนกบดาน’
จากนั้น พลังฝ่ามือรูปมังกรที่ทรงพลังไร้ที่เปรียบก็ทำให้อาซานที่ปราณแท้ป้องกันแตกซ่านไปแล้วจมมิดโดยสิ้นเชิง
ท่ามกลางเสียงคำรามประหลาดราวสัตว์ร้ายที่ทำให้คนใจสั่น ปนด้วยเสียงกระดูกแตกของอาซานกับเสียงกรีดร้องที่ไม่เหมือนคน
-11567
ท่ามกลางตัวเลขดาเมจมหาศาล อาซานถูกตบจนกระเด็นถอยหลังออกไปแล้ว
เขาโชคดีมาก เพราะฝ่ามือนี้ของเยี่ยเว่ยหมิงยอดเยี่ยมเกินไป ทำให้เขากระเด็นไปอยู่ตรงข้ามวัดร้างพอดี ซึ่งเป็นจุดที่สหายร่วมทีมอีกสามคนยืนหันหน้าเข้ามา หลบดาบของน้องดาบที่ฟันตามเข้ามาได้พอดี
ตอนนี้เอง กล่องเหล็กที่น้องดาบโยนไปอีกฝั่งก่อนหน้านี้ กลับถูกถังซานไฉ่ซึ่งเป็นหนึ่งในสามคนนั้นรับเอาไว้พอดี
จากนั้นก็มีเสียงต่อสู้และเสียงกรีดร้องต่อเนื่องดังมา มือธนูแปดคนที่ตอนแรกเฝ้าอยู่ข้างนอกยังไม่มีการเคลื่อนไหวผิดปกติใดๆ
อย่างไรเสีย จุดที่ดรรชนีศักดิ์สิทธิ์ของเยี่ยเว่ยหมิงไปแตะลงก็โหดเหี้ยมเกินไป ทำให้อาซานที่ถูกโจมตีอวัยวะเพศระเบิดในชั่วพริบตาเดียว เสียงกรีดร้องที่มาจากปากเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
เมื่อคนคนหนึ่งแผดเสียงร้องออกมา แม้จะเป็นคนที่คุ้นเคย ก็อยากจะแยกแยะว่าเสียงที่ร้องออกมาเป็นของใครกันแน่
แล้วอาซานก็ดันเป็นคนโรคจิตที่ชอบทรมานศัตรู มีดรรชนีวชิระทรงพลัง ไม่ทันไรก็ทำให้ศัตรูกระดูกหักเอ็นขาดแล้ว พวกเขาแปดคนติดตามทำงานกับอาซานมาหลายปี เสียงกรีดร้องกับเสียงกระดูกหักที่มีเอกลักษณ์แบบนี้ พวกเขาฟังมาเยอะเกินไป ฟังเยอะจนชินชาแล้ว
จนกระทั่งพวกเขามองผ่านประตูวัดแล้วเห็นเงาคนที่กระเด็นออกมา ในที่สุดถึงรู้ว่าเรื่องในครั้งนี้ไม่เหมือนกับในอดีต
แม้เสียงจะเป็นเสียงกรีดร้องเหมือนเดิม แต่คนที่ถูกหักกระดูกฉีกเส้นเอ็นขาดคนนั้น เหมือนจะกลายเป็นอาซาน เพื่อนร่วมงานอาวุโสของเขาแล้ว!
“ใต้เท้าอาซาน!”
หนึ่งในแปดคนนั้นตะโกนเรียก จากนั้นแปดร่างก็กระโดดลงจากม้าแล้วพุ่งเข้าไปในวัดร้างพร้อมกัน
ในวัดนี้ การต่อสู้อันดุเดือดยังคงดำเนินต่อไป
หลังจากโจมตีอาซานจนกระเด็นแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงก็ใช้ ‘วิชาดรรชนีศักดิ์สิทธิ์’ ตามไปอีกด้วยความเคยชิน
เนื่องจากอาซานไม่เหมือนฟ่านเหยาที่ถูกภารกิจจำกัดให้อยู่ได้เพียงพื้นที่เล็กแคบ เมื่อเห็นว่าสู้ไม่ไหว ก็รับประกันได้ยากว่าบอสคนนี้จะไม่หนีไป
เพื่อรับประกันความเสี่ยง เยี่ยเว่ยหมิงดีดลูกเหล็กออกมาโดนกระดูกหัวเข่าข้างขวาของอาซานที่กำลังหมุนตัวอยู่กลางอากาศ โจมตีครั้งเดียวก็ทำให้กระดูกแตกแล้ว
ตอนนี้ไม่ต้องกังวลแล้วว่าบอสที่โดนต้มสุกคนนี้จะหนีไป!
ส่วนอีกฝั่งหนึ่งของวัด เมื่อพวกเขาเห็นว่าอาซานถูกโจมตีจนกระเด็นมาทางฝั่งนี้ สามยอดฝีมือก็นำอาวุธลับออกมาพร้อมกัน ในบรรดาพวกเขา ดาบสองคมสามแฉกของฉางซิงอวี่กับกระบี่มังกรขาวของถังซานไฉ่ชักออกมาพร้อมกันแล้วแทงเข้าไปใกล้ๆ ขณะอีกฝ่ายลอยอยู่กลางอากาศ อาซานที่ไม่มีทางเคลื่อนไหวหลบได้อย่างมีประสิทธิภาพถูกแทงตรงหน้าอกทั้งฝั่งซ้ายและขวา
สิ่งที่ควรค่าแก่การเอ่ยถึงก็คือ แม้ถังซานไฉ่จะฝึกอาวุธลับเป็นหลัก แต่หลังจากมีกระบี่มังกรขาวแล้ว ถ้าพูดถึงการโจมตีอย่างเดียว เห็นได้ชัดว่าพลังโจมตีของเคล็ดกระบี่เหนือกว่าเล็กน้อย
ขณะเดียวกันนี้เอง ทวนเถี่ยเจี้ยงในมือหนิวจื้อชุนก็กวาดลงมาในแนวขวาง โจมตีถูกบนขาข้างซ้ายของอาซานพอดี
ฉึก! ฉึก! ฟิ้ว!
หลังจากเกิดเสียงดังทุ้มขึ้นสามครั้ง พลังชีวิตของอาซานก็ตกลงอีกครั้งจนเหลือเหลือประมาณหมื่นเดียว!
ส่วนขาอีกข้างหนึ่งของเขาก็ถูกทวนเถี่ยเจี้ยงอันดุดันของหนิวจื้อชุนเคาะหักแล้ว!
จนกระทั่งตอนนี้ แขนขาทั้งสี่ของอาซานพิการไปแล้วสาม
แต่สถานะบาดเจ็บสาหัสแบบนี้ ก็กระตุ้นความดุร้ายของพระรูปนี้ออกมาอย่างถึงที่สุดเช่นกัน
เห็นเขาจ้องกล่องเล็กในมือถังซานไฉ่ด้วยดวงตาแดงก่ำ จากนั้นก็คำรามอย่างโมโห โคจรกำลังภายในทั่วทั้งร่างกาย แล้วใช้นิ้วจิ้มไปบนหน้าผากของถังซานไฉ่อย่างแรง
ตอนนี้กระบี่มังกรขาวของถังซานไฉ่ยังเสียบอยู่บนร่างกายของอีกฝ่ายอยู่เลย เขากำลังรู้สึกว่าอาวุธที่ใช้ต่อสู้ระยะประชิดแบบนี้ดีมาก แน่นและผ่อนคลายมาก มีหรือที่จะคาดคิดว่าชั่วพริบตาเดียวตัวเองก็กลายเป็นเป้าหมายของบอสที่กำลังดิ้นรนก่อนตายแล้ว
ท่ามกลางความหวาดกลัว เขายกมือซ้ายขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ต้องการจะใช้กล่องเหล็กต้านการโจมตีของอาซาน แต่กลับตระหนักได้ว่านี่คือไอเทมภารกิจที่เป็นผลประโยชน์ร่วมของทุกคนในทีม
และดูจากพลังนิ้วนี้ของอาซาน ถ้ากล่องเหล็กนี้ถูกจิ้มโดน ดีไม่ดีจดหมายลับที่อยู่ในกล่องอาจจะถูกเขาทำลายไปด้วย
ปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!
สมแล้วที่เป็นศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักถังเหมิน ความสามารถบนตัวไม่ได้มีเอาไว้อวดเฉยๆ เขาเปลี่ยนท่าท่ามกลางความฉุกละหุก แต่กลับใช้วิชาลับที่มีเฉพาะสำนักถังเหมิน ตอนที่นิ้วของอาซานใกล้จะสัมผัสกล่องเหล็ก เขาพลันโยนมันฝ่าฝนธนูไปยังเยี่ยเว่ยหมิงที่กำลังเข้ามาช่วย หลีกเลี่ยงไม่ให้จดหมายถูกทำลาย
ทว่าการที่ถังซานไฉ่เปลี่ยนท่าครั้งนี้ กลับสูญเสียโอกาสที่จะหลบการโจมตีที่อันตรายถึงชีวิตของอาซานแล้ว!
ถังซานไฉ่ได้แต่มองแขนของบอสเลเวลหกสิบห้าคนนี้ต่ำลงเล็กน้อย มือซ้ายกลายเป็นกรงเล็บ บีบเข้ามาบนลำคอของเขา
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
เมื่อเห็นถังซานไฉ่ถูกอาซานที่คลั่งเหมือนสัตว์ร้ายบีบคอ เยี่ยเว่ยหมิงก็ตะโกนหยุดด้วยความร้อนรน แต่มีหรือที่อาซานจะเชื่อฟังเขา
มือของเขาที่บีบคอถังซานไฉ่พลันออกแรงมากขึ้น ตัวเลขคริติคอลดาเมจสีแดงเลือดลอยขึ้นมาเหนือศีรษะของถังซานไฉ่
ถังซานไฉ่ผู้น่าสงสาร ยังไม่ทันได้สั่งเสียแม้แต่ประโยคเดียวก็กลายเป็นแสงสีขาวไปแล้ว กลับไปรายงานตัวที่จุดคืนชีพแล้ว
“แม่งเอ๊ย!” เมื่อเห็นถังซานไฉ่ที่มีคุณธรรมน้ำมิตรขนาดนั้นถูกฝังเป็นเพื่อนบอสอีกแล้ว ในที่สุดเยี่ยเว่ยหมิงที่ตามมาถึงก็ตะโกนด่าอย่างโมโห แล้วก็ใช้ฝ่ามือตบไปบนกระดูกสะบักข้างซ้ายของอาซานจนกระดูกแตก ขณะเดียวกันก็ทำให้แขนข้างที่เหลือของเขาพิการแล้วโดยสิ้นเชิง!
จากนั้นก็ถามในช่องทีมอย่างดุดันว่า [สหายถัง วันนี้เจ้าเป็นอะไรกันแน่ เมื่อครู่นี้ใช้กล่องเหล็กต้านวิชาดรรชนีนั้นไว้ก็สิ้นเรื่องแล้ว เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเจ้าเลือกจะไม่ตายก็ได้! ข้าเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ต้องดึงดันปกป้องกล่องเหล็ก!”
ถังซานไฉ่ตอบอย่างจนใจ [เรื่องราวเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป ข้ามีเวลาพิจารณาเยอะขนาดนั้นเสียที่ไหน คิดเพียงแค่ว่าไม่อยากทำให้รางวัลภารกิจของทุกคนหายไปเพราะเรื่องของตัวเอง ถึงอย่างไรนั่นก็คือภารกิจระดับหกดาว]